เมื่อวานนี้ เป็นวันที่ 20 พฤศจิกายน 2551
 ฉันถึงบ้านเวลา 17.50น.ก็ต้องรีบกลับออกจากบ้านไปอีก เพราะลือไปเอาหนังสือร้านถ่ายเอกสาร ที่จ้างเขาถ่าย และเย็บเล่ม ตรงสี่แยกบ้านเช่า ขณะที่รถของฉันมาถึงบริเวณ สี่แยก พลันสายตาฉันเหลือบไปเห็น

เด็กนักเรียนหญิงแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียน มัธยมปลาย ของโรงเรียนชื่อดังในใจกลางเมืองสมุทรสาคร เธอยืนตรงหัวมุมร้านเบอเกอรี่หนึ่ง  เธอมีน่าตา น่ารัก สูงโปร่ง ยืน สนทนากับกลุ่มนักเรียน

นักเรียนกลุ่มนี้อยู่ในชุดกีฬาของโรงเรียน เสื้อโปโลสีน้ำเงิน เป็นนักเรียนของโรงเรียนมีชื่อในเมือง แต่ตั้งอยู่คนละถนน

ทั้งสองโรงเรียนจัดว่าเป็นโรงเรียนมีมาตราฐานใกล้เคียงกันมาก เพราะต่างก็ผลิตนักเรียน ดี เก่ง มามากเช่นกัน

แต่ท่าทางเธอทั้งสองไม่ได้คุยกันอย่างธรรมดา  เมื่อมองไปอีกด้าน พบกลุ่มนักเรียน ทั้งสองโรงเรียน ยืนอยู่แน่นทางฟุตบาท  แต่ดูว่าฝ่ายเสื้อน้ำเงินจะเยอะกว่า

และมีคิวมอเตอร์ไซด์จอดอยู่ 4-5 คัน ต่างยืนเท้าเอวมอง ลูกสาวฉันพูดขี้นด้วยเสียงดังว่า "เขาตบกันแน่เลย " ฉันบอกสามีว่าดูท่าแล้วเด็กนักเรียนในชุดกระโปรงจะถูกรุมแน่ " สามีฉันพูดว่า ปล่อยไปเถอะ เดี๋ยวครูเขาก็มากันเองที่นี่เขาไม่ต้องการให้คนนอกช่วย จริงซิ  ระยะทางทีเกิดเหตุ อยู่ไม่ห่างจากโรงเรียน มากนัก แค่เดินข้ามถนน 2 เลน ผ่านร้านค้า เพียงแค่ 5 ห้อง ทำไมไม่เห็นวี่แววครู อาจารย์เลย

 ก็พอดีรถของฉันเคลื่อนผ่านร้านเบอเกอรี่มาจอดหน้าร้านถ่ายเอกสาร ฉันรีบลงจากรถ ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะรีบลงไปทำไม ลูกสาวกระโดดตามลงมาจับแขนไว้ อย่าแม่ ปล่อยมัน ฉันร้องอ้าว... สงสารเขานะลูก ลูกสาวบอก ไม่หนักหนาหรอกแม่เห็นไม๊ เขายังไม่กลัวเลย ไม่หนีด้วย..เขาไม่ฟังใครเลย

ลูกสาวฉันพูดแบบบ่นว่ามันน่าโดนจริงเด็กหวกนี้ พ่อแม่ให้มาเรียนหนังสือ อย่างนี้ต้องโดนมั่งจะได้เข็ด อ้าว ...ลูกฉันพูดแบบไม่มีความรู้สึกเลยหรือ  แถมยังบ่นต่อ ว่า นี่ถ้ามันกลับบ้านก็ไม่โดน แสดงว่าพอกัน ฉันถามทำไมล่ะ ลูกสาวฉันพูดว่า นี่มันเวลาเท่าไหร่แล้วคะคุณแม่..แทนที่เด็กคนนั้นจะกลับบ้าน..กลับมายืนอยู่ทำไม (เวลาประมาณ เกือบหกโมงเย็น) ฉันรู้สึกไม่พอใจ  ใจหนึ่งเห็นด้วยกับคำพูดของลูก ใช่ซิถึงเวลากลับบ้านตั้งนานแล้ว ทำไมไม่กลับ  แต่ใจหนึ่งก็สงสารจับใจ ในสถานการณ์เช่นนี้

ทั้งสองฝ่ายต่างเป็นเยาวชน และถ้าฉันเดินเข้าไป ขอร้องเขา อะไรจะเกิดขึ้น สถานการณ์ไม่ยอมให้ฉันคิดนาน  ฉันมองเด็กทั้งคู่แล้วบอกได้เลย ว่าชุดกระโปรงนักเรียนเสร็จแหงๆ เพราะฝ่ายชุดกีฬาเริ่มหนาตาขึ้น ทันใดนั้นฉันก็เห็น เด็กในชุดกีฬาสีน้ำเงิน ใช้มือขวาบีบไหล่ฝ่ายตรงข้าม แล้วกดให้ต่ำลง ดีงตัวออกมา โอ้ เด็กสาวล้มลงคุกเข่า และพับเพียบ จังหวะที่ฉันตัดสินใจก้าวเท้าไป มีเด็กผู้ชาย สวมเสื้อผ้าชุดกีฬาสีเหลืองวิ่งตัดหน้า ลูกสาวดึงแขนฉันถอยหลัง เสียงดัง เปี๊ยะๆๆพะๆๆๆๆ เอาแล้ว..ฉันร้องในใจ ห่างกันไม่ถึง20ก้าว

ฉันก้าวต่อไปพร้อมภาวนาให้ตำรวจมาเร็วๆ เสียงนกหวีดดังปี๊ดๆๆๆๆ พรึบเดียว ถนนโล่ง เด็กๆหายไปหมด แม้แต่คนที่ถูกรุม ฉันใจเต้นตุบตุบๆๆ โอ้ลูกเอย น่าสงสารเขานะ ทำไมเป็นเช่นนี้  เจ้าของร้านที่ฉันไปถ่ายเอกสาร พูดขึ้นว่า เป็นอย่างนี้ ประจำเลยครับอาจารย์  มันเป็นเรื่องปกติ

ฉันถามต่อว่า  เขาตบตีกันทำไม ได้รับคำตอบว่า เรื่องเดิมแหละอาจารย์ ...ก็เรื่องอะไรเล่า พูดให้มันชัดเจน  เอ้า..อาจารย์ไม่รู้เหรอ เรื่องเต่าล้านปีแล้ว ..ฉันมองตาเจ้าของร้าน เขายิ้มๆ แล้วพูดว่า เขาแย่งผัวกันครับอาจารย์   ฉันไม่พอใจคำตอบ ถามออกไปว่า เฮีย...รู้ได้ไง  เขาตอบว่า อาจารย์ไม่ได้ยินเหรอ ไอ้เด็กใส่ชุดกีฬามันเอาเด็กผู้ชายมาคนหนี่ง ไอ้ตัวมอมอ นั่นแหละ มันบอกว่า นี่ผัวกู...อย่ามาซ่า

ไม่ใช่เรื่องของฉันจริงๆด้วย คุณพระช่วย...เรื่องในครอบครัวเขา ?

เมื่อฉันจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว คุณลูกพูดขึ้น เห็นไม๊หนูบอกแม่แล้ว ไม่เชื่อหนู เด็กสมัยนี้ มันไม่ใช่สมัยของแม่พอดีขึ้นนั่งบนรถ คุณสามีบอก แม่เขาดื้อ    เอ้า...เป็นงั๊นไป  ฉันยิงคำถามว่า ทำไมผู้ใหญ่แถวนี้เขายืนดูเฉยๆ หละพ่อ    สามีบอกว่า เขาไม่อยากเดือดร้อนนะซิ  เพราะเด็ก..........พวกนี้ ต่างมีที่มาที่ไม่ธรรมดา ปล่อยใหเด็กๆเขาจัดการเรียนรู้กันไปเอง

เคยมีที่ผู้ใหญ่เข้าไปเกี่ยวข้อง ปรากฎว่าโดน โดนผู้ใหญ่ที่ใหญ๋กว่ามาเล่น ทีนี้เรื่องใหญ่เลย ผู้ใหญ่กับผู้ใหญ่เล่นกันมันไม่เล่นกันแบบธรรมดา มันเอากัน..ถ้าไม่ขึ้นโรงพัก ก็ต้องมีฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งไปเฝ้ายมบาล.... ฉันนึกในใจว่า งั้นฉันไปเฝ้าพระอินทร์ดีกว่า

ขอสารภาพ ที่จริงฉันเคยเห็นเรื่องแบบนี้ จากเยาวชนของ ทั้งสองโรงเรียนนี้มา 3 ครั้งแล้ว แต่มาเห็นตอนคุณตำรวจจับไปนั่งบนรถแล้ว  ไม่ทันเห็นเด็กตบกัน จังๆแบบครั้งนี้เลย ซึ่งไม่ต่างจากที่มีดูตามจอแก้ว

ท่านอ่านแล้วคิดเห็นอย่างไร บอกเล่า เก้าสิบ  เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่ต่อไปเถิด พี่น้อง...

ขอบคุณค่ะ