เห็นโลกโศกโศกาชาวประชาช่างน่าสงสาร กลิ่นธูปเทียนบนบานโชยกลิ่นควันสวรรค์ยลยิน
"เพลงเทพจุติ"
คำร้อง-ทำนอง วิโรจน์ พูลสุข
เป็นเทพเทวดา อยู่บนฟ้าบนสรวงสวรรค์
จุติลงมาพลัน จากสวรรค์วิมานฉิมพลี
จากโลกทิพย์ อยู่ไกลริบจากโลกใบนี้
เล็งฌาณบารมี จากฉิมพลีมาวิมานดิน
เห็นโลกโศกโศกา ชาวประชาช่างน่าสงสาร
กลิ่นธูปเทียนบนบาน โชยกลิ่นควันสวรรค์ยลยิน
ร้อนลุ่มกลุ้มใจ เพราะมิใช่ดั่งคนใจหิน
จากฟ้าลงมาดิน ชุบชีวินคนสิ้นทุกข์ให้สุขใจ
ลัน ลั่น ลั่นลัน ลันลา ลั่น ละ ลัน ลั้น ลัน ลั่น ลา........
..................................................................
เป็นเทพเทวดา มีฤทธาบารมี
จุติเป็นคนดี มีศีลธรรมความผ่องใส
ไร้ซึ่งปาฏิหาริย์ บำเพ็ญฌาณปฏิบัติใจ
พบธรรมที่อำไพ จึงฝันใฝ่ในความดี....
"ฉิมพลี" เป็นวิมาน ของ"ครุฑ "ซึ่งเป็นกึ่งเทพกึ่งอมนุษย์
อยู่บนต้นงิ้ว มีฤทธิ์มาก อยู่เหนือพญานาคราช
ครุฑเป็นผู้รับใช้ เป็นราชพาหนะของพระนารายณ์
"ครุฑ"ถูกนำมาใช้เป็นตราสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์
อ่านบันทึกของคุณวิโรจน์ แต่ละบันทึกแล้ว ครูตาลได้ความรู้ทางด้านภาษาไทยมากเลยค่ะ เช่น คำว่า ปรานี กับ ปราณี หรือเรื่องของครุฑ ความรู้ที่สรุปไว้ใต้บทเพลงเป็นความรู้ที่ดีมากค่ะ ยอมรับว่าคุณวิโรจน์มีความจำเป็นเลิศ ครูตาลยังไม่เคยจำสักทีว่าพระองค์ใหญ่ที่วัดทางสายนั้น ชื่อพระอะไร คุณวิโรจน์อยู่ไกลกว่าตาลตั้งหลายร้อยกิโล
ยังรู้มากกว่าครูตาลตั้งเยอะ อายจัง และสงสัยคงต้องอายอีกหลาย ๆ ครั้ง แน่เลย
บันทึกไว้ให้เป็นเช่นความรู้
ฝากคุณครูทั้งหลายได้ฝึกฝน
อบรมเด็กให้ฉลาดกันทุกคน
สังเกตจนขึ้นใจให้จ้องมอง
แบบทดสอบมอบภาระเป็นหน้าที่
ให้เด็กมีทักษะไปหาของ
หามาได้แล้วให้ถามตามทดลอง
มีสิ่งของอะไรอยู่ใกล้กัน
เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้มองจ้องสังเกต
จึงบอกเหตุเขาไปได้สร้างสรรค์
ต่อนี้ไปให้สังเกตเป็นสำคัญ
ผลเสกสรรเด็กไทยได้จดจำ