สถานส่งเสริมพัฒนาเด็กปฐมวัย ศูนย์อนามัยที่6ได้ทำ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในมุมผู้ปกครองและจากการสอบถามร้อยละ 80 มีความเชื่อว่าต้องทำได้และร้อยละ 20 ยังไม่ทราบวิธีการเลิกใช้ขวดนม ทั้งนี้ต้องการให้ลูกเลิกติดขวดนมเพราะได้ความรู้เรื่องบ๊าย บาย ขวดนมช้าไป โรคภัยตามมาจากการทำกลุ่มสัมพันธ์เมื่อการประชุมผู้ปกครองจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในมุมผู้ปกครองนั้นเอง ทำให้รู้ว่า เมื่อหนูติดนมขวดมีผลอย่างไร
วิธีดำเนินการ
1.คุยแลกเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาและให้เขียนตอบปัญหาเรื่อง “ ปัญหาสุขภาพ เรื่องที่เกิดปัญหา ปัญหาที่พบขณะปฏิบัติงานของบุคลากร
2. นำปัญหาดังกล่าวมาหาสาเหตุและแนวทางแก้ไข
3. ผลที่ได้จากการหาแนวทางแก้ไข คือ เด็กอายุ 2 – 3 ปี ร้อยละ 100สมารถ ลด ละ ลิก ขวดนม ให้มีลักษณะที่สามารถจะทำได้โดยที่เด็กไม่คิดว่าถูกบังคับและเกิดผลดีต่อสุขภาพเด็ก
ผลการดำเนินงานทำให้เกิด
1. การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง
2. เพิ่มทักษะให้แก่เจ้าหน้าที่ในการดูแลเด็ก ในการ ละ เลิก ขวดนม เป็นเรื่องง่ายในการปฏิบัติ
3. การส่งเสริมสุขภาพในเรื่องโรคที่จะตามมา เช่น
ผลที่เด็กติดนมขวด
1. ฟันผุ ฟันสบกันไม่ดี
2. โรคอ้วนในวัย 1 ขวบขึ้นไปเพราะทานนมมากๆก็จะได้แต่น้ำตาล ขาดสารอาหารจากอาหารหลัก5หมู่
3. ไม่ยอมทานข้าวเด็กที่ติดขวดนมมักปฏิเสธการทานอาหารหลัก5หมู่ ทานน้อย
4. ขาดทักษะที่สำคัญยังทำให้เด็กเสียโอกาสในการพัฒนาทักษะการพูดการเคี้ยวและการใช้มือในการทำกิจกรรมอื่นๆ อีกด้วย
ผลที่เกิดถ้าเด็กเลิกนมขวด
1. ฟันไม่ผุ การกินนมจากขวดทำให้ฟันผุและปวดฟันเมื่ออายุยังน้อย ทำให้เด็กต้องทรมาน
2. ปัสสาวะรดที่นอนน้อยลงการเลิกนมขวดมาทานนมจากแก้ว ไม่ต้องทานนมตอนกลางคืนเหมือนแต่ก่อนก็จะปัสสาวะได้น้อยลง จึงช่วยฝึกการขับถ่ายให้ลูกด้วย
3. ทานข้าวได้เยอะเพราะเด็กไม่ติดขวดนม ก็จะลดการดูดนมทำให้ทานข้าวได้มากขึ้น เพราะไม่อิ่มนม
4. แม่เหนื่อยน้อยลงเพราะไม่ต้องเสียเวลาใน การล้างขวดสามารถพกพาแก้วหรือดื่มจากกล่องได้ทุกที่ทุกเวลา
5. ได้ฝึกทักษะเด็กจะได้ฝึกทักษาการใช้มือและพัฒนาการปากและฟัน ตามพัฒนาการที่ควรจะเป็นและเด็กก็จะไม่รู้สึกอายเมื่ออยู่ร่วมกับเพื่อนในชั้นด้วยทำให้เด็กมีบุคลิกภาพที่ดีด้วย
