
ทุกวันนี้ การพัฒนาจากล่างขึ้นบน หรือ (Bottom up) เป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว เพราะหน่วยงานของรัฐ(ฝ่ายบริหาร) และเป็นหน่วยงานที่เลียนแบบการเมืองใหญ่ (ฝ่ายการเมือง)ที่ได้รับการเลือกตั้งโดยระบบการเมืองที่ใกล้ชิด
ประชาชนทำงานในระดับตำบล นั้นคือ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ซึ่งทำงานคล้ายกับ เทศบาล (ชุมชนเมือง)ที่เป็นหน่วยงานรัฐที่มีการทำงานทั้งฝ่ายการเมือง และฝ่ายบริหาร(รัฐ) ทั้งที่ ประชาชนส่วนใหญ่ในชนบท คุ้นเคยกับการทำงานที่รอรับคำสั่งจากรัฐอย่างเดียว (หมู่บ้าน,ตำบล,อำเภอ,จังหวัด) จึงไม่สอดคล้องกัน ....
ปัญหาที่เกิดขึ้น อยู่ว่าที่ผ่านมารัฐฝึกให้เขา(ชาวบ้าน)คุ้นชินกับการสั่งการ และรอรับคำสั่งจากบุคคล หรือหน่วยงานของรัฐมาตลอด...
วันดีคืนดีกลายเป็นหน่วยงานที่มีทั้งฝ่ายการเมืองเพื่อทำหน้าที่บริหาร บุคคล บริหารงบประมาณ บริหารงานพัสดุ บริหารสารพัดจะมีใน หน่วยงานนั้น และเป็นหน่วยงานที่มีเจ้าหน้าที่มาจากรัฐ และงบมาจากรัฐอย่างเดิม เหมือนรัฐบาลบริหารประเทศนั้นเอง...
แต่ต่างกันตรงที่ พนักงานการเมือง(ส.อบต.)ทั้งหลายเลือกจากตัวแทนของหมู่บ้าน ซึ่งก็รู้ว่าใครทำอะไร,เป็นอย่างไร,และมีผลงานอะไร ชัดเจนยิ่งกว่าดูละครเสียอีก..ซึ่งไม่ต่างจาก ผู้ใหญ่บ้าน,ประธานกลุ่มกิจกรรมในหมู่บ้าน แล้วต้องเลือก คนเหล่านี้อีกเพื่ออะไร? เพื่อบอกว่าคุณเป็นพวกฉัน,พวกเขา,พวกคุณ หรืออย่างไร? (เป็นปัญหาอีกต่อหนึ่ง)
อย่างนี้เป็นเรื่องเล่าให้ฟังเป็นเบื้องต้น .......องค์กรปกครองท้องถิ่น จึงเป็นอะไร?ที่สร้างปัญหาหลายอย่าง ถ้ายังคิดกันแบบเดิม หรือ เพราะมีกระบวนทัศน์แบบเดิมอยู่......(กระบวนทัศน์ หมายถึงแนวคิด แนวปฏิบัติ และการให้คุณค่าในการมองโลกตามความเป็นจริงอีกแบบหนึ่ง ตามความหมายของ ดร.เสรี พงศ์พิศ)
ถึงเวลาหรือยังที่ต้อง ปรับกระบวนทัศน์...หรือยัง?