มูลนิธิสยามกัมมาจลจัดประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญ ให้คำแนะนำ โครงการเสริมศักยภาพการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา   ซึ่งดำเนินการโดย สรส. ที่มีคุณทรงพล เจตนาวณิชย์ เป็นผู้นำ    เมื่อวันที่ ๑๔ พ.ย. ๕๑  

 

โครงการนี้ใช้ KM เป็นเครื่องมือในการเสริมศักยภาพโรงเรียน ๖๘ โรง ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ

 

ผมโชคดี ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นคณะผู้เชี่ยวชาญ (ที่จริงน่าจะเรียนกว่าคณะผู้ให้คำแนะนำมากกว่า เพราะผมไม่เชี่ยวชาญอะไรสักอย่าง)    จึงเกิดปิ๊งแว้บ เรื่อง KM โรงเรียนเรษฐกิจอเพียง   ดังต่อไปนี้  

 

  • ต้องเน้นที่ตัวคน  พฤติกรรมของคน  ความคิดของคน    มากกว่าเรื่องวาทกรรม ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข แบบนกแก้วนกขุนทอง   คนในที่นี้คือ นักเรียน   ครู   ผู้บริหาร   คณะกรรมการสถานศึกษา    ผู้ปกครองนักเรียน   ผู้นำชุมชน   ยกตัวอย่าง โรงเรียนที่ครูมีหนี้สินมากผิดปกติ และหรือมีหนี้สินเพิ่มขึ้น ไม่ควรได้รับยกย่องให้เป็นโรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง 
  • ให้เน้นเล่ากิจกรรม แล้วช่วยกันตีความว่าเข้ากับ ศพพ. อย่างไร
  • KM เป็นเรื่องปฏิบัตินำ  ทฤษฎีตาม   ไม่ใช่ทฤษฎีนำ ปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามทฤษฎี
  • ศพพ. ใน รร. นอกโครงการ ๖๘ โรง มีไหม   มีการแพร่ความคิดความเชื่อและวิธีปฏิบัติออกมาจากกิจกรรมอื่นในชุมชน สู่โรงเรียนไหม เช่นที่ นครสวรรค์,  พิจิตร,  ต. ท่าข้าม อ. หาดใหญ่,   ต. ปากพูน จ. นครศรีธรรมราช
  • ไม่ควรทำงานแบบโครงการ ที่เน้นขอบเขตตายตัว    แยกกลุ่มออกจากชีวิตจริง   เพราะจะกลายเป็นการทำงานแบบเน้นโครงการ กลายเป็นทำหลอกๆ หรือชั่วคราว   ตามกระแส หรือตามกระสุน   ไม่เป็น ศพพ. ของจริง
  • ในเรื่อง รร. ศพพ. สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการทำแบบหลอกๆ   เพื่อเอาใจในหลวง  เอาใจผู้บังคับบัญชา  เอาใจแหล่งทุน (ทำตามกระแส และกระสุน)   ไม่ได้ทำเพื่อชีวิตของตนเอง เพื่อการเรียนรู้และสร้างนิสัยของตนเอง และของนักเรียนของตน    ยิ่งทำให้นักเรียนเพาะนิสัยเหลาะแหละไม่ทำอะไรจริงจัง อย่างมั่นใจตัวเอง

 

วิจารณ์ พานิช

๑๔ พ.ย. ๕๑