มีจิตว่าง หลุดพ้นจากสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้นับเป็นสัจธรรมของชีวิต.

พุทธศาสนามีคำสอนลักษณะมุ่งอิสรภาพ

ตามหลักการของพระพุทธศาสนาที่กล่าวทำนองว่า  มหาสมุทรแม้จะกว้างใหญ่ไพศาลสักเพียงใด  แต่ในบรรดาน้ำทั้งหมดนั้นก็มรเพียงรสเดียวคือรสแห่งความเค็มฉันใด  พระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าที่ทรงสอนไว้มากมายก็มีรสเดียวกันนั้นคือ  วิมุติรส  หรือ  อิสรภาพ ( Freedom )

เมื่อมองตามหลักพุทธธรรมแล้วเราก็จะเห็นความเด่นชัดของความอิสรภาพความหลุดพ้นความเป็นอิสรภาพตลอดไป

ในอีกแง่มุมหนึ่งหลักกรรมของพระพุทธศาสนานั้นคือคำกล่าวจากท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า  สัพเพ  ธัมมา  นาลัง  อะภินิเวสายะ  แปลว่า  ธรรมทั้งหลายทั้งปวงนั้น  ไม่อาจเข้าไปยึดมั่นถือมั่นได้  ที่ว่าไม่ควรยึดมั่นถือมั่นนั้นเพราะว่าสิ่งทั้งหลายไม่ได้เป็นไปตามความปรารถนาหรือตามความยึดมั่นถือมั่นของเรา 

 แต่มันเป็นไปตามธรรมแห่งเหตุปัจจัยของมัน  การที่เราหลงไปยึดมั่นถือมั่นทำให้ตัวเราเองแย่ลง  ดังนั้นคนเราควรรู้เท่าทันความเป็นจริงว่า  สิ่งทั้งหลายเป็นไปตามเหตุปัจจัย  พระพุทธศาสนาจึงสอนให้คนเราเป็นอิสระไม่ยึดติดอยู่กับสิ่งที่เป็นมายาภาพ 

 เมื่อจิตใจเป็นอิสระแล้วก็จะก่อให้เกิดการปล่อยวาง  มีจิตว่าง  หลุดพ้นจากสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้นับเป็นสัจธรรมของชีวิต.