ผ่าตัดรอบที่สองและสาม

หลังจากหมอผ่าตัดมะเร็งปากมดลูกไปประมาณ 2 ปีในระยะหลังผ่าตัดแพทย์จะนัดตรวจเป็นระยะๆ ระยะแรกหลังผ่าตัด 1 เดือน 3 เดือนและ 6 เดือน โดยจะทำการตรวจเป็บสเมียร์คือ ตรวจภายในช่องคลอดแล้วใช้ไม้พันสำลีปายเอาเมือกที่ปากมดลูกไปส่องกล้องตรวจหาเซลล์มะเร็ง และคลำหน้าท้องเพื่อหาสิ่งผิดปกติว่ามีก้อนไหม หลังการผ่าตัด2 ปี พ.ศ. 2542 แพทย์ตรวจพบถุงน้ำที่รังไข่ข้างซ้าย จึงต้องผ่าตัดเอาถุงน้ำและรังไข่ออก ผ่าตัดครั้งที่สองนี้ชักรู้สึกว่าสบายใจกว่าการผ่าตัดครั้งแรกทั้งนี้เพราะ 1) มั่นใจในฝีมือแพทย์ 2) ความคุ้นเคยแพทย์และพยาบาล 3)ทำใจมาบ้างแล้ว ขั้นตอนการผ่าตัดก็ไม่มากมายนัก ตอนเช้าไปตามนัดเพื่อให้แพทย์สั่งให้นอนโรงพยาบาล พยาบาลจะมาเตรียมการผ่าตัดให้ เรียบร้อยก็ขออนุญาตไปทำงานที่คณะต่อก่อน ตอนเย็นประมาณ6โมงเย็นก็หิ้วกระเป๋าเสื้อผ้ามานอน(เหมือนเข้าพักโรงแรม) สามีเดินทางมาจากต่างจังหวัดจะเดินทางมาถึงประมาณสองทุ่ม(มาเฝ้าไข้) พยาบาลมาสวนท้อง แพทย์ดมยาจะมาเยี่ยมเตรียมตัวเราก่อนผ่าตัด (อดกลัวไม่ได้ บอกหมอว่าก่อนดมยาขอยานอนหลับก่อน เพราะจะได้ไม่รับรู้มาก ยิ่งรู้ยิ่งกลัว กลัวใจตนเอง) เราก็สวดมนต์ทานยานอนหลับตามที่พยาบาลเอามาให้ ตอนเช้าตีห้าก็สวนท้องอีกรอบ แล้วรอเข้าห้องผ่าตัด หลังผ่าตัดพักฟื้นประมาณ 5วันกลับบ้านได้ ต่อมาในปี 2544 หลังการผ่าตัด2 ปีเช่นเดิม แพทย์ตรวจพบถุงน้ำที่รังไข่ข้างขวา จึงต้องผ่าตัดเอาถุงน้ำและรังไข่ออกอีก เที่ยวนี้หนักหน่อยตั้งแต่เตรียมผ่าตัด ความที่เราชะล่าใจว่าคงไม่เป็นไรมาก ทำตัวเหมือนเตรียมผ่าตัดครั้งที่สอง แต่เที่ยวนี้หมอไม่แน่ใจกลัวว่าจะผ่าตัดพลาดเกิดไปถูกลำไส้ อาจติดเชื้อได้ ถ้าไม่เตรียมลำไส้ให้ดี จึงสั่งยาระบายเพื่อล้างลำไส้ ให้ทานยาทุก 2 ชั่วโมง เดินเข้าห้องน้ำเป็นว่าเล่นประมาณเกือบ10ครั้ง ครั้งหลังสุดประมาณ 1 ทุ่มจะเป็นลมในห้องน้ำ กดออดเรียกพยาบาลเพราะไม่มีใครอยู่ เที่ยวนี้จึงรู้ว่าชีวิตประมาทไม่ได้ จึงขอร้องพยาบาลว่าของดทานยา เพราไม่ไหวจะตายก่อนผ่าตัดแน่ แพทย์จึงสั่งให้น้ำเกลืออาการจึงดีขึ้น หลังผ่าตัดครั้งที่สามรู้สึกแย่มากๆตั้งแต่อาการปวดหลังผ่าตัด ทานอาหารไม่ได้ลำไส้ไม่ทำงาน อีกประการหนึ่งคือ อาการหมดภาวะของฮอร์โมนเพศ เพราะตัดรังไข่สองข้าง รู้สึกหงุดหงิด จมูกไวมาก เหม็นกลิ่นอาหาร บุหรี่ ตอนหลังได้ยาฮอร์โมนอาการดีขึ้น แต่แผลผ่าตัดปวดมาก สมาธิ ธรรมะเอาไม่อยู่ กลับบ้านมานอนพักฟื้นประมาณหนึ่งสัปดาห์บ้านน้องสาว แล้วเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด เพื่อนๆพยาบาลมาเยี่ยมก็บอกว่าทำไมครั้งก่อนผ่าตัดไม่ผ่าเอารังไข่ออกทั้งสองข้างเลย จะได้ไม่ต้องเจ็บหลายครั้ง เราก็บอกว่าเมื่อเราป่วยหมอบอกให้ผ่าทีละครั้งก็ต้องแล้วแต่หมอ แต่อย่างไรก็พยายามคิดทางบวกว่าพระเจ้าคงอยากให้เรานอนพัก จึงทำให้เราป่วยจะได้ไม่เที่ยวหางานทำ เพราะเป็นคนอยู่ไม่เป็นสุข ชอบทำงาน สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการผ่าตัดอีกครั้งที่สองและสามคือ ชีวิตนี้ประมาทไม่ได้ ตลอดเวลาหลังผ่าตัดมดลูก ดิฉันรับประทานหญ้าปักกิ่ง(บางคนเรียกว่า หญ้าเทวดาใช้รักษามะเร็งลำไส้ไดผลเกือบร้อยเปอร์เซนต์ มีฤทธิ์แก้อักเสบ และขับสารพิษจากร่างกาย)เกือบตลอด เว้นบางช่วงที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ออกกำลังกาย ทำจิตใจให้สบาย มองโลกแง่ดี คิดทางบวก