...มีคนอีกไม่น้อยที่มองธรรมะเป็นแค่เพียงเครื่องมือบางอย่างเพราะเขายังไม่เข้ามาสัมผัสที่แท้จริง และมีคนอีกไม่น้อยเช่นกันซึ่งกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เข้าได้สัมผัสและเข้าถึงพระธรรมชาติอย่างแท้จริงที่อยู่เหนือคำพูดใด ๆ ...

            "จิตตก" เมื่อไหร่ กับมาสู่ความเป็นจริงแบบปุถุชนเดิม ๆ เต็มขั้นเมื่อไหร่ ก็กลับมาเป็น "ทุกข์" แบบปุถุชนเหมือนเดิม แต่ถ้ามองมุมบวกแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องดี เป็นแบบฝึกหัดเดิม ๆ ที่เราใช้สำหรับไต่ระดับธรรมขึ้นไปใหม่ และทุกครั้งที่ลงมาก็ได้เรียนรู้ ได้บทเรียนใหม่ ทุกครั้งไป คราวนี้ ขอย้อนกลับไปทบทวน "ธรรม" อย่างไม่รีบร้อน ค่อยเป็น ค่อยไป ใหม่อีกครั้ง ดังนี้ครับ

ธรรมฐาน

  1. เกิด แก่ เจ็บ ตาย เราลืมไปว่า เราทุกคนต้องตายกลับคืนสู่ธาตุมูล ดิน น้ำ ลม ไฟ การเกิดเป็นมนุษย์เป็นชาติภพที่ดีที่สุดที่จะได้ฝึกจิตฝึกตน
  2. อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สิ่งปรุงแต่งทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่มีความเป็นตัวเป็นตน สุขก็สักแต่ว่าสุข ทุกข์ก็สักแต่ว่าทุกข์ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปตามเหตุปัจจัย กายก็ไม่ใช่ของเรา ใจก็ไม่ใช่ของเรา
  3. ผู้ดู/ตัวรู้/สติ เป็นหนทางสำคัญในการพัฒนาจิตใจ ใช้ "สติ" ตามดู "จิต" ว่าเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปอย่างไรบ้าง (ดูตัวเองเหมือนดูหนัง) ไปกับโลกและอยู่เหนือโลกให้ได้

ธรรมด่วน ๆ สำหรับยกจิตขึ้น

  1. เลิกนึกถึงแต่ตนเอง ให้นึกถึงผู้อื่นและทำเพื่อผู้อื่นเป็นสำคัญ เพื่อลดอัตตา ลดความเป็นตัวเป็นตนของตนเองลง เมื่อไม่มีตัวตนกิเลสตัณหาและความทุกข์จะเกาะติดอะไรได้
  2. ลดความอยาก ภวตัณหา วิภวตัณหา และกามตัณหา
  3. ใช้ใจทำงานแทนสมอง ผ่อนคลายลดคลื่นเบต้าแก่ ๆ ลงให้เบา สบาย ๆ
  4. ตามดูจิต ดูเฉย ๆ ว่าจิตเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปอย่างไร ดูบ่อย ๆ ดูเรื่อย ๆ จนเห็นเป็นอัตโนมัติ
  5. ดูลมหายใจเข้า-ออก เพื่อเรียกสติกลับมาเป็นระยะ เพื่อไม่ให้เผลอ

ธรรมในทุกลมหายใจ

  1. ใช้สติ / ตัวรู้ / ผู้ดู ตามดูจิตว่าเกิดขึ้นอย่างไร ตั้งอยู่อย่างไร และดับไปอย่างไร ตามดูเฉย ๆ ไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ต้องเข้าไประงับให้สงบ ดูบ่อย ๆ จะพิจารณาได้ว่า เป็นกุศลให้ทำให้มาก หรือ อกุศลให้ละลดและดีดออกไป ตามดูจนเห็นอย่างอัตโนมัติ รู้ทัน เห็นทันจิต

ธรรมกับชีวิตยุคโลกาภิวัฒน์

  • หลายเดือนก่อนเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งกลับจากการไปดูงานมหาวิทยาลัยในประเทศอินเดีย ผมไปเยี่ยมเยือนพี่เขาที่บ้าน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอยู่นาน หนึ่งในประเด็นที่สำคัญที่สุนทรียสนทนา คือ ธรรมะ พี่เขาเล่าว่า ที่อินเดียถ้าไม่มีธรรม คงแย่เพราะมีประชากรมาก ในมหาวิทยาลัยอยู่ดีกินดียังกะสวรรค์ชั้นเจ็ด ได้รับการต้อนรับดั่งเทพ แต่พอมองทางหน้าต่างข้ามรั้วมหาวิทยาลัยออกไป ชีวิตต่างวรรณะราวฟ้ากับดิน ...แกก็สรุปว่า ถ้าไม่มีธรรมะคงฆ่ากันตายไปแล้ว...
  • เมื่อวานนี้เอง ได้ดูหนังทางเคเบิลทีวี เป็นหนังที่ถ่ายทำในประเทศอินเดีย เป็นเหตุการณ์ที่บริษัทฝรั่งในอินเดียจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศจีน และผู้จัดการชาวอเมริกาก็ประกาศให้ทุกคนทราบว่า พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานอีก บริษัทจะจ่ายเงินชดเชยให้ 1 เดือน พนักงานส่วนใหญ่ดีใจ... เพราะอะไรจะไม่กล่าวถึง แต่จุดที่ผมสนใจ คือ ตอนที่นายฝรั่งคนนั้นได้เข้าไปสัมผัสชีวิตชุมชนที่แท้จริงของอินเดีย เขาเริ่มสนิทสนมกัน และมีฉากในหนังที่กล้องโพสให้เห็นแววตาชัด ๆ ของคนอินเดียที่เคร่งธรรมะ ผมถึงกับร้องอ้อ! เข้าใจแล้ว
  • เมื่อนำทั้งสองภาพมาปะติดปะต่อกัน ผมเชื่อว่า ...มีคนอีกไม่น้อยที่มองธรรมะเป็นแค่เพียงเครื่องมือบางอย่างเพราะเขายังไม่เข้ามาสัมผัสที่แท้จริง และมีคนอีกไม่น้อยเช่นกันซึ่งกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เข้าได้สัมผัสและเข้าถึงพระธรรมชาติอย่างแท้จริงที่อยู่เหนือคำพูดใด ๆ ...
  • แม้แต่พุทธศาสนาเอง ตอนที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ท่านยังต้องพิจารณาอยู่หลายวันว่า จะนำมาถ่ายทอดสั่งสอนให้กับบัวสี่เหล่าหรือไม่ ?
  • ---------- ยังมีต่อ