เล่าเรื่องดีๆเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษาพยาบาล
อรุณศรี เตชัสหงส์
ดิฉันเป็นอาจารย์สอนวิชาจริยศาสตร์ทางการพยาบาลให้กับนักศึกษาพยาบาลปีที่๒ โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ถามว่า การสอนให้นักศึกษามีจริยธรรมเป็นการส่งเสริมสุขภาพหรือไม่ ดูเหมือนไม่ใช่ แต่ในชม.ที่สอนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการทำกลุ่มย่อย มีการสอดแทรกแนวคิดในการดำเนินชีวิตให้กับนักศึกษาอยู่เสมอ เช่นการสอนให้คิดวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจแก้ปัญหาบางอย่างที่เป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากเพราะมีทั้งข้อดีข้อเสียที่ต้องเลือก นอกจากนี้ในวิชานี้เรายังให้นักศึกษาประเมินตนเองหาจุดเด่น จุดด้อย ของตนเอง เพื่อจะเลือกกิจกรรมที่ตนเองอยากจะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น
เมื่อปีที่แล้ว เป็นปีแรกที่เราเริ่มให้นักศึกษาวิเคราะห์ตัวเอง มีนักศึกษาพยาบาลอยู่คนหนึ่ง สมมุติว่าชื่อ นส.เดือน นส.เดือนพูดถึงจุดอ่อนของตนเองว่าเป็นคนที่มีความเครียดสูง คาดหวังกับตนเอง เพื่อนและงานสูงมาก ทำให้มักจะมีความขัดแย้งกับเพื่อนในกลุ่มเสมอๆ ตัวนักศึกษาเองไม่ได้มีความสุขที่ตนเองเป็นอย่างนั้น เธอเขียนมาว่าเธออยากจะพัฒนาตนเองในการที่จะเป็นคนที่มีความสุขมากกว่านี้ ดูภายนอกเราไม่สามารถบอกได้เลยว่าเธอเป็นคนมีบุคลิกแบบนี้ แต่เธอก็เปิดเผยตนเองให้ดิฉันในฐานะครูทราบ ดิฉันได้feedbackให้เธอทราบว่า ดิฉันรู้สึกยังไงกับเธอ โดยภาพรวมดิฉันชื่นชมเธอที่พยายามที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นและได้เสนอแนวทางการปฏิบัติธรรมในเรื่องสติให้เธอพิจารณา เธอสนใจและตั้งใจที่จะเรียนรู้ เธอได้เขียนพัฒนาการของเธอในตลอดช่วง 4 เดือนที่เรามีกิจกรรมการเรียนการสอนนี้ ทุกครั้งที่เราเจอกันดิฉันจะถามสารทุกข์สุขดิบของเธอ เธอรู้สึกว่าเธอมีกำลังใจที่ดิฉันคอยสนใจ แต่เธอก็บอกว่าการปฏิบัติเพื่อรู้จักตัวเองและรู้สึกตัวไม่ง่ายนัก แต่เธอก็จะพยายาม นอกจากเรื่องราวของตัวเธอแล้ว นักศึกษาหลายคนของดิฉันได้วิเคราะห์ตัวเองและมีแนวทางในการพัฒนาตนเองหลายเรื่อง เช่น เรื่องการตรงต่อเวลา การพูดและแสดงพฤติกรรมที่ไม่ก้าวร้าว ฯลฯ
ในปีนี้ดิฉันได้พบกับ นส. เดือนอีก ปีนี้เป็นปีที่เดือนต้องข้ามมาเรียนที่รพ.รามาธิบดี ต้องมีการเรียนการสอนที่ต้องขึ้นฝึกบนหอผู้ป่วยเกือบตลอดสัปดาห์ เดือนได้พูดถึงปัญหาของตนเองกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ซึ่งเป็นนักศึกษาในกลุ่มที่เรียนวิชาจริยศาสตร์กับดิฉันเช่นเดียวกัน แต่เดือนไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร เดือนเล่าว่าเธอไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอและเพื่อนคนนั้น แต่เพื่อนโกรธเธอ ไม่ยอมพูดกับเธอ ทำให้เธอและเพื่อนในกลุ่มรู้สึกอึดอัดใจ เธอกับเพื่อนคนนี้ต้องขึ้นวอร์ดเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ไม่สามารถหลีกหนีการพบปะและการทำงานร่วมกันได้ ดิฉันรับฟังและช่วยเป็นกำลังใจให้เธอปรับตัวกับเพื่อนคนนั้น มาวันหนึ่งมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นระหว่างเดือนและเพื่อน เพื่อนของเดือนได้แสดงพฤติกรรมที่รุนแรงกับเธอโดยการสาดน้ำในแก้วน้ำใส่เธอ เธอเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพราะเพื่อนคิดว่าเธอมาฟ้องดิฉันจึงโกรธเธอมาก ดิฉันได้มีโอกาสเรียกเดือนและเพื่อนคนนั้นมาคุยกัน ดิฉันได้รู้ว่าเพื่อนคนนี้คือใคร (เป็นนศ.ที่ได้ประเมินตนเองว่าต้องการปรับพฤติกรรมการพูดและการแสดงออกให้เหมาะสม) หลังจากได้พูดคุยกัน เพื่อนของเดือนบอกว่า เธอไม่พอใจเดือน เพราะเดือนชอบพูดจาไม่ดีกับตัวเธอ และครั้งล่าสุดคือตอนเช้าวันนี้ เดือนได้พูดในสิ่งที่เธอคิดว่าต้องการประจานเธอต่อหน้าครู แต่เดือนเองไม่รู้สึกตัว เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ หลังจากนั้นเดือนบอกว่าเดือนเริ่มระวังการพูดจามากขึ้น เหตุการณ์ระหว่างเธอกับเพื่อนดีขึ้น แม้จะยังไม่เป็นแบบเดิมได้
เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ว่า การจัดการเรียนการสอนที่ให้นักศึกษาได้มีโอกาสวิเคราะห์ตัวเอง และพัฒนาตนเองเป็นโอกาสอันดีที่เราในฐานะอาจารย์ได้รู้จักนักศึกษามากขึ้น และสามารถ ช่วยเหลือให้นศ.พัฒนาตนเองและปรับตัวกับการมีชีวิตอยู่ในสังคมได้ดีขึ้น การปรับตัวในสังคมได้ถือว่าเป็นการสร้างเสริมสุขภาพจิตของนักศึกษาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น