เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เข้าไปร้านขายเครื่องเกษตร ก็ไปซื้อสินค้าประจำคือ เมล็ดผักบุ้งจีน ปุ๋ย 15-15-15 และปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 แต่ยูเรียที่มีนั้นเป็นแบบโฟม แบบเม็ดเล็กขาดตลาด เราก็งง ทำไมประกาศลดราคาปุ๋ยลง  ปุ๋ยจะต้องขาดตลาดทุกครั้งไปก็คาดว่าน่าจะเป็นกลยุทธ์ของพ่อค้าหัวใส ที่จะเอาเปรียบเกษตรกร เพราะก่อนหน้าที่จะประกาศลดเมื่อไม่นานมานี้ ผมก็ยังซื้ออยู่เลย อะไรมันจะหมดเร็วจัง บ่นมาซะนานเลย

จะเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดอย่างไรก็ไม่ทราบเหมือนกัน ร้านที่ผมซื้อประจำนั้น ปรากฎว่าขายแพงซะงั้น ที่รู้ก็เพราะ เมื่อปุ๋ยขาดตลาด ผมจึงเปลี่ยนเป็นอีกร้าน ผมจะเปรียบเทียบราคากันให้ดูเห็นๆ
เมล็ดผักบุ้งจีน ยี่ห้อเดียวกัน   ร้านที่ 1  95  บาท  ร้านที่ 2  90  บาท
ปุ๋ย 15-15-15  1  กก.  ร้านที่  1  35  บาท  ร้านที่  2  30  บาท
ปุ๋ย 46-0-0  1 กก.  ร้านที่  1  35 บาท  ร้านที่ 2  25  บาท

ถูกกว่ากันเห็นๆ ไม่น่าเลยซื้อร้านที่ 1 อยู่ตั้งนาน ทั้งๆ ที่สังเกตดูถุงปุ๋ยก็ยี่ห้อเดียวกัน ตอนนี้ผมก็เปลี่ยนมาเป็นขาประจำร้านที่ 2 แล้วล่ะ ถึงแม้ร้านจะไม่ใหญ่โตเหมือนร้านที่ 1 แต่ราคาก็ถูกกว่า นึกไปนึกมาก็สงสารเกษตรกรอีกแล้วเพราะร้านที่ 1 นั้นเป็นร้านที่เกษตรกรมาซื้อกันเยอะ ถ้าตามความเป็นจริงร้านที่ขายดี ราคาน่าจะถูกกว่านะเนี่ย หรือการได้มาของต้นทุนต่างกันก็ไม่น่าจะใช่ เพราะร้านใหญ่ๆ ก็ต้องรับมาครั้งละมากๆ ก็ย่อมจะได้ต้นทุนที่ถูกกว่า

เข้าร้านที่ 2 สายตาก็เหลือบไปเห็น อีเอ็ม  เป็นแกลอนตั้งอยู่ ถามราคา ก็แค่ 60 บาทเอง ถามวิธีใช้งานเจ้าของร้านเป็นผู้หญิงก็แนะนำซะยาวเลยว่าคุณสมบัติอะไรบ้าง จึงเกิดความคิดที่จะใช้ชีวภาพบ้างล่ะ เดี๋ยวถ้าเริ่มใช้เมื่อไรก็จะนำมาบอกเล่าอีกครั้งนึง แต่เจ้าของร้านบอกว่าผักบุ้งจีนล่ะง่ายเลย ผสมน้ำ รดทุกๆ 3 วันผักก็โตเร็วได้ผลดีแล้ว ไม่ต้องยุ่งยาก ไม่ต้องผสมอะไรเพิ่ม  แต่กลับมาที่บ้านแล้วลองค้นหาข้อมูลดูก็เห็นเขามีผสมกากน้ำตาลด้วยอ่ะ กากน้ำตาลจะหาซื้อได้ที่ไหนล่ะเนี่ย T_T  แต่คงจะลองแบบเพียวๆผสมน้ำก่อนดีกว่า แค่ 60 บาทเองกับความรู้และประสบการณ์คงไม่เสียหลายอะไรมากนักหรอก ตามสูตรที่หาได้จากเน็ต ขอเอามาแปะไว้อ่านเองสักหน่อย จะลองเอาไปลองทำดู น่าจะไม่ยากเท่าไร

--------------------------------------------------------------------------------

การทำการประยุกต์ใช้น้ำหมักชีวภาพ


ถ้าเรานำหัวเชื้ออีเอ็ม (EM) หรือหัวเชื้อกลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (Effective Microorgarnisms) มาใช้โดยตรงจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงโดยไม่มีความจำเป็นและได้จุลินทรีย์ที่มีความแข็งแรงน้อยกว่านำไปขยายเสียก่อนจึงใช้

วิธีการขยาย อีเอ็ม (EM)
อีเอ็ม (EM) 1 ส่วน + กากน้ำตาล 1 ส่วน + น้ำสะอาด 20 ส่วน หมักไว้ในภาชนะที่มีผาปิดมิชิดอย่าให้อากาศเข้าได้เป็นเวลา 7 วัน แล้วนำมาใช้ให้หมดภายใน 7 วัน เช่นเดียวกับวิธีการใช้ อีเอ็ม (EM)

การรักษา อีเอ็ม (EM)
เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส - 45 องศาเซลเซียส (อย่าเก็บในตู้เย็น) โดยปิดฝาให้สนิทอย่าให้อากาศเข้าได้ ถ้าเปิดใช้แล้วต้องรีบปิดทันที เก็บรักษาไว้ได้ประมาณ 6-8 เดือน หรือมากกว่านั้น


วิธีการใช้ อีเอ็ม (EM) และ อีเอ็ม (EM) ขยายแล้ว

การกสิกรรม
ใช้อีเอ็ม (EM) หรือ อีเอ็ม (EM) ขยายผสมน้ำ 1:1000 เท่า (อีเอ็ม 1ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตร) ฉีดพ่นรดพืชผักสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง แทนปุ๋ยเคมี


การดูแลเก็บรักษา
1. หัวเชื้อ EM สามารถเก็บได้นานประมาณ 1 ปี   โดยปิดฝาให้สนิท
 2. อย่าทิ้ง EM  ไว้กลางแดด และอย่าเก็บไว้ในตู้เย็น เก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิปกติ
3. ทุกครั้งที่แบ่งไปใช้ต้องรีบปิดฝาให้สนิท เพื่อไม่ให้เชื้อโรค หรือจุลินทรีย์ในอากาศที่เป็นโทษ เข้าไปหะปน
4. การนำ EM ไปขยายต่อ ควรใช้ภาชนะที่สะอาด และใช้ให้หมดในระยะเวลาที่เหมาะสม  
 
ข้อสังเกตพิเศษ
• หาก EM เปลี่ยนเป็นสีดำ   มีกลิ่นเหม็นเน่า ถือว่า EM ตายไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อีก ให้นำ EM  ที่เสียผสมน้ำรดกำจัดหญ้าวัชพืชที่ไม่ต้องการได้
• กรณีเก็บไว้นานๆ จะมีฝ้าขาวเหนือผิวน้ำ แสดงว่า EM  พักตัวเมื่อเขย่าภาชนะฝ้าสีขาวจะสลายตัว  กลับไปอยู่ในน้ำเหมือนเดิมนำไปใช้ได้
• เมื่อนำไปขยายเชื้อในน้ำและกากน้ำตาล จะมีกลิ่นหอมและเป็นฟองขาวๆ ภายใน 2-3 วัน ถ้าไม่มีฟองน้ำนิ่งสนิทแสดงว่าการหมักขยายเชื้อยังไม่ได้ผล