20 พ.ย. 2551 วันนี้ช่วงภาคเช้าได้มีโอกาสร่วมต้อนรับคณะกรรมการคัดเลือกนักเรียนทุนพระราชทานระดับจังหวัดของโรงเรียนแวงใหญ่วิทยาคม ซึ่งได้เป็นตัวแทนระดับเขตพื้นที่การศึกษา เขต 3 ทั้ง 2 ระดับ ทั้ง ม. ต้น ม.ปลาย ได้เห็นการนำเสนอผลงานของนักเรียนแต่ละคน และผลงานที่ทำแล้วรู้สึกชื่นใจแทนพ่อแม่ คุณครู โรงเรียน หมู่บ้าน และชาวอำเภอแวงใหญ่ ที่มีลูกหลานที่เป็นคนดี มีคุณธรรม เป็นหน้าตาของอำเภอ ถือเป็นเพชรเม็ดงามที่หาได้ยาดในสภาพปัจจุบัน ถ้าเราได้ประคับประคอง ส่งเสริม ช่วยกันเจียระนัย จะสามารถเป็นกำลังสำคัญของชาวแวงใหญ่และประเทศชาติต่อไป ในช่วงบ่ายได้ไปต้อนรับคณะดูงานเป็นเกษตรกรที่เข้าอบรมตามโครงการพัดชำระหนี้ของ ธกส. จำนวน 70 คน ที่ทางรัฐบาลได้ให้โอกาส พักหยุดคิดทบทวนชีวิต เพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง สู่ความพออยู่พอกิน และพอเพียงตามอัตตภาพ ดูแล้ว มองแล้ว เห็นแล้ว อนาถใจ ผู้เข้าอบรมพักหนี้หลายคน มีอายุกว่า 70 ปี คิด คิด คิด อะไรหนอ จึงทำให้ ตา ยาย เหล่านี้ จึงเป็นหนี้ ต้องพักหนี้ ต้องมาอบรม เพราะสภาพอายุขนาดนี้ น่าจะพออยู่พอกินได้แล้ว มีความสุขได้แล้ว ทำไมต้องมา ตกระกำลำบาก ใครหนอ ทำให้ท่านต้องเป็นแบบนี้ ท่านทำตัวเอง ท่านขี้เกียจใช่ไหม ไม่น่าใช่ ดูความกร้านดำ ความปูดโปนของเส้นเอ็น
แล้ว หรือลูกหลานท่านทำ.... หรือ ระบบราชการทำ... กรมส่งเสริมทำ....เป็นกรรมเก่า.... หรือธรรมชาติกลั่นแกล้ง ทำอย่างไรชาวนาไทยจึงจะเป็นไท..............ไม่ใช่เป็นทาส..
มีผอ.ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า
ที่หมู่บ้านมีตาคนหนึ่งสมมุติชื่อมาแกเลี้ยงวัว2ตัวและทำนาผืนเล็กๆที่เดียว
วัวแกมีตัวผู้และตัวเมีย ถึงเวลาวัวมีท้องออกลูกแกก็ขาย..นาผืนเล็กๆก็เก็บเกี่ยวเท่าที่ได้ ..สรุปมีกินได้สบายๆ..มีเงินบ้างเล็กน้อยจากการขายวัว..
ชาวบ้านคนอื่นๆหาว่าแก่โง่..แกไม่สนเงินกู้..แกไม่สนธนาคารใดๆทั้งสิ้น
อยู่ตามประสาแก..ขณะที่คนอื่นๆมีเงินจากการกู้ยืมไปจับจ่ายใช้สอยสนุกสนาน
หน้าตาเบิกบานตอนมีเงินใช้..ต่อมาถึงเวลาใช้หนี้..พี่น้องเอ๋ย..หน้าดำคร่ำเครียด
ทะเลาะเบาะแว้งภายในครอบครัว..แต่ตามายิ้มกว้างร้องเพลงเสียงดัง.."เราชาวนาอยู่กับควาย......."
สรุปใครโง่เนาะ