ช่วง 2 - 3 วันนี้อุณหภูมินอกเมืองเชียงใหม่ (บ้านผมนี่แหละ) ลดลงอย่างน่ากลัว

ผมเลือกเอาเทอร์โมมิเตอร์ไปห้อยไว้ใต้ต้นจำปีหน้าบ้านสำหรับการตรวจสอบอุณหภูมิภายนอกบ้าน

หัวค่ำ แอบแวะไปดู 18 องศาเซลเซียส ... เมื่อเช้า ทำเป็นตื่นเช้า (6.30 น.) ออกไปดู เหลืออยู่ 9.5 องศาเซลเซียส ... ฤาจะเป็นไปกรมอุตุนิยมวิทยาทำนายว่า จะหนาวในรอบ 30 ปี หนาวจริง ๆ ครับ ไม่ต้องคิดถึงยอดดอยนะครับ "แม่คะนิ้ง" หรือ "เหมยขาบ" ขึ้นไปตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนแล้วครับ

แบบนี้คนทางใต้ไม่อยากมาลองเที่ยวชม รับอากาศหนาวกันบ้างหรือครับ พักผ่อนได้แล้วมั้งครับ

 

กริ๊ง ๆ ๆ เสียงโทรศัพท์มา คลินิกทำฟันประจำตัว โทรมาแจ้งเตือนเรื่องการไปทำฟันวันนี้ ครับ

สุขภาพฟันของผม ไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก ๆ ไม่ต้องโทษใคร ต้องโทษตัวเองนี่แหละ ชอบกินนัก ขนมหวาน ๆ
(ก็มันอร่อยอ่ะครับ) แปรงฟันก็ไม่สะอาด ไหมขัดฟันก็ไม่ค่อยใช้ สมน้ำหน้าตัวเองจริง ๆ

ผมจึงมีความคุ้นเคยกับการไปหาคุณหมอฟันตั้งแต่เด็ก ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ไปทีไร "ความกลัว" ขึ้นสมองทุกที คิดว่า คงไม่ได้กลัวหมอหรอกครับ กลัว "ความเจ็บปวด" กับ "ความเสียวซ่าน" นี่แหละ สุดยอด

ผมทนทรมานกับการปวดฟันกรามด้านซ้ายล่างมานับเดือน แต่มันเพิ่งออกฤทธิ์หนักได้สัก 5 - 6 วันที่ผ่านมา จนต้องนัดคุณหมอ และขอยาแก้ปวดกับแก้อักเสบมาทานก่อนถึงนัด

เคยรู้สึกว่า มีเข็มมาทิ่มกราม ขากรรไกร หรือไม่ครับ คราวเนี่ยใช่เลยครับ ถ้าไม่มีสอน ก็ขออนุญาตนอนซมอยู่กับบ้านเถอะนะครับ ไม่ไหวจริง ๆ น้ำตาไหลพราก ๆ

หลังจากทนทรมานมาหลายวัน ด้วยการใช้ยาระงับความเจ็บปวด วันนี้ล่ะครับ ที่ผมไปตามเวลานัดหมอแล้ว เมื่อ 11.00 น. ที่ผ่านมา

 

การรักษา คือ การกรอฟันที่ผุออกก่อน อุดใหม่ หลังจากนั้น เข้าสู่วิธีการเจาะฟัน ฉีดยาฆ่าเชื้อไปที่โพรงประสาทและรากฟันที่เชื้อโรคเข้าไป :(---

คุณหมอฉีดยาชาไป 2 เข็มแรกก่อน แล้วเร่งกรอฟันที่ผุออก แล้วอุดใหม่ ยาชาช่วยระงับความเจ็บปวดครับ แต่ตอนฉีดยาชา โหย เจ็บอ่ะครับ จี๊ด ๆ เลย

หลังจากนั้น จึงเริ่มกรอเจาะฟันตรงใกล้รากฟัน แล้วใส่น้ำยาฆ่าเชื้อลงไป ผมไม่ได้รักษารากฟันมาสิบปีแล้ว ครั้งนี้ดูเหมือนผมได้เห็นนวัตกรรมแรกของการรักษารากฟันแบบใหม่ คือ คุณหมอใช้ผ้ายางมารองกันน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อไม่ให้หลุดลงไปในกระเพาะ คุณหมอบอกว่า ยาฆ่าเชื้อมีผลต่อเนื้อเยื่อภายใน หากขมคอ ต้องรีบบอกคุณหมอ คุณหมอจะล้างออกโดยเร็วครับ แต่เคสผม ปลอดภัยจากน้ำยาฆ่าเชื้อครับ

ตอนกรอช่วงเนี่ย มีช่วงหนึ่งครับ มันรู้สึก ยาชาไม่ได้ผลภายในโพรงประสาท คุณหมอจึงฉีดยาชาให้อีก 1 เข็ม และฉีดตรงโพรงประสาทด้วยครับ ... น้ำตาไหลพราก เป็นคำรบสอง

หลังจากนั้นจึงสบายขึ้น และทำการอุดชั่วคราวเอาไว้ เพราะยังต้องฉีดยาฆ่าเชื้อในครั้งต่อไปที่รากฟันใหม่

 

นี่ผมกำลังรอความทรมานจากยาชาที่หมดฤทธิ์ เตรียมหาข้าว และตามด้วยยาแก้ปวดและอักเสบ 1 โดสใหญ่

ในระหว่างการทำฟัน ผมคิดอะไรในใจเป็นตุเป็นตะ เช่น

  • อาจารย์ที่สอนคุณหมอให้เป็น "หมอฟัน" ที่มีความสามารถได้ เขาสอนยังไงนะ น่าสงสัยจัง
  • ขณะที่ คุณหมอต้องรีบดำเนินการรักษาก่อนที่ยาชาจะหมดฤทธิ์ คุณหมอต้องมีไหวพริบ ปฎิภาณอย่างดีเยี่ยม เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลา และความทรมานของคนไข้
  • คุณทราบไหมว่า คนที่ฟันผุแล้วปล่อยไว้นานไม่มารักษา อาจจะเป็นเพราะไม่ค่อยมีตังค์ หรือ กลัวหมอก็แล้วแต่ จากงานวิจัย เขาจะมีอายุสั้นกว่าคนปกติถึง 3 - 5 ปี เพราะฤทธิ์แบคทีเรียหรือเชื้อโรคมันอยู่ในร่างกายนานเกินไป
  • ตอนสบาย ๆ ไม่ค่อยคิดถึงหมอ แต่พอปวดฟันมาที ถึงค่อยคิดถึง (คุณหมอบอกมา) 555

 

"ทำฟัน" จนลืมไปว่า "อากาศข้างนอกมันหนาว" แต่ผมกลับรู้สึกว่า ในคลินิคคุณหมอมันหนาวกว่าอีกอิ อิ

ขอบคุณครับที่ทนอ่าน ... ขอบคุณมากครับ :)