ผลกระทบจากราคาปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น

พื้นที่ปลูกเหมาะสมเก็บพริก

ระบบจัดการคุณภาพ

                                      ตั้งแต่ต้นปี 2551 พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น

กว่า 150%  ซึ่งหน่วยงานภาครัฐได้พยายามชี้แจงสาเหตุของราคาปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้นว่า มาจากราคาของน้ำมัน ซึ่งธาตุอาหารหลักของปุ๋ย บางธาตุมาจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยเฉพาะไนโตรเจนและโปแตสเซี่ยม แต่มา ณ วันนี้ สถานการณ์เศรษฐกิจของโลกถดถอย ซึ่งมีผลกระทบมาจากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ราคาน้ำมันก็ลดลงมาตามลำดับ แต่ราคาปุ๋ยเคมีส่วนใหญ่ยังคงตัว ถึงแม้ภาครัฐจะประกาศว่าจะมีการปรับลดราคา 5 – 10% ในเดือนพฤศจิกายนนี้ อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนในการประกอบอาชีพทางการเกษตร ลดการพึ่งปัจจัยการผลิตที่ต้องนำเข้า ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในไร่นาให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะช่วยทำให้การผลิตเกิดความยั่งยืน

                        ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีกลุ่มเกษตรกรปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษ ที่ดำเนินการตามแนวทางโรงเรียนเกษตรกร อยู่ที่ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน เป้าหมายหลักของกลุ่มผักแห่งนี้ ต้องการลด ละ เลิก การใช้สารเคมี เพื่อคุณภาพชีวิตของสมาชิกและเพื่อผู้บริโภคพืชผักปลอดภัย การดำเนินงานมีคณะกรรมการมีความรับผิดชอบสูง สมาชิกให้ความร่วมมือให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย มีการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องศัตรูพืช จะมีการสำรวจตรวจนับ ก่อนการดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ แต่ในที่นี้จะขอเน้นเรื่องการปรับปรุงบำรุงดิน และการใช้ปุ๋ยของกลุ่มซึ่งเริ่มด้วยการสำรวจความต้องการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ของสมาชิก และมีการจัดหาปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนใหญ่เป็นขี้ไก่ ประธานกลุ่มผู้ปลูกผักเน้นว่า การปลูกผักจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และปูนขาวหรือโดโลไมท์ปรับปรุงดินก่อน มิฉะนั้นพืชผักจะไม่งาม ทุกคนในกลุ่มทราบวิธีการปฏิบัตินี้ดี เมื่อดินสมบูรณ์ มีความเป็นกรด ด่างเหมาะสม ปุ๋ยเคมีที่ใส่พืชผักก็มีการตอบสนองที่ดี พืชแข็งแรง โรคและแมลงศัตรูพืชจะระบาดลดลง หลังช่วงเก็บเกี่ยวแล้ว สมาชิกทุกคนก็มีการตากดิน ตัดวงจรของโรคและแมลง และปลูกพืชตระกูลอื่นต่อไป เมื่อตัดวงจรการระบาดของศัตรูพืช จะเห็นได้ว่าการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีประสิทธิภาพของกลุ่มผู้ปลูกผักบางท่าข้าม เกิดจากการปรับโครงสร้าง และค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ก่อนการปลูกพืชอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พื้นที่นั้นก็สามารถปลูกพืชชนิดต่าง ๆได้อย่างอุดมสมบูรณ์ให้ผลผลิตดีในฤดูปลูกถัดไป