กิจกรรมการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริง

 

 

มีผู้ใช้กิจกรรมการเล่านิทานเพื่อพัฒนาความพร้อมให้เด็กปฐมวัยด้านต่าง ๆ ไม่ว่าด้านอารมณ์จิตใจ สังคมหรือด้านสติปัญญา การนำกิจกรรมเล่านิทานสู่เด็กปฐมวัยนั้น ครูปฐมวัยนอกจากควรตระหนักถึงความสำคัญแล้ว จำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพราะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่จะทำให้เด็กปฐมวัยเกิดความพร้อมตามจุดมุ่งหมายที่ครูต้องการ ปัจจัยที่กล่าวอย่างเช่น สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ สถานที่ ระยะเวลา เทคนิค วิธีการ กระบวนการต่าง ๆ ฯลฯ

 

 

ผู้เขียนขอย้ำว่า การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ครูจะต้องเป็นผู้มีบทบาทที่สำคัญ คือ ครูต้องเข้าใจในวิธีการสอนและต้องอาศัยทฤษฎีจิตวิทยาการสอน ตลอดจนสื่อที่เหมาะสมกับบทเรียน วัยและความสนใจของเด็ก เด็กอายุ 2-7 ปี ตามทฤษฎีทางสติปัญญาของเพียเจท์ จัดอยู่ในช่วงคิดก่อนปฏิบัติงาน (Preoperation stage) เด็กเรียนรู้จากการกระทำโดยอาศัยสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะเด็กวัยนี้ไม่สามารถเรียนรู้จากสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ สำหรับการพัฒนาเด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมการเล่านิทาน ครูต้องเข้าใจการจัดกิจกรรมอย่างลึกซึ้ง มีงานวิจัยของนิสิตปริญญาโท สาขาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปี 2551 ได้ศึกษาพฤติกรรมการแสดงมารยาทไทยที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัย โดยการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริง ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะศึกษาการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้เด็กได้ปฏิบัติตามตัวละครตามเนื้อเรื่องในนิทาน เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการแสดงมารยาทไทยที่พึงประสงค์ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กปฐมวัยมีความสามารถในการแสดงมารยาทไทย ในเรื่องการทำความเคารพ มารยาทด้านวาจาและมารยาทด้านการแสดงอิริยาบถ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตจริงของเด็ก จุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาระดับและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการแสดงมารยาทไทยที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยโดยรวมและรายด้านที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริง ผลการวิจัยพบว่า เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการแสดงมารยาทไทยที่พึงประสงค์ของเด็กปฐมวัยก่อนการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริง และหลังการจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริงในสัปดาห์ที่ 1 หลังจัดประสบการณ์การจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริงในสัปดาห์ที่ 1 เด็กปฐมวัยมีพฤติกรรมการแสดงมารยาทไทย ที่พึงประสงค์เพิ่มขึ้นก่อนจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริง เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ผลการเปรียบเทียบก่อนจัดกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริง มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สูงขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะระยะเวลาในการฝึกกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริงมากขึ้น ทำให้เด็กซึมซับและเกิดจินตนาการโดยกระบวนการเรียนรู้จากการดำเนินกิจกรรมที่ครูเล่าเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมการแสดงมารยาทไทยที่พึงประสงค์ผ่านกิจกรรมการเล่านิทานประกอบการฝึกปฏิบัติจริง ซึ่งมีครูเป็นผู้ชี้แนะแนวทาง ส่งเสริม กระตุ้นให้เด็กคิดและมีจินตนาการจากการแสดงเป็นตัวละครนั้น ๆ การสื่อความหมายและแสดงพฤติกรรมของตัวละครจะทำให้เด็กเข้าใจความรู้สึกที่เกิดจากจิตใจ และเรียนรู้ได้ดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง การกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ของเด็กที่เกิดจากการกระตุ้นให้เด็กกล้าคิด กล้าแสดงออก เป็นการสะท้อนความคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์ ทำให้เกิดพัฒนาการพฤติกรรมการแสดงมารยาทไทยที่พึงประสงค์ออกมา และในขณะวิจัยได้มีการกำหนดบทบาทครู ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมกระตุ้น และชักนำให้เด็กเสนอความคิด การให้อิสระเด็กในการเลือกใช้อุปกรณ์ การใช้คำถามพูดคุยสนทนากับเด็กในขั้นสรุปนั้นเป็นการพูดคุยถึงตัวละครนั้น ๆ ร่วมกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่เด็กพบและประสบการณ์จากการได้ฟังเรื่องที่จินตนาการโดยตรงกับตนเอง ครูให้อิสระทั้งความคิดและการกระทำ เด็กได้รับรู้และเรียนรู้ความคิดของบุคคลอื่นที่มีพฤติกรรมที่ตนได้ปฏิบัติ ทำให้เด็กเรียนรู้และเข้าใจความต้องการของผู้อื่น ปรับพฤติกรรมของตนเองให้เป็นที่ยอมรับของผู้อื่น เมื่อครูใช้คำถามกระตุ้นเพียงเล็กน้อย เด็กสามารถช่วยกันเสนอความคิดเห็นในการแก้ปัญหา และตกลงหาข้อสรุป วิธีแก้ปัญหากันเองได้ คือเด็กลดการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง รู้จักปรับตัวยินยอมทำตามเพื่อนและครูบอก

 

 

ฉะนั้นกิจกรรมการเล่านิทานนั้น ไม่ใช่เป็นกิจกรรมที่เล่านิทานให้เด็กฟังอย่างเดียวแล้วทำให้เด็กมีพฤติกรรมตามต้องการหรือตามจุดประสงค์ที่กำหนด จากงานวิจัยที่กล่าวชี้ให้เห็นว่า ครูปฐมวัยจำเป็นต้องมีเทคนิค/วิธีการส่งเสริมและสนับสนุนต่อเนื่องจากกิจกรรมการเล่านิทานด้วยเวลาที่เหมาะสม ความต่อเนื่องของการจัดกิจกรรมยังเป็นสิ่งจำเป็นอีกด้วย ครูปฐมวัยจำเป็นต้องศึกษาหาความรู้และพัฒนากิจกรรมการเล่านิทานให้มีประสิทธิภาพต่อไป