ตรงนี้ขอย้ำว่า การแต่งงานทันทีกับชายหรือหญิงที่ประกาศเข้ารับอิสลามโดยไม่ให้โอกาสเธอหรือเขาศึกษาเรียนรู้ทำความเข้าใจและปฏิบัติตนตามบทบัญญัติอิสลามสักระยะหนึ่งก่อนจนเธอหรือเขามั่นใจว่า จะเป็นมุสลิมจริงๆ ด้วยความศรัทธาที่หนักแน่นมั่นคง หลายๆกรณีมักลงเอยด้วยการหย่าร้าง

ผมได้รับอีเมลจากผู้ใช้นามว่า "เล่อ" ถามมาว่า

..........................................................................................................................................

ชื่อ: เล่อ

หัวเรื่อง: ศาสนาและภาษา

ข้อความ:
การเข้าศาสนาอิสลามของหญิงที่แต่งงานกับชาวมุสลิมต้องทำอย่างไรและจะเรียนภาษาอาหรับจากที่ไหนดี

------------------------------------------------------------
อีเมลนี้ส่งมาจาก: 58.136.56.95

.......................................................................................................................................

จากคำถามดังกล่าวผมขอตอบเป็น 3 ประเด็นนะครับ คือ

  • ประเด็นแรกคือการเข้ารับอิสลาม หรือการเป็นมุสลิม
  • ประเด็นที่สองคือการแต่งงานในอิสลาม
  • และประเด็นที่สามสถานที่เรียนภาษาอาหรับ

เริ่มจากประเด็นแรก  คือการเข้ารับอิสลาม ซึ่งผมได้ตอบไปแล้วในบล็อกชื่อ คำแนะนำสำหรับผู้จะเข้ารับอิสลาม และในบล็อกดังกล่าวผมได้แนบลิงค์ของเว็บไซต์ที่พูดถึงเรื่อง การเข้ารับอิสลามไว้ด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่สนใจ ลองเข้าไปอ่านและศึกษานะครับ รวมถึงบล็อกชื่อ ได้รับข่าวดี และซูซาน คาร์แลนด์และสำหรับท่านที่พอฟังภาษาอังกฤษได้ลองคลิ๊กวีดีโอข้างล่างนี่นะครับเป็นการให้สัมภาษณ์ของชาวตะวันตกที่เข้ารับอิสลาม

ประเด็นที่สองคือ การแต่งงาน(นิกะฮฺ) ผมมักได้รับคำถามอยู่เสมอๆว่า การแต่งงานในอิสลามนั้นทำอย่างไร?

อัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงตรัสไว้ในคัมภีร์ ความว่า "และหนึ่งในสัญญาทั้งหลายของพระองค์ คือพระองค์ได้ทรงสร้างคู่ครองสำหรับพวกเจ้าจากตัวของพวกเจ้าเอง เพื่อพวกเจ้าจะได้มีใจสงบในตัวนาง และพระองค์ได้ทรงทำให้มีความรักและความเอ็นดูในระหว่างพวกเจ้า" (30:21)

“พระองค์คือผู้ทรงสร้างพวกเจ้าจากอินทรีย์หนึ่งและได้ทรงทำจากอินทรีย์นั้นซึ่งคู่ครองของเขา เพื่อเขาจะได้สงบในนาง” (17:189)

ท่านศาสนทูต (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) กล่าวไว้ความว่า "การแต่งงานเป็นแบบอย่าง (ซุนนะห์) ของฉัน ใครไม่ปฏิบัติตามแบบอย่างของฉัน ไม่ใช่พวกของฉัน"

อิสลามกำหนดให้ชายที่มีศรัทธาแต่งงาน(นิกะฮฺ)กับหญิงที่มีศรัทธา และหญิงที่มีศรัทธาแต่งงาน (นิกะฮฺ)กับชายที่มีศรัทธา ตรงนี้นี่เองที่ ไม่อนุญาตให้ชายหรือหญิงมุสลิมแต่งงานกับต่างศาสนิก เว้นแต่เขาหรือเธอจะมีศรัทธา คือเข้ารับศาสนาอิสลามด้วยความศรัทธาอย่างแท้จริง ศึกษาเรียนรู้และได้ปฏิบัติตนเป็นมุสลิมที่ดีอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เป็นที่ประจักษ์แล้ว (ตรงนี้ขอย้ำว่า การแต่งงานทันทีกับชายหรือหญิงที่ประกาศเข้ารับอิสลามโดยไม่ให้โอกาสเธอหรือเขาศึกษาเรียนรู้ทำความเข้าใจและปฏิบัติตนตามบทบัญญัติอิสลามสักระยะหนึ่งก่อนจนเธอหรือเขามั่นใจว่า จะเป็นมุสลิมจริงๆ ด้วยความศรัทธาที่หนักแน่นมั่นคง หลายๆกรณีมักลงเอยด้วยการหย่าร้าง)

ขั้นตอนการแต่งงานในอิสลาม (นิกะฮฺ)

  1. การเลือกคู่ครอง ฝ่ายชายที่ประสงค์จะแต่งงานจะเป็นผู้เลือกหญิงที่ตนประสงค์จะแต่งงานด้วย ซึ่งอิสลามส่งเสริมให้เลือกหญิงที่มีศาสนา และส่งเสริมให้ฝ่ายหญิงตอบรับชายที่มาสู่ขอ (ในขั้นตอนของการสู่ขอ) ที่มีศาสนาเช่นกัน และที่อิสลามกำหนดเช่นนี้นั้นเพราะอิสลามถือว่า ความศรัทธาคือสิ่งสำคัญสูงสุดของชีวิต และเพื่อเป็นหลักประกันในระดับหนึ่งว่า ทั้งคู่จะสามารถร่วมสร้างครอบครัวอิสลามและให้การอบรมลูกหลานเพื่อเป็นมุสลิมที่ดีสืบเนื่องต่อไป
  2. การสู่ขอ เมื่อชายมุสลิมตกลงใจจะแต่งงานกับหญิงสาวคนใดแล้วก็จะส่งคน(อาจจะเป็นพ่อแม่ หรือญาติ หรือใครก็ได้ที่ครอบครัวฝ่ายชายมอบหมาย) ไปสู่ขอหญิงสาว โดยไปเจรจาตกลงในส่วนของมะฮัร (คำนี้ไม่มีคำแปลที่ตรงตัวในภาษาไทยแต่ที่ใกล้เคียงพอจะทำให้ผู้มิใช่มุสลิมเข้าใจได้ก็คือ สินสอด) ซึ่งอาจเป็นสิ่งของหรือเงินก็ได้ รวมถึงกำหนดวันเวลาแต่งงาน
  3. การแต่งงาน หรือการนิกะฮฺ ในอิสลามจะต้องปฏิบัติตามแบบอย่าง หรือซุนนะห์ที่ท่านศาสนทูตกำหนดไว้ จะแต่งงานเองตามอำเภอใจไม่ได้ หรือเพียงแค่ไปจดทะเบียนสมรสก็ถือว่าไม่ใช่การนิกะฮฺหรือการแต่งงานในอิสลาม

        องค์ประกอบของการแต่งงาน (นิกะฮฺ) จะต้องมี

    • ผู้ปกครองฝ่ายหญิง (วลี) คือชายทีทรงสิทธิในการประกอบพิธีแต่งงานให้กับหญิงสาว ซึ่งต้องเป็นเพศชายและนับถือสาสนาอิสลาม เช่น พ่อ พี่ชาย น้องชาย ของฝ่ายหญิง ผู้ปกครองอาจจะเป็นผู้ทำพิธีนิกะฮฺหรือแต่งงานเอง หรือมอบให้ผู้มีความรู้เป็นผู้ทำพิธีแทนก็ได้ เช่น มอบให้อิมาม โต๊ะครู อุสตาซ
    • เจ้าบ่าว
    • พยาน อย่างน้อย 2 คน พยานในที่นี้ต้องเป็นชายมุสลิม
    • ผู้อบรม หรือผู้อ่านคุฏบะฮฺนิกะฮฺ หรือผู้กล่าวปาฐกถาธรรมให้กับคู่บ่าวสาว ผู้กล่าวคุฏบะฮฺอาจจะเป็นผู้ปกครองฝ่ายหญิง หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำพิธีนิกะฮฺก็ได้
    • มะฮัร (สิ่งของหรือเงินที่มอบให้หญิงที่จะแต่งงาน) หรือตามที่รู้จักในสังคมไทยคือ สินสอด

       พิธีแต่งงาน (นิกะฮฺ)

ภาพจาก http://www.annisaa.com/forum/index.php?topic=46.0

  •  
    • พิธีแต่งงานจะเริ่มด้วยการกล่าวปาฐกถาธรรม โดยจะมีเนื้อหาของการอบรม แนะนำ หรือให้ข้อคิดในการครองคู่ตามครรลองอิสลาม ในขณะทำพิธีพยานอย่างน้อย 2 คน จะต้องอยู่ในพิธีนี้ด้วย
    • ผู้ทำพิธีนิกะฮฺจะจับมือเจ้าบ่าว แล้วกล่าวกับเจ้าบ่าวว่า "ฉันขอนิกะฮฺท่านกับนางสาว......บุตรีของ........ด้วยมะฮัรจำนวน........."
    • จากนั้นเจ้าบ่าวจะตอบรับว่า "ฉันขอรับการนิกะฮฺกับนางสาว.........ด้วยมะฮัรตามที่ระบุไว้"
    • ในการตอบรับนิกะฮฺของฝ่ายชายต้องตอบให้ผู้ทำพิธีนิกะฮฺและพยาน 2 คน ได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ  (การใช้ภาษานิกะฮฺจะใช้ภาษาใดก็ได้ โดยภาษาที่ใช้ ผู้เสนอ (ผู้ปกครองหรือผู้ได้รับมอบหมาย) ให้ทำพิธีนิกะฮฺ ผู้ตอบรับ (เจ้าบ่าว) และพยานทั้ง 2 คน ฟังเข้าใจความหมาย
    • จากนั้นผู้ทำพิธีนิกะฮฺ ก็จะขอดุอา (ขอพร) ให้กับคู่บ่าวสาว เป็นอันเสร็จพิธี
    • โดยการปฏิบัติทั่วไปมีการจัดงานวะลีมะฮฺ หรืองานเลี้ยงเนื่องในการแต่งงานอาจจะจัดในวันนิกะฮฺหรือวันอื่นหลังจากนั้นก็มีปฏิบัติครับ

ประเด็นที่สาม สถานที่เรียนภาษาอาหรับ ผมได้รวบรวมเขียนไว้ในบล็อกชื่อ all about arabic : รวมลิงค์เกี่ยวกับภาษาอาหรับและแผนที่สถานที่เรียนศาสนาอิสลาม และภาษาอาหรับสำหรับผู้สนใจ ในกทม

หรือที่เขียนสำหรับมุสลิมใหม่ลองเข้าไปอ่านที่เว็บอันนิสาอฺ ครับที่ลิงค์ http://www.annisaa.com/forum/index.php?topic=284.0

หวังใจว่า คงจะพอทำให้คุณเล่อและท่านที่สนใจพอจะเข้าใจในระดับหนึ่งนะครับ

วัลลอฮฺฮูอะอฺลัม