มองไปในอนาคตให้ไกล ๆ แล้วก้าวไปให้ถึง

วันนี้ (22 พ.ย.) ดิฉันตื่นแต่เช้า (ตี 4 ครึ่ง) เพื่อเดินทางจากโรงแรมหาดสองแควรีสอร์ท ไปยังสถานีรถไฟหินซ้อน ร่วมกับพี่ ๆ จากสคส. และผู้เข้าร่วมจากสช. เพื่อขึ้นรถไฟไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

      

เช้าวันนี้อากาศเย็น ๆ ดิฉันรู้สึกตื่นเต้น ดีจัง..วันเกิดปีนี้ได้มาชมวิวทิวทัศน์ที่สวยมาก ๆ ระหว่างที่นั่งบนรถไฟ ดิฉันมองไปนอกหน้าต่างรถไปตลอด เพื่อซึมซับบรรยากาศและความสวยงามของธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกสบายใจ แต่ก็คิดถึงอะไรไปเรื่อยและคิดถึงบ้านเหมือนกัน

       

เส้นทางที่รถไฟสายนี้วิ่งไป ผ่านสถานีรถไปเขาสูง แก่งเสือเต้น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ บ้านหนองบัว โคกสลุงและไปสิ้นสุดที่สถานีสุรนารายณ์ ระหว่างทางกลับพวกเราแวะถ่ายรูปที่ทุ่งทานตะวัน หลังจากนั้นกลับมาที่พักก็ได้รับคำอวยพรจากบุพการี (เตี่ย-แม่) ที่โทรมาหาตั้งแต่เช้า...นี่แหละคือของขวัญที่ประเสริฐที่สุดในชีวิตแล้ว

สำหรับ Workshop ในวันนี้...ว่าด้วยเครื่องมือตารางอิสรภาพ มีการชวนคิด ชวนคุยร่วมกัน รวมทั้งเรื่อง KM ด้วย

ในช่วงบ่ายเป็นการนำเรื่องเล่า Success ของเมื่อวานมาคุยต่อโดยใช้เครื่องมือตารางอิสรภาพเป็นเครื่องมือหลัก โดยการหาความสามารถหลักของประเด็นที่ Success ว่ามีทางด้านไหนบ้างและหาข้อสรุปร่วมกัน หลังจากนั้นจัดระดับออกเป็น 5 ระดับแล้วแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันว่าแต่ละระดับนั้น หมายถึงว่าขีดความสามารถในลักษณะใด

วันนี้ดิฉันสามารถเรียนรู้และการนำเครื่องมือตารางอิสรภาพไปใช้ต่อได้ค่อนข้างดี

ปีนี้อายุครบ 25 ปีแล้ว เป็นวัยเบญจเพส แต่ดิฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าวันเกิดของแต่ละปีไม่มีอะไรต่างกันมาก แค่รู้สึกดี...ว่าอายุเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี และคิดว่าในช่วงต่อจากนี้จะทำอะไรต่อไป และที่สำคัญ คือ คิดถึงเตี่ย-แม่ ผู้ที่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเราตั้งแต่เกิด

 

ปีนี้ต้องเป็นปีแห่งการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตัวเองแน่ ๆ เลย (จะพยายามให้ถึงที่สุด) .... มองไปในอนาคตให้ไกล ๆ แล้วก้าวไปให้ถึง