พุทธศาสนามีคำสอนลักษณะมุ่งอิสรภาพ
ตามหลักการของพระพุทธศาสนาที่กล่าวทำนองว่า มหาสมุทรแม้จะกว้างใหญ่ไพศาลสักเพียงใด แต่ในบรรดาน้ำทั้งหมดนั้นก็มรเพียงรสเดียวคือรสแห่งความเค็มฉันใด พระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าที่ทรงสอนไว้มากมายก็มีรสเดียวกันนั้นคือ วิมุติรส หรือ อิสรภาพ ( Freedom )
เมื่อมองตามหลักพุทธธรรมแล้วเราก็จะเห็นความเด่นชัดของความอิสรภาพความหลุดพ้นความเป็นอิสรภาพตลอดไป
ในอีกแง่มุมหนึ่งหลักกรรมของพระพุทธศาสนานั้นคือคำกล่าวจากท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า สัพเพ ธัมมา นาลัง อะภินิเวสายะ แปลว่า ธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้น ไม่อาจเข้าไปยึดมั่นถือมั่นได้ ที่ว่าไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนั้นเพราะว่าสิ่งทั้งหลายไม่ได้เป็นไปตามความปรารถนาหรือตามความยึดมั่นถือมั่นของเรา
แต่มันเป็นไปตามธรรมแห่งเหตุปัจจัยของมัน การที่เราหลงไปยึดมั่นถือมั่นทำให้ตัวเราเองแย่ลง ดังนั้นคนเราควรรู้เท่าทันความเป็นจริงว่า สิ่งทั้งหลายเป็นไปตามเหตุปัจจัย พระพุทธศาสนาจึงสอนให้คนเราเป็นอิสระไม่ยึดติดอยู่กับสิ่งที่เป็นมายาภาพ
เมื่อจิตใจเป็นอิสระแล้วก็จะก่อให้เกิดการปล่อยวาง มีจิตว่าง หลุดพ้นจากสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้นับเป็นสัจธรรมของชีวิต.
วิมุต...ละหลุดพ้น...ไม่เวียนวนเวียนว่ายในวัฏสงสาร
เอ ท่าน อาจารย์ สรุป ว่า เมืองไทย เรา นับถือ ศาสนา พุทธ กันใหม นี่
สวัสดีครับ คุณ รัชดาวัลย์ (ครูตาล)
เป็นผู้สนใจใฝ่รู้จริง ๆ นะครับผม
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ นายวิโรจน์ พูลสุข
วิมุต...ละหลุดพ้น...ไม่เวียนวนเวียนว่ายในวัฏสงสาร
เราต้องทิ้งทรัพย์สินมโหฬาร เพื่อนิพพานผ่านพ้น เอย...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับผม
สวัสดีครับ ท่าน JJ
เออ...สินะ เป็นคำถามที่ใครตอบได้บ้างละนี่
อิ อิ อิ
มีความสุขมาก ๆ นะครับผม
ขอบคุณครับ