อ่านบทความ
การพัฒนาองค์กรในยุค ข้าวม๊ากมาก หมากแพ๊งแพง
ซึ่งกล่าวถึง Broad banding ซึ่งโครงสร้างแบบ Broad banding นั้นจะเป็นการกำหนดช่วงเปอร์เซ็นต์ของเงินรางวัลพิเศษตามระบบแท่ง (Broad banding) ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ระบบซี (Rank หรือ Common level) ในระบบราชการของไทย แท้จริงแล้ว Broad banding ถูกนำมาใช้ในองค์กรครั้งแรกในยุค 90 เพื่อที่จะพัฒนาขีดความสามารถขององค์กร เหตุผลหลักที่จะทำให้องค์กรตัดสินใจในการนำเอาระบบ Broad banding มาใช้นั้นคือ
1.ประสิทธิผลที่เพิ่มขึ้น
(Efficiency) อย่างแรกที่องค์กรมองว่า Broad banding
จะถูกนำมาใช้ก็คือประสิทธิผลในเรื่องการบริหาร
ค่าจ้างและเงินเดือน
เนื่องจากการกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นไปตามการประเมินผลงาน
2.ความยืดหยุ่น (Flexibility) องค์กรหลาย ๆ องค์กรได้พบว่าจากการที่มีโครงสร้างองค์กรที่สั้นลงส่งผลให้มีความยืดหยุ่นใน การทำงานมากขึ้น จะมีการช่วยงานและสอนงานในส่วนที่ถูกรวม เข้าด้วยกัน
3.กระจายอำนาจ (Decentralization) การบริหารจัดการภายใต้ระบบนี้จะเป็นการควบคุมเงินเดือนและค่าตอบแทนพนักงาน ซึ่งหัวหน้าในสายงานตรงที่เป็นผู้กำกับ และประเมินผลงานจะเป็น ผู้ดูแลและพิจารณา
4.มุ่งเน้นขีดความสามารถ (Performance Focus) สุดท้ายแล้ว องค์กรจะเริ่มมุ่งประเด็นไปที่การสร้างสรรค์พนักงานให้มีการพัฒนาขีดความสามารถที่สูงขึ้นใน สายอาชีพของเขา แรกๆ อาจจะดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นแง่ลบมากกว่า แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ จะทำให้หัวหน้าสายงานสามารถให้รางวัล หรือผลตอบแทนพนักงาน ลูกน้องตัวเองตามผลงานที่ปรากฏ
การที่องค์กรนำระบบ Broad banding มาใช้นั้นจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าตอบแทนลง เนื่องจากองค์กรจะจ่ายค่าตอบแทนโดยยึดหลักความสามารถ และผลของการทำงานเป็นหลัก ในมุมของพนักงานก็จะช่วยให้เห็นโอกาสความก้าวหน้าในสายอาชีพ ได้อย่างชัดเจนขึ้น เกิดความคล่องตัวในการย้ายกลุ่ม ตำแหน่งเพิ่มขึ้น แต่อยู่บนเงื่อนไขของการพัฒนาและเรียนรู้ ซึ่งระบบ Broad banding ในองค์กรจะสามารถวางแผนในการพัฒนาบุคลากรโดยจำแนกตาม ทักษะที่ใช้ในการทำงานได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งสุดท้ายแล้ว จะกลายเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
ที่มาของข้อมูล www.siamhrm.com
เยี่ยมมากๆ...เป็นบทความที่ดี...เจี๊ยกๆ