อืมมมมม.....
สองวันนี้ผมรู้สึกได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง แล้วนำมาเปรียบเทียบกับชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน หรือโครงการวิจัยที่ดำเนินการอยู่...
ทำให้ย้อนคิดได้ว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราจะได้คิดโจทย์วิจัยขึ้นมาเพื่อหาคำตอบร่วมกันหรือไม่ว่า "ผลของยุคโลกาภิวัตน์ ต่อความมั่นคงของบ้านเมืองเราเป็นอย่างไร?"
- หากย้อนกลับไป 50 ปีก่อน เราจะยังสนับสนุนให้นักเรียนไทยไปเรียนเมืองนอกมากน้อยแค่ไหน?
- จำเป็นไหมต้องมีการวางแผนร่วมกัน และผสมผสานระหว่างความรู้และวัฒนธรรมเรื่องแนวคิดและค่านิยมที่ได้จากนักเรียนที่จบจากต่างประเทศ และที่มีอยู่ในประเทศ?
- หากย้อนกลับไปได้ จะเอาระบบเศรษฐกิจของเราไปผูกกับดอลล่าห์สหรัฐหรือไม่?
- หากย้อนกลับไปได้ จะออกกฎหมายต่างๆ เพื่อชวนให้ต่างชาติมาลงทุนในเมืองไทย แบบยิ่งเยอะยิ่งดี หรือไม่?
- หากย้อนกลับไปได้ เราจะสนับสนุนให้เกิดการส่งออกอย่างไม่ลืมหูลืมตา ส่งสินค้าอุปโภคบริโภคระดับเกรดเอไปต่างประเทศ แต่เก็บเกรดต่ำๆไว้บริโภคในประเทศ แบบปัจจุบันหรือไม่?
ยังคงเป็นคำถามที่เป็นไปไม่ได้ที่จะย้อนกลับไป แต่ในทางปฏิบัติแล้ว น่าจะมีบางอย่างที่สามารถกระทำได้.....ไหม?
มาชม มุมคิดของคุณ
เพราะเราหลงลืมความเป็นตนเอง จึงไหลไปตามกระแสอย่างไม่ลืมตาดูอย่างรอบคอบก่อนที่จะทำอะไรนะ
มาอ่านครับ เห็นพี่คนโรงงานมาวิวาทะ ด้วย ใจเย็นๆ นะครับ พี่เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง คุณหมอก็เป็นคนดีคนหนึ่ง แต่ยืนคนละองศามุมมองก็เลยต่างกันนะครับ :)
ขอบคุณครับคุณ umi และคุณกวิน
:)
เมื่อย้อนกลับไปจะเห็นอีกหลายสิ่งที่เราไม่น่าจะทำค่ะ
ให้คุณหมอมีความสุขนะคะ
เอาอย่างนี้ครับป๋า ผมเคยอ่านจากหนังสือพิมพ์บางฉบับ เขาบอกว่าคนไทยใฝ่การศึกษา(ในระบบมหาวิทยาลัยมากที่สุด) แต่ชอบเรียนแต่สายการศึกษาทั้งระดับ "มหาบัณฑิต" และ "ดุษฎีบัณฑิต" เพราะลงทุนน้อยและเรียนจบง่าย ได้ชื่อว่า"ดอกเตอร์"เหมือนกัน ไม่หลากหลายสาขาเหมือนชาติอาเชี่ยนอื่น ๆ ผมเห็น"ดอกเตอร์"เมืองไทยที่ไหน ก็เลยคิดว่า "พวกหน่อมแน้ม" ประโยชน์น้อยมาก หากประโยชน์มาก เมืองไทยดีกว่านี้มาก
สวัสดีค่ะ
ก็มองได้หลายมุมนะคะ แล้วแต่ว่าใครเป็นผู้คิด
ขอให้มีความสุขนะคะ ขอบคุณค่ะ