การแสดงออกผ่านการพูดคุยเรื่องราวดี ๆ ถ่ายทอดสู่ชาวชุมพรทุกคน จึงเป็นเรื่องราวที่ลึกซึ้ง นำสู่...สังคมไทยหัวใจมนุษย์ อย่างแท้จริง

          เมื่อวันพุธที่ 29 ตุลาคม 2551 มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน จ.ชุมพร ได้รับการพาดหัวข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์มติชน ความว่า รักในหลวงให้กลับ-อยู่บ้าน ยุติโชว์พลัง ข้อเสนอ ปธ.ราชประชาฯ ตามรูปที่ผมนำมาลงไว้ เชื่อว่าชาวชุมพรส่วนหนึ่งคงได้ฟังเสียง นายดิสธร วัชโรทัย ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ พูดกันสด ๆ ในวันนั้นเพราะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.ชุมพร (สวท. FM 100 MHz.) และสถานีวิทยุชุมชนอีก 21 แห่ง ร่วมรับสัญญาณถ่ายทอดสดไปพร้อมกัน

          ผลกระทบจากเรื่องนี้แผ่ขยายออกไปเกินคาดคิด สถานีวิทยุทั้งคลื่นหลักและวิทยุชุมชนใน จ.ชุมพร ต้องรับโทรศัพท์หลายสายเข้ามาเปิดประเด็น กันทั้งวัน บนเวทีพันธมิตรที่ทำเนียบรัฐบาลก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันเป็นระยะ   ได้เนื้อได้น้ำกันเต็มที่เมื่อถึงช่วงค่ำที่แกนนำขึ้นอภิปรายอย่างเผ็ดร้อน ต่อเนื่องมาด้วยกระแสการเสนอข่าวของสื่อมวลชน ทั้งรายการข่าวทางโทรทัศน์ คอลัมนิสต์ในหนังสือพิมพ์ รายการวิทยุ ฯลฯ นำเสนอเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ และวิพากษ์วิจารณ์กันไปในแง่มุมต่าง ๆ

          ผมอยู่ในเวทีวันนั้นร่วมกับเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวชุมพรกว่า 300 คนด้วยครับ... เราร่วมกันจัด เวทีเติมหัวใจให้สังคมจังหวัดชุมพร วาระพิเศษเชื่อมร้อยใจเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ซึ่งเป็นโครงการที่ จ.ชุมพรได้รับการคัดเลือกจาก สช. (สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ) ให้เป็นจังหวัดนำร่อง 1 ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีแนวคิดว่า การประสานพลังเพื่อขับเคลื่อนให้สังคมไทยและสังคมชุมพรอยู่เย็นเป็นสุขสามารถเกิดขึ้นได้ หากเราร่วมมือกันให้โอกาส คนดี ครูดี เด็กดี ชุมชนดี ธุรกิจดี ได้มีพื้นที่แสดงตัวตนเพื่อร่วมกันชื่นชม และส่งต่อเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามให้กระจายออกไป เป็นความท้าทายใหม่ในการแก้วิกฤติศรัทธาของสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์การทำงานว่า เชื่อมโยงเครือข่าย ขยายจินตนาการ จัดการความรู้ สู่เมืองไทยหัวใจมนุษย์

          ในฐานะผู้ประสานงานโครงการฯ เราเริ่มค้นหาเครือข่าย / กลุ่มเป้าหมาย ที่มี เรื่องดี ๆ เป็นประโยชน์กับสังคมชุมพร โดยวางหลักการทำงานไว้ว่า เมื่อพบแล้วเราจะเข้าไปพูดคุย ซักถาม ถอดบทเรียน 3 ประการ คือ เรื่องดี ๆ เหล่านั้น เกิดขึ้น ดำเนินงาน แพร่ขยาย ได้อย่างไร ?

          ในที่สุดเราก็สรุปว่า เครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ซึ่งได้รับการเผยแพร่โดยรายการโทรทัศน์ของบริษัททีวีบูรพา ไม่ว่าจะเป็นรายการ คนค้นฅน, แผ่นดินไท ฯลฯ  เครือข่ายเหล่านี้มีตัวบุคคลที่โดดเด่นในด้านต่าง ๆ ได้แก่ พงศา ชูแนม, ไสว แสงสว่าง จากกลุ่มธนาคารต้นไม้ ประวิช ภูมิระวิ (กำนันเคว็ด) สมบูรณ์ ศรีสุบัติ (ลุงนิล) จากกลุ่มเกษตรอินทรีย์ วริสร รักษ์พันธ์, อำพล ธานีครุฑ (ผู้ใหญ่หรั่ง) จากกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน บุคคลเหล่านี้ผมเรียกว่า คนแถวแรก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในกลุ่มผู้ที่สนใจการใช้ชีวิตตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง มีการเดินทางมาเยี่ยมชม ณ ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ จ.ชุมพร และได้รับเชิญให้ไปเป็นวิทยากรเดินสายบรรยายในชุมชน / ท้องถิ่นต่าง ๆ ทั่วประเทศ คงจะเป็นเรื่องดีถ้าเรานำ คนแถวแรก มาพูดคุยพร้อมกันบน เวทีเติมหัวใจให้สังคมจังหวัดชุมพร ครั้งที่ 1” โดยเราจะเน้นเจาะลึกคำถามโยงเข้าไปภายในจิตใจของพวกเขา คุยกันถึงเรื่องแรงบันดาลใจ อุดมการณ์ อุดมคติ ทัศนะที่มีต่อการใช้ชีวิต การแก้ปัญหาและพัฒนาบนวิถีเศรษฐกิจพอเพียง

          ความคิดเหล่านี้เมื่อผมได้พูดคุยกับแกนนำ 2 - 3 คน ได้รับการตอบรับทันที และยังต่อยอดความคิดออกไปอีกว่า ไหน ๆ จะจัดกันขึ้นมาแล้ว เขาอยากจะระดมพลสมาชิกจากทั้ง 3 กลุ่มใหญ่ คือ เครือข่ายธนาคารต้นไม้, เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งบัดนี้เกิดขึ้นมากมายเป็นร้อยกลุ่มทั่วพื้นที่ จ.ชุมพร และพื้นที่ใกล้เคียง ให้ได้มีโอกาสมารวมตัวกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันวางแนวทางในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เครือข่าย จากภูผาสู่มหานที ให้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

          ในที่สุดการออกแบบกระบวนการใน เวทีเติมหัวใจให้สังคมจังหวัดชุมพร ครั้งที่ 1” จึงเริ่มต้นด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยนายชัชวาล โตตั้ง แกนนำจากชุมชนบ้านเขาถล่ม อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งความรักและภูมิใจในท้องถิ่นของตน จากนั้นจึงเป็นเวทีของ คนแถวแรก ร่วมกันอภิปรายในหัวข้อ ร่วมเติมหัวใจผ่านเรื่องราวผู้นำเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ประกอบด้วย พันโทปัญญา โพธิ์แดง จากเครือข่ายชุมชนชายแดนท่าแซะ, นายประวิช ภูมิระวิ จากเครือข่ายเกษตรอินทรีย์, นายไสว แสงสว่าง จากเครือข่ายธนาคารต้นไม้นายวริสร รักษ์พันธ์ จากเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน ดำเนินรายการโดยนายพงศา ชูแนม

          จากนั้นจึงเข้าสู่การเสวนา เรียนรู้เรื่องราวดี ๆ ผ่านสมาชิกเครือข่าย โดยเราได้คัดเลือก คนแถวสองขึ้นมาพูดคุยกับนางรัชนี สิงหราชัย พร้อมชมวิดีทัศน์ที่เราได้เข้าไปถ่ายทำเรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นเตรียมการไว้ก่อนแล้ว คนแถวสอง ของเรา คัดเลือกมาจากสมาชิกเครือข่ายละ 2 คน คือ เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ นายสมบูรณ์  ศรีสุบัตร (ลุงนิล) จาก ต.ช่องไม้แก้ว อ.ทุ่งตะโก และนายชัยรัตน์ แว่นแก้ว จาก ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ เครือข่ายธนาคารต้นไม้ ได้แก่ นายนิจ  ศรีธรรมราช จาก ต.มาบอำมฤต อ.ปะทิว และนายมิ่น แซ่หลี จาก ต.เขาค่าย อ.สวี เครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน ได้แก่ นายพิทักษ์ ธเนศถาวรกุล จาก ต.ปากทรง อ.พะโต๊ะ และนายอำพล ธานีครุฑ จาก ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน

          ในช่วงบ่ายเป็นหน้าที่ของผมจัดการพูดคุยเป็นกลุ่มในรูปแบบ เปิดโลก-สภากาแฟ (World Café) ขยายจิตตื่นรู้ สู่ชุมชนเข้มแข็ง ผ่อนคลาย จริงใจ ไม่ตัดสิน เสมอภาค มีส่วนร่วม สู่จิตใหญ่...จากภูผาสู่มหานที เพื่อร่วมกันออกแบบยุทธศาสตร์โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสมาชิกทุกคน

          มณฑลแห่งพลังที่เกิดขึ้นใน เวทีเติมหัวใจให้สังคมจังหวัดชุมพร ครั้งที่ 1” นี้ เป็นความรู้สึกที่พวกเราทุกคนสัมผัสได้ตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อสมาชิกในเครือข่ายทั้งหมดทยอยเข้ามารวมตัวกันในห้องประชุม ความคิด ความตั้งใจ ไมตรีจิต และเจตนารมณ์ของผู้ปฏิบัติตัวจริง-เสียงจริง ปล่อยกระแสพลังออกมาทำให้บรรยากาศ ณ สถานที่แห่งนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ร่วมกันเดินไปบนวิถีเศรษฐกิจพอเพียงตามแบบอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้แก่คนไทยทุกคน

          ความรู้สึกของท่านประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ นายดิสธร วัชโรทัย ซึ่งแสดงออกผ่านการพูดคุยเรื่องราวดี ๆ ถ่ายทอดสู่ชาวชุมพรทุกคน จึงเป็นเรื่องราวที่ลึกซึ้ง นำสู่...สังคมไทยหัวใจมนุษย์ อย่างแท้จริง.