ฉบับที่ ๔ แคนเบอร์ร่า เมืองหลวงแห่งความหลัง


กานต์ ไม่ได้เกิดมาเพื่อผม

ฉบับที่ ๔ แคนเบอร์ร่า เมืองหลวงแห่งความหลัง

๑๖  เมษายน  ๒๕๔๔

กานต์วลีที่คิดถึง

            โรงแรมชั้นเดียว ชื่อ HERITAGE เรียบง่าย  สวยสงบ แต่ผมก็ยังไม่ได้อยู่ห้องเดิมในอดีตอีกเช่นกัน

            แคนเบอร์ร่า  เมืองหลวงของออสเตรเลีย  ได้รับการวางผังขึ้นมาใหม่  โดยเฉพาะ แคนเบอร์ร่า ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นเมืองหลวง  เหมือนผมที่ถูกกำหนดมาเพื่อกานต์  แต่กานต์ไม่ใช่  ไม่ได้เกิดมาเพื่อผม

            ปี ๑๙๐๑  ออสเตรเลียคิดจะสร้างเมืองหลวงแห่งใหม่ และเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างซิดนีย์กับเมลเบิร์น  ซึ่งแย่งกันจะเป็นเมืองหลวง  ในที่สุดแคนเบอร์ร่า ซึ่งอยู่ระหว่างกลาง ก็ได้รับเลือกเป็นเมืองหลวง สถาปนิกผู้ชนะการประกวดการออกแบบ  เป็นชาวอเมริกา ชื่อ วอลเตอร์  กริฟฟิน (Water  Burley  Griffin)  แคนเบอร์ร่าเป็นภาษาพื้นเมือง แปลว่า “ที่ชุมนุม”

            ผมนั่งรถผ่าน จุดศูนย์รวมของเมืองซึ่งอยู่ในสามเหลี่ยม ซึ่งเรียกว่า Parliament  Triangle ผ่านอาคารรัฐสภา บน แคปปิตอล ฮิลล์  สถาปนิกผู้ออกแบบเป็นชาวอิตาลี ชื่อ  โรมัลโด  ยูร์โกลา  ซึ่งชนะการประกวดเช่นกัน ใช้เวลาสร้างอยู่ถึง ๘ ปี

            กานต์คงจะเดาออกได้แน่นอนว่า  ผมจะไปที่ทะเลสาบกริฟฟิน  ซึ่งชื่อเหมือนสถาปนิกผู้ออกแบบเมืองนั่นเอง  เป็นทะเลสาบขุดกว้างใหญ่ มีน้ำพุ CAPTAIN  COOK  MEMORIAL  WATER  JET. สูงถึง ๑๔๐ เมตร  กานต์กับผมมักจะมานั่งหามุมสงบเพื่อนั่งอ่านหนังสือด้วยกันเสมอ  เนินสูงสีเขียว  ต้นไม้ผลิใบสีเหลืองส้ม  ทะเลสาบสีเขียวครา น้ำพุขาว เหล่านี้เป็นสถานที่ที่กานต์ชอบ ผมจะนั่งอยู่ที่นี่ให้นานเท่านาน เท่าที่จะทำได้

            ผมเหม่อมองดูทะเลสาบกริฟฟินแล้วคิดถึงกานต์  คิดถึงการกระทำของกานต์  กานต์แน่ใจหรือว่ากานต์ยังคงรักผม ผมทนต่อการเปลี่ยนแปรของกานต์ไม่ได้  มีคนกล่าวว่าใจผู้หญิงนั้นลึกล้ำสุดหยั่งคะเน  แต่ผมอยากจะบอกว่า ใจของกานต์นั้นคับแคบที่สุด... เฮ้อ ผมจะพยายามไม่นึกถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว  ผมจะนั่งดูน้ำพุที่พุ่งออกจากทะเลสาบ...สู่ฟากฟ้าเบื้องบน

            ผมออกจากทะเลสาบ  มุ่งสู่ Australian  War  Memorial อนุสรณ์ทหารหาญแห่งออสเตรเลีย  สถานที่เก็บ พิพิธภัณฑ์อาวุธ  หอแสดงภาพเกี่ยวกับสงคราม  ภาพที่เรายังคงติดตรึงตาอยู่ไม่หายก็คือ ภาพปั้นทหารหาญนั่งชันเข่า  สองมือปิดตาร้องไห้อย่างอ่อนละโหย ซึ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า  เศร้าสะท้อนต่อสภาวะการสู้รบในสงคราม

            “สงครามไม่ได้ตัดสินว่าใครถูกต้อง  มีแต่ว่า มีใครเหลือ”

War does mot determine  who  is  right  only  who is  left.

 และในสงครามไม่มีทหารที่ปราศจากบาดแผล

There  are  no  unwounded  soldiers.

            กานต์เคยถามผมว่า  พวกเขาเหล่านั้นทำสงครามกันทำไม  ผมบอกว่า “มีเหตุผลแห่งสงครามมากมาย  บ้างต้องการแย่งชิงสิทธิของตนกลับคืนมา บ้างต้องการแย่งชิงของคนอื่น  บ้างต้องการพิทักษ์ปกป้องศักดิ์ศรีเกียรติภูมิ และมีเหตุผลอื่น ๆ อีกมากมายในการทำสงครามแย่งชิง”  แต่ทั้งหมดก็ตกอยู่ที่ความต้องการยึดครองของคนทั้งสิ้น  หากเมื่อใดที่เราไม่ยึดติดกับทุกสรรพสิ่งในโลกนี้  สงครามก็จะไม่มี สันติภาพความสุขสงบก็คงจะบังเกิด

            ผมไม่คิดที่จะแย่งกานต์กลับมา  สงครามอันยาวนานยืดเยื้อของเรากำลังจะสิ้นสุด

            ผมถามกานต์...

            ความรักต่างอะไรกันกับสงครามแย่งชิง...

            ช่วงบ่ายวันนี้  ผมเดินทางไปยังฟาร์มเลี้ยงแกะ

ทราลี  สถานที่ที่กานต์หัดขว้างบูมเมอแรง เครื่องใช้ที่เป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลีย  ซึ่งความจริงมันเป็นอาวุธที่ใช้ในการล่าสัตว์  บูมเมอแรงแท้ ๆ จะมีขนาดใหญ่พอสมควร ซึ่งต้องขว้างเป็นและมีหลักในการขว้าง  ซึ่งกานต์บอกว่าขว้างยากมาก

            กานต์จำคำพูดของกานต์ได้ไหม  “สักวันหนึ่ง กานต์จะขว้างผมออกมาและผมก็จะกลับมาหากานต์เหมือนบูมเมอแรง”

            กานต์พูดถูกที่กานต์ขว้างผมออกมา  แต่ผิดที่ผมจะไม่กลับไปหากานต์

            กานต์ยังจำมื้อกลางวันที่ฟาร์มเลี้ยงแกะได้หรือไม่ อาหารในวันนั้นมี เนื้อวัว เนื้อหมูและเนื้อแกะย่างเป็นอาหารหลัก  กานต์บอกว่าคนเรา ควรจะต้องทดลองลิ้มชิมอาหารใหม่ ๆ รสชาติแปลก ๆ ที่เรายังไม่เคยลองลิ้มชิมรส เช่น เนื้อแกะ  ไวน์แดง และอื่น ๆ กานต์บอกว่า หากมีชีวิตอยู่ก็ควรจะได้ลิ้มลองสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้เท่าที่มนุษย์สามารถหามาลิ้มชิมได้   กานต์จึงสั่งเนื้อแกะย่างรมควันพร้อมด้วยไวน์แดงแก้วโต  ผมแย้งว่า ไม่มีความจำเป็นอันใดเลย  ที่เราจะต้องสรรหาอาหารแปลกใหม่มาปรนเปรอเพื่อเสริมรสชาติแห่งลิ้น  ผมบริโภคอาหารเพียงเพื่อประทังเยียวยาร่างกายที่อ่อนล้า กานต์ได้สังเกตถึงความน่าชังเหล่านี้บ้างหรือไม่  บางคนสรรหาของกินต่าง ๆ ด้วยความอยาก แม้กระทั่งการบริโภคประจำวันของพวกเขาเหล่านั้น โดยปกติก็ไม่ใช่ได้กินอะไรมากมาย  แต่เมื่ออาหารมาวางกองอยู่เบื้องหน้า  เหมือนเขาเหล่านั้นเกรงว่าจะไม่ได้ดื่มกิน  และเหมือนเขาเหล่านั้นเห็นว่าจะต้องกินให้คุ้มค่ากับเงินตราที่สูญเสียไป  เหตุใดเขาจึงไม่คิดบ้างว่า  ควรบริโภคพอเหมาะและเพียงพอต่อร่างกายเท่านั้น

            เท่านั้นยังไม่พอ  กานต์ยังจำคณะทัวร์คณะนั้นได้หรือเปล่า ที่ยังเอาอาหารติดไม้ติดมือ ไปดื่มกินระหว่างทางอีก  โลกนี้มีแต่คนที่คิดจะช่วงชิงและกานต์เคยได้ยินหรือไม่ว่า  คนไทยของเรา เป็นที่เกรงกลัว น่าอิดหนาระอาใจสำหรับโรงแรมทั่วโลก เกี่ยวกับการรับประทานอาหารประเภทบุฟเฟ่

            ผมทราบ  ว่ากานต์คงจะบอกว่า ผมคิดมากเหลวไหล กานต์เคยบอกผมว่า โลกนี้ที่ต่อเนื่องอยู่ได้ เพราะมนุษย์รู้จักดื่มกิน การบริโภค  แต่ผมก็บอกกานต์ทันทีว่า การดื่มกินเกินพอดีนั้น เป็นเรื่องที่น่าขยะแขยงที่สุดในโลก

            ผมยังจำวันที่กานต์ กินแกะย่างรมควันนั้นได้ติดตา

            กานต์ชอบทดลองของใหม่

            อ้อ...ผมซื้อลาโนลีน  ไขที่แกะผลิตจากผิวหนังมา ๒ ขวด  เพราะมีคนหลายคน  บอกว่า ผมหน้าตาหมองคล้ำ ผิวเหี่ยวย่น  ผมซื้อแต่ผมไม่ใช้มันหรอก

            ช่วงบ่าย  ผมเดินทางกลับซิดนีย์  โดยเส้นทางไฮเวร์  เพื่อขึ้นเครื่องบินไปสู่เมลเบิร์น เมืองที่ผมรัก  คืนนี้ผมพักที่ CENTRE  HOTEL ได้ห้อง ๑๑๘ ที่เราเคยพักด้วยกันสมใจ  คืนนี้ผมยังคงหมองไหม้ น้ำตาไหลร่ำยามค่ำคืน

                        หวังว่าไม่พบพานกานต์อีกในความฝัน

                        อภิษฐา

 

คำสำคัญ (Tags): #แคนเบอร์ร่า
หมายเลขบันทึก: 223678เขียนเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2008 21:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:52 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี