ไม่รู้เป้าหมายสุดท้ายของแต่ละฝ่ายอยู่ที่ไหน

เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ดิฉันได้สอนนักศึกษาพยาบาลปริญญาโทของ มวล. ที่เรียนในวันศุกร์-อาทิตย์ ในหัวข้อเกี่ยวกับ Self-care, Self-management ในผู้ป่วยเรื้อรัง

ในการเตรียมสอน ดิฉันได้กำหนด  learning objectives และ inquiry questions พร้อมให้ list รายชื่อ articles ๑๓ เรื่อง ที่ให้นักศึกษาอ่านล่วงหน้าเพื่อนำมาร่วมอภิปรายในชั้นเรียน โดย articles เกือบทั้งหมดนักศึกษาสามารถ download ได้จากระบบอินเตอร์เน็ตทั้งที่ผ่านและไม่ผ่านระบบของห้องสมุด มีอยู่เพียงเรื่องเดียวที่ต้องสมัครเป็นสมาชิกของวารสารก่อน ดิฉันจึง print เอกสารชุดนี้ให้เพียงชุดเดียว

เมื่อถึงเวลาที่สอน ในชั้นเรียนมีนักศึกษา ๗ คน เมื่อถามว่ามีใครได้อ่านเอกสารมาก่อนแล้วบ้าง อ่านกันกี่เรื่อง ทุกคนอมยิ้มนิดๆ และเมื่อเหลือบดูเอกสารในมือของนักศึกษา พบว่ามีแต่ฉบับที่ดิฉัน print ให้ ที่เห็นมี ๑ คนที่ไปค้นคว้าเอกสารอื่นมาด้วย (แต่ไม่เห็นเอกสารที่ list ให้)

ยังดีที่นักศึกษาพยายามมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามบ้าง ดิฉันให้ดู VDO เรื่องราวการเรียนรู้เพื่อการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน พยายามตั้งคำถามและอธิบายให้เชื่อมโยงกับงานที่นักศึกษาทำอยู่ ในเวลา ๒ ชม. คงพอจะได้ความรู้บ้าง

ตราบใดที่นักศึกษาต้องทำงานเต็มเวลาไปด้วย (เกินเวลา) และเรียนไปด้วย การเรียนการสอนก็คงมีสภาพเช่นนี้ มีอาจารย์ที่สถาบันอื่นเคยเล่าให้ฟังว่าได้เคยเปลี่ยนเป็นสอนในเวลา ๕ วันทำการ ก็ยังแก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะคนที่มาเรียนก็ยังคงทำงาน พากันแลกเวรมาเรียน ไม่มีเวลาศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองอีกเช่นเคย

รู้สึกเห็นใจทั้งผู้เรียนและผู้สอน ไม่รู้เป้าหมายสุดท้ายของแต่ละฝ่ายอยู่ที่ไหนกันแน่

วัลลา ตันตโยทัย