มาตราต่างๆ

ที่มา:  region2.prd.go.th/prdemoc4/ตารางเทียบ%20รธน%2050%20และ%2040.doc

ตารางเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญปี 2550  และ  2540

 

หมวดที่ 3  เสรีภาพของชนชาวไทย

 

รัฐธรรมนูญ  2550                                                รัฐธรรมนูญ  2540

 

บุคคลสามารถใช้สิทธิ์ทางศาลบังคับให้รัฐปฏิบัติตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ  เว้นแต่กรณีที่มีกฎหมายบัญญัติรายละเอียดแห่งการใช้สิทธิ์นั้น  (ม. 28)

(ไม่มีบทบัญญัติลักษณะนี้  โดยบทบัญญัติที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพบุคคล  จะมีคำว่า ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กฎมายบัญญัติ กำกับไว้  ทำให้สิทธิหลายประการไม่ถูกปฏิบัติเนื่องจากรัฐบาลล่าช้า  หรือไม่ออกกฎหมายรับรองสิทธิ์ดังกล่าว)

ตัดคำวา โทษประหาร ออกจากการบัญญัติในรัฐธรรมนูญ  ผลคือแม้โทษประหารยังอาจมีได้ตามดุลยพินิจของศาล แต่เปิดทางให้ยกเลิกโทษประหารในอนาคต  (ม. 32)

โทษประหารตามที่กฎหมายบัญญัติไม่ถือว่าเป็นการลงโทษที่ไร้มนุษยธรรม

บุคคลจะได้รับการคุ้มครองจากการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปหาประโยชน์โดยมิชอบ (ม.35)

(ไม่มีบทบัญญัตินี้)

เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการมีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองในกระบวนการพิจารณาคดีอย่างเหมาะสม  และการปฏิบัติที่เหมาะสมในคดีเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ  (ม.40)

 

(ไม่มีบทบัญญัตินี้)

บุคคลมีสิทธิ์ได้รับหลักประกันความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการทำงาน  รวมทั้งหลักประกันในการดำรงชีพเมื่อพ้นภาวะการทำงาน  (ม.44)

 

(ไม่มีบทบัญญัตินี้)

การสั่งปิดกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่นเพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพจะกระทำไม่ได้ (ม.45)

การสั่งปิดโรงพิมพ์ สถานีวิทยุกระจายเสียง หรือสถานีวิทยุโทรทัศน์  เพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพจะกระทำไม่ได้

ห้ามผู้ดำรงตแหน่งทางการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ หรือเจ้าของกิจการขัดขวางแทรกแซงการเสนอข่าวหรือความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะ  หากกระทำให้ถือเป็นการกระทำโดยมิชอบ และไม่มีผลใช้บังคับ  เว้นแต่กระทำตามกฎหมายหรือเพื่อจริยธรรมแห่งการประกบอวิชาชีพ (ม.46)

ข้าราชการ ลูกจ้างของรัฐ พนักงานหรือลูกจ้างเอกชนที่ประกอบกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ มีเสรีภาพในการเสนอข่าวสรและแสดงความคิดเห็น  โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของหน่วยงานรัฐ หรือเจ้าของกิจการ

ให้องค์กรที่ทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่กำกับการประกอบกิจการสื่อสารมวลชนกำหนดมาตรการป้องกันการควบรวมสื่อ ครองสิทธิข้ามสื่อ หรือการครอบงำสื่อ  ระหว่างสื่อมวลชนด้วยกัน หรือบุคคลอื่น ซึ่งจะเป็นการขัดขวางหรือปิดกั้นเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย (ม.47)

(บัญญัติให้มีองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่  และกำกับการประกอบกิจการสื่อสารมวลชน  แต่ไม่ได้ระบุเรื่องอำนาจหน้าที่ในการปกป้องเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร)

ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือผู้ถือหุ้นแทนเข้าเป็นเจ้าของกิจการหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม (ม.48)

 

(ไม่มีบทบัญญัตินี้)

เพิ่มให้รัฐต้องจัดให้มีการศึกษาให้กับผู้ยากไร้ ผู้พิการ หรือทุพพลภาพ เสมอภาคกับบุคคลอื่นที่ต้องได้รับการศึกษาฟรีไม่น้อยกว่า 12 ปี  (ม.49)

รัฐต้องจัดให้มีการศึกษาฟรีไม่น้อยกว่า 12 ปี 

เพิ่มการคุ้มครองแก่เด็กเยาวชน และบุคคลในครอบครัวให้ได้รับหลักประกันในการอยู่รอด และห้ามแทรกแซงหรือจำกัดสิทธิเพื่อให้สถาบันครอบครัวได้รับการดูแลอย่างอบอุ่น (ม.52)

เด็ก เยวชน และบุคคลในครอบครัวมีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองจากการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

เพิ่มสิทธิของบุคคลในการได้รับความคุ้มครองการไม่มีที่อยู่อาศัย โดยรัฐจะต้องช่วยเหลือดูแล (ม.55)

 

(ไม่มีบทบัญญัตินี้)

กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความเห็นก่อนการวางแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมืองแบะวัฒนธรรม การเวรคืนอสังหาริมทรัพย์ การวางผังเมือง การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดิน รวมทั้งการออกกฎที่จะมีผลกระทบต่อประชาชน  (ม.57)

บุคคลมีสิทธิ์ได้รับรู้ข้อมูล คำชี้แจงและเหตุผลจากรัฐ  ก่อนการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจมีผลกระทบต่อประชาชนหรือชุมชน  และมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นตามกระบวนการรับฟังความคิดเห็น

ให้มีองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองบริโภค  โดยมีตัวแทนผู้บริโภคให้ความเห็นประกอบในการออกกฎหมายและมาตราการในการคุ้มครองผู้ลริโภคโดนรัฐ  (ม.60)

ให้มีกฎหมายตั้งองค์กรเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค  (ไม่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปี ที่บังคับใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เนื่องจากรัฐไม่ออกกฎหมายดังกล่าว

เพิ่มเติมให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่รัฐ มีเสรีภาพในการรวมกลุ่มเพื่อใช้เป็นวิถีทางในการเจรจากับรัฐ  แต่ต้องไม่เกิดผลกระทบกับงานของรัฐและการบริการสาธารณะ  (ม.64)

(มีบทบัญญัติคุ้มครองการชุมนุมของประชาชน  แต่ไม่มีส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ)

พรรคการเมืองใดล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหาษกัตริย์ทรงเป็นประมุข  หรือเพื่อให้ได้อำนาจมาโดยไม่ถูกวิถีทางของรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญอาจมีคำสั่งยุบพรรค ต้องถูกยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบเป็นเวลา 5 ปี  (ม.68)

พรรคการเมืองใดล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหาษกัตริย์ทรงเป็นประมุข  หรือเพื่อให้ได้อำนาจมาโดยไม่ถูกวิถีทางของรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญอาจมีคำสั่งยุบพรรค ต้องถูกยุบพรรค

 

หมวดที่ 4  หน้าที่ของชนชาวไทย

 

รัฐธรรมนูญ  2550                                                รัฐธรรมนูญ  2540

 

การเลือกตั้งเป็นหน้าที่  ผู้ไปใช้สิทธิ์อาจได้รับสิทธิ์  ผู้ไม่ไปใช้สิทธิ์อาจเสียสิทธิ์ตามที่กฎหมายบัญญัติ  (ม.72)

การเลือกตั้งเป็นหน้าที่  ผู้ไม่ไปใช้สิทธิ์อาจเสียสิทธิ์ตามที่กฎหมายบัญญัติ 

ให้บทบัญญัติในหมวดนโยบายแห่งรัฐ (ม.76 – 86) เป็นเจตจำนงเพื่อมีสภาพบังคับให้รัฐบาลต้องดำเนินการตรากฎหมาย หรือ กำหนดนโยบายให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ (ม.75)

กำหนดหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐเป็นเพียงแนวทางในการดำเนินการของรัฐบาล

 

สาระสำคัญแห่งหมวดที่ 5  แนวนโยบายแห่งรัฐ  ตามรัฐธรรมนูญ 2550

(หมวดนี้ในรัฐธรรมนูญ 2540  เป็นเพียงแนวทางปฏิบัติด้านต่าง ๆ ให้รัฐ)

 

แนวนโยบายด้านความมั่นคง  (ม.76)

 

-  รัฐต้องพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช และบูรณภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ  และต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุทธนุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย จำเป็น และเพียงพอ

 

แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน (ม.78)

 

-          รัฐต้องส่งเสริมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

-          จัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง รวมทั้งสภาพัฒนาการเมืองที่มีความเป็นอิสระ

-          ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเหมาะสม

 

แนวนโยบายด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม (ม.79 - 80)

 

-          เพิ่มหลักประกันให้รัฐคุ้มครองพระพุทธศาสนามากขึ้น โดยระบุข้อความเพิ่มว่า "ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่คนไทยนับถือมาช้านาน”

-          ส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน และองค์กรทางศานา และเอกชนมีส่วนร่วมจัด และพัฒนามาตรฐานคุณภาพศึกษา

-          สนับสนุนการศึกษาวิจัยในศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ

 

นโยบายด้านกฎหมายการยุติธรรม (ม.80)

 

-          ให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมายที่เป็นอิสระเพื่อพัฒนากฎหมายของประเทศ และปรับปรุงกฎหมายให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

-          ให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่เป็นอิสระเพื่อปรับปรุงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด

 

นโยบายด้านการต่างประเทศ (ม.82)

 

-  รัฐต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี รวมทั้งตามพันธกรณีที่ทำไว้กับนานาประเทศ

 

นโยบายด้านเศรษฐกิจ  (ม.83 - 84)

 

-          รัฐต้องสนับสนุนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

-          รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรม  โดยอาศัยกลไกตลาด

-          สนับสนุนให้ใช้หลักคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาลควบคู่การประกอบกิจการ

-          ปรับปรุงระบบการจัดเก็บภาษีอากรให้เป็นธรรม

-          คุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกร

-          คุ้มครองระบบสหกรณ์ให้เป็นอิสระ และการรวมกลุ่มการประกอบอาชีพของประชาชนในด้านเศรษฐกิจ