อาจารย์ที่บรรดาอาจารย์ในกลุ่มยกย่อง

ในกลุ่มครูหรืออาจารย์นั้น บางท่านก็เป็นที่รังเกียจจากเพื่อนครูอาจารย์ด้วยกัน แต่บางท่านกลับได้รับการยกย่องสรรเสริญ ใครเคยคิดบ้างว่าเป็นเพราะเหตุไร ? ... ผู้เขียนอ่าน โสณทัณฑสูตร (คลิกที่นี้) จึงนำมาประยุกต์อธิบายตามชื่อเรื่องของบันทึกนี้...

ตามนัยวรรณะ ๔ ของอินเดียนั้น พราหมณ์จัดเป็นวรรณะซึ่งมีหน้าที่ทำนองเดียวกับครูอาจารย์และพวกเจ้าพิธีในสังคมไทยปัจจุบัน และเป็นธรรมดาว่าในคนกลุ่มเดียวกันนี้ย่อมมีทั้งผู้ควรแก่การยกย่องและน่ารังเกียจ... ในโสณทัณฑสูตรนี้ พระพุทธเจ้าตรัสถามโสณทัณฑพราหมณ์ว่า พราหมณ์มีคุณสมบัติอย่างไรจึงควรแก่การยกย่องจากพวกพราหมณ์ด้วยกัน ผู้เขียนอ่านแล้วก็เกิดความคิดว่า ถ้าเปลี่ยนพวกพราหมณ์มาเป็นบรรดาครูอาจารย์ก็น่าจะพอไปได้ จึงนำมาเล่าไว้ที่นี้...

 

โดยคล้อยตามโสณทัณฑสูตร ครูอาจารย์ผู้ควรแก่การยกย่องสรรเสริญจากบรรดาครูอาจารย์ด้วยกัน จะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ๕ ประการ กล่าวคือ

  1. มาจากวงศ์ตระกูลดี ไม่มัวหมองทั้งฝ่ายพ่อหรือแม่มาเป็นเวลานาน หลายชั่วคน
  2. มีความรู้ความเข้าใจในแขนงวิชาที่ตนได้เล่าเรียนมาอย่างถูกต้อง สามารถพิสูจน์ได้
  3. มีรูปร่างดี ถ้าชายก็รูปหล่อหรือถ้าหญิงก็รูปงาม บุคลิกเพรียบพร้อม มีสง่าราศี
  4. มีศีลธรรม จรรยา มารยาท คุณธรรมแห่งความเป็นครูอาจารย์ ไม่ด่างพร้อย
  5. มีปัญญาเยี่ยม เฉลียวฉลาด ปรากฎเป็นที่หนึ่งหรือที่สองภายในกลุ่มหรือสำนักนั้นๆ

 

ถามว่า ถ้าจำเป็นต้องตัดคุณสมบัตินี้ออกไป ควรจะตัดข้อใดก่อน.... ตอบว่า ตัดข้อ 3 นั่นคือ รูปร่างว่าหล่อว่างามออกไปได้เลย เนื่องจากความหล่อหรือความงามนั้น จะทำอะไรได้ มีคุณค่าน้อยในความเป็นครูอาจารย์

ถามว่า ถ้าจำเป็นต้องตัดออกไปอีกข้อ ควรจะตัดข้อใดถัดมา... ตอบว่า ตัดข้อ 2 นั่นคือ ความรู้ความเข้าใจในสาขาวิชาที่เรียนมา เนื่องจากคนที่เป็นครูอาจารย์สาขาใดก็ต้องจบสาขานั้นหรือต้องมีความรู้สาขานั้นอยู่แล้ว เพราะไม่อย่างนั้น ก็ไม่อาจเป็นครูอาจารย์สอนสาขานั้นๆ ได้ ความรู้ความเข้าใจจึงมิใช่ประเด็นสำคัญที่บรรดาครูอาจารย์ด้วยกันจะยกย่องกันในเรื่องนี้ เพราะทุกคนก็จบมาเหมือนๆ กัน เรียนมาเหมือนๆ กัน

ถามว่า ถ้าจำเป็นต้องตัดออกไปอีก ควรจะตัดข้อใดออกไป... ตอบว่า ตัดข้อ 1 นั่นคือ ตัดวงศ์ตระกูลออกไป จริงอยู่ ครูอาจารย์ที่มาจากวงศ์ตระกูลมีชื่อเสียง ไม่เสียหายหรือฉ่าวโฉ่ น่าจะได้รับการขัดเกลาและบ่มเพาะมาเพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของวงศ์ตระกูลต่อไป อีกทั้งสายเลือดหรือกรรมพันธุ์นั้น ควรแก่การเชื่อถือได้เหมือนกัน แต่ก็เป็นไปได้ว่า วงศ์ตระกูลที่สืบทอดความดีมาหลายชั่วคน มักเกิดเรื่องฉาวโฉ่น่ารังเกียจเมื่อถึงรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นคนนี้ก็ได้

ถามว่า ถ้าจำเป็นต้องตัดให้เหลือข้อเดียว ควรจะตัดข้อใดออกไป... ตอบว่า ตัดต่อไปอีกไม่ได้ เพราะข้อ 4 คือ ศีลธรรมจรรยาบรรณแห่งความเป็นครูอาจารย์นั้น เป็นสิ่งที่ควรยกย่องสำหรับครูอาจารย์ผู้ปฏิบัติได้ดี นั่นคือ ถ้าครูอาจารย์คนใด ไม่มีคุณสมบัติข้อนี้ก็ไม่สมควรยกย่อง... อีกอย่างหนึ่งนั้น ข้อ 5 คือ ความเฉลียวฉลาดมีปัญญาดีเยี่ยมในกลุ่มก็เป็นสิ่งที่ควรแก่การยกย่อง นั่นคือ ครูอาจารย์มีหน้าที่โดยตรงในการสอนสั่งและอบรมศิษย์ให้มีความรู้ความเข้าใจและปฏิบัติในเรื่องนั้นๆ ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้ปฏิภาณไหวพริบ และถ้าครูอาจารย์คนใดเป็นเลิศในกลุ่ม ก็สมควรแก่การยกย่อง นั่นคือ ข้อสุดท้ายนี้ก็ไม่อาจตัดได้เช่นเดียวกัน

 

การจัดลำดับทำนองนี้ เป็นการคล้อยตามโสณทัณฑสูตร ซึ่งจะเห็นได้ว่า พรามณ์สมัยก่อนนั้น ยกย่องวงศ์ตระกูลยิ่งกว่าความรู้ที่ได้เรียนมา (ยกย่องข้อ 1 มากกว่า ข้อ 2) อาจเป็นเพราะว่าวิชาความรู้ในครั้งโน้นเรียนกันในวงศ์ตระกูลนั้นๆ...

อนึ่ง ประเด็นวงศ์ตระกูลนี้ ถ้าเทียบปัจจุบัน อาจเปลี่ยนมาเป็นสถานศึกษาก็พอไปได้เหมือนกัน เช่น จบจากฮาวาร์ดหรือเคมบริดจ์ ก็มักได้รับการเคารพยกย่องในกลุ่มครูอาจารย์ทั่วไปเป็นเบื้องต้น หรือถ้าจบเมืองไทยก็ต้องจุฬาหรือธรรมศาสตร์เป็นต้น แต่มิใช่ว่าจบจากสำนักเหล่านี้แล้วจะเก่งสุดยอดทุกคน บางคนเก่งพอสมควร แต่ถ้าขาดจรรยาบรรณแห่งความเป็นครูอาจารย์ ก็ไม่สมควรแก่การยกย่อง นั่นก็คือ สถานศึกษาที่จบมานั้น ถ้าจำเป็นต้องตัดออกไปก็ได้ เพราะบางคนที่เก่งสุดยอดจากสำนักอื่นๆ ก็มีเหมือนกัน...

นอกประเด็นออกไป... คุณสมบัติเหล่านี้ ไม่ได้อ้างถึงฐานะ คือ ความร่ำรวย อาจเป็นเพราะยุคสมัยโน้น ทรัพยากรยังมีเยอะ คนยังน้อย...

  • ใคร่จะถามว่า ความร่ำรวยของครูอาจารย์นั้น น่าจะจัดเป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมด้วยได้หรือไม่ สำหรับยุคสมัยปัจจุบัน...