น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานภาพรวมเศรษฐกิจเดือน ก.พ. 2549 เทียบกับเดือน ม.ค. 2549 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบว่า ภาคการส่งออกเพิ่มขึ้น  โดยเดือน ก.พ. มีมูลค่า 9,425 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบกับ ม.ค. 8,807 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่การนำเข้าก็เพิ่มขึ้น จากราคาน้ำมันตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น มูลค่าการนำเข้าเดือน ก.พ. 9,449 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เทียบกับ ม.ค. อยู่ที่ 9,195 ล้านเหรียญสหรัฐฯ   ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่เมื่อรวมกับดุลบริการและท่องเที่ยวแล้ว ยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 666 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ภายหลังรับฟังรายงานแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก      ผู้ประกอบการโรงแรมว่าเดือน ก.พ. มียอดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวไทยลดลง   ซึ่งเป็นผลมาจากการชุมนุมขับไล่รัฐบาล ส่วนข้อมูลนักท่องเที่ยวเดือน มี.ค. ยังไม่ได้รับรายงาน แต่เชื่อว่ายอดนักท่องเที่ยวลดลงแน่นอน จึงกำชับ     นายประชา มาลีนนท์ รมว.การท่องเที่ยวและการกีฬา หามาตรการส่งเสริมและวิธีการมากระตุ้นการท่องเที่ยวไทย  นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเป็นห่วงเรื่องการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเห็นได้จากยอดการใช้ปูนซีเมนต์ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 แล้ว อีกทั้งราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจมีผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยได้ ดังนั้น จึงได้มอบหมายให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปหามาตรการรองรับเพื่อให้เศรษฐกิจของไทยเดินหน้าต่อไป
ด้าน นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ในระหว่างประชุม ครม.  พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว รวมถึงการท่องเที่ยวด้วย จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาปัญหาและหามาตรการรองรับ เพราะมิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวม    ขณะเดียวกัน ได้กำชับนายวิเศษ จูภิบาล รมว. พลังงาน ให้เร่งนำนโยบายประหยัดพลังงานมารณรงค์ให้ประชาชนร่วมประหยัดพลังงานอย่างต่อเนื่อง ในช่วงฤดูร้อนที่มีการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น  เพราะอาจมีผลกระทบต่อต้นทุนการใช้พลังงานด้วย  ทั้งนี้ แม้เศรษฐกิจไทยจะประสบปัญหาจากราคาน้ำมันปรับเพิ่มสูงขึ้นปัจจัยทางการเมือง การท่องเที่ยวลดลง ภาคอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคของประชาชนชะลอตัวลง แต่ทาง สศช. จะยังไม่ปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจปี 2549 ที่ตั้งไว้ 4.5-5% โดยการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์นั้น เห็นว่ามาจากเรื่องการเมืองและดอกเบี้ย     ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำ ให้ผู้บริโภคต้องรอบคอบในการซื้อที่อยู่อาศัย และภาคเอกชนชะลอการลงทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์รายงานแนวโน้มการส่งออก-นำเข้าและดุลการค้าให้ ครม. ทราบด้วยว่า ผู้ส่งออกมั่นใจว่าปีนี้การส่งออกขยายตัวได้ตามเป้า 130,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าปีที่ผ่านมา 17.5% และจะเร่งลดการนำเข้าน้ำมันดิบให้เหลือวันละ 765,000 บาร์เรล หรือลดลง 10% จากปีก่อน แต่ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2549 ยังมีการนำเข้าเฉลี่ยวันละ 765,000 บาร์เรลต่อวันสูงกว่าเป้าหมาย   สำหรับแนวโน้มดุลการค้า คาดว่าดุลการค้าปีนี้ของไทยจะขาดดุลลดลง  หากการส่งออกขยายตัวตามเป้าหมาย และการนำเข้าชะลอตัวลดลง
จากการบริหารและวางแผนการนำเข้าร่วมกัน   อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลต่อการส่งออกของไทย ก็ยังคงเป็นปัจจัยราคาน้ำมัน การชะลอตัวของเศรษฐกิจคู่ค้า, การระบาดของไข้หวัดนก รวมถึงความสามารถการส่งออก ที่เพิ่มขึ้นของประเทศคู่แข่งอย่าง จีน อินเดีย และเวียดนาม
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ครม. มีความกังวลในเรื่องการใช้จ่ายของประชาชน ที่มีแนวโน้มลดลงและราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา นายการุณ กิตติสถาพร ปลัดกระทรวงพาณิชย์     เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) ประจำเดือน มี.ค.49 เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน   ขณะที่เงินเฟ้อไตรมาสแรกของปีนี้เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสูงขึ้น 5.7% เช่นกัน  โดยเป็นการสูงขึ้นของดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่ม 2.1% จากสภาพอากาศที่ร้อนและมาเร็วกว่าปกติ รวมถึงความต้องการในช่วงเช็งเม้งสูงขึ้น ทำให้ราคาผักและผลไม้สูงขึ้น โดยเฉพาะมะนาว ผักคะน้า ผักชี รวมถึง     ส้มเขียวหวาน ขณะที่ดัชนีหมวดอื่นที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 0.3% จากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับขึ้นถึง 3 ครั้ง
ไทยรัฐ   5  เมษายน  2549