สภาพัฒน์หนักใจเศรษฐกิจไทยหดตัวแรง ปีหน้าโตแค่ 3% เสนอ 9 ทางออกพยุงเศรษฐกิจนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ได้ปรับลดคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2552 ใหม่ ลดลงเหลือเพียง 3-4% จากที่ตั้งเป้าไว้ 4-5% และตัวเลขอาจจะลดลงมากกว่านี้ หากรัฐบาลไม่สามารถปฏิบัติงานได้เต็มที่อย่างที่ผ่านมาปัญหาการเมืองยังไม่คลี่คลาย นอกจากนี้ ยังประเมินว่าหากเศรษฐกิจโลกในปี 2552 หดตัวเหลือเพียง 2% จะทำให้การส่งออกไทยขยายตัวได้เพียง5-7% การลงทุนขยายตัว 3-4% การบริโภคขยายตัวได้ 3-3.5% ส่วนราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ระดับ 55-65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล “นับตั้งแต่ทำงานเป็นเลขาธิการสภาพัฒน์มา มีครั้งนี้ที่ตัวเลขเศรษฐกิจลดลงมากที่สุด ครั้งนี้ลดแรงถึง 1%” นายอำพน กล่าว
เลขาธิการ สศช. ได้เสนอ 9 แนวทางให้รัฐบาลเร่งรัดดำเนินการเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ 1.การเร่งรัดโครงการเมกะโปรเจกต์ 2.โครงการระบบน้ำเพื่อช่วยภาคเกษตร 3.การลงทุนในโครงการสาธารณสุข วงเงิน1.05 แสนล้านบาท 4.เร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อพยุงให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องและพวกธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี มีรายได้ 5.รัฐบาลต้องดูแลเรื่องสภาพคล่อง โดยเฉพาะดูแลให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงิน 6.การดูแลสินค้าเกษตรเพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย 7.เร่งรัดการลงทุนในชนบท เช่น การใช้งบผู้ว่าซีอีโองบเอสเอ็มแอล และงบ 1 แสนล้านบาท ให้เกิดการกระตุ้นการลงทุนการบริโภคภาคชนบท 8.ดูแลเสถียรภาพ ราคาน้ำมัน คาดว่าราคาน้ำมันจะลดลง และต้องดูแลไม่ให้ราคาสินค้าแอบฉวยโอกาสขึ้นราคา และ 9.การใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนปรน เพื่อเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “อัตราการว่างงานปีหน้า คาด ว่าอยู่ที่ระดับ 2-3% หรือมีคนตกงานมากที่สุดไม่เกิน 1.2 ล้านคน แต่ปีหน้าคงเป็นปีที่เราทุกคนลำบากต้องช่วยกันฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไปให้ได้” นายอำพน กล่าว
โพสต์ทูเดย์ 26 พฤศจิกายน 2551