ผมไม่ได้มาบันทึก b นี้นานเกือบเดือน แม้แต่ชื่อเข้าก็ลืม นี้แสดงว่า ความคิด ความจำ เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ถาวร และมีลักษณะเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา ดังนั้น ถ้ามีใครบอกเราว่า วันนี้ฉันรักเธอน้อยลงแล้วนะ ก็ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เสื่อมสภาพลงนั้น

   เหตุที่ไม่ได้มาบันทึก b นี้นาน เพราะเอาเวลาส่วนใหญ่ไปกับการเขียนงานวิจัยสถาบัน ที่กำลังจะหมดสัญญา เป็นเรื่องแปลกที่ว่า ถ้าไม่ใกล้ชิดหรือไฟไม่ลนก้นแล้วคิดหาทางออกไม่ได้ ผมพยายามครุ่นคิดทีจะเขียนงานวิจัยตั้งแต่เริ่มสัญญา แต่คิดเท่าไรก็เขียนไม่ออก ปัญหาคือ อันโน้นดีกว่า เอ๊ะ ไม่ดี อันนี้ดีกว่า เอ๊ะ ไม่เข้าท่า ไปต่างจังหวัดก็หอบเอางานวิจัยนี้แหละไปคิดและเขียน แต่ไม่เป็นผล ทำไปทำมาก็ต้องหอบกลับมาทำที่ห้องพัก เดือนหน้าก็จะสิ้นสุดสัญญาแล้ว จึงเอาเวลาส่วนใหญ่ไปให้กับการเขียนงาน ผมพบว่า ความสุขในชีวิตผมมีอีกอย่างหนึ่งคือ ความเพลิดเพลินที่ได้เขียน ผมมีความสุขทีเดียว อะไรๆ มันลื่นไปหมด หากไม่มีงานอื่นเข้ามากระทบ ผมคงทำงานวิจัยนี้เสร็จสิ้นไปแล้วแน่ๆ (อยากเหมือนกัน อยากไปทำงานวิจัยอย่างเดียว..ความอยากนี่..จริงๆเลย) ขณะนี้ถึงบทสรุปแล้ว แม้ว่าจะมีปัญหาบางอย่าง คือ ผมคิดว่า บทสรุป คงไม่ใช่สรุปเฉพาะเนื้อหา แต่บทสรุปคงต้องเคลือบไปด้วยความคิดเบื้องหลังเนื้อหาด้วย ระหว่างทำวิจัย เราจะได้ความคิดเบื้องหลังเนื้อหาจำนวนมาก แต่หากไม่จดบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ เมื่อถึงคราวต้องใช้จึงเป็นปัญหา..ไม่ใช่ปัญหาใคร...ปัญหาผมเอง

   ผมคิดว่า งานวิจัยส่วนตัวของผมน่าจะยุติลงในสัปดาห์หน้า ก่อนส่งให้สำนักวิจัยของสถาบันได้พิจารณาเพื่อแก้ไขต่อไป นั้นก็แสดงว่า ใกล้คลอดแล้ว....

  ข้อค้นพบอีกอย่างหนึ่ง สำหรับการเขียนงานวิจัย "อย่าเร่งรีบ" "ค่อยๆ เขียนไปเรื่อยๆ" "หากตึงหรือเหมือนกับจะคิดไม่ออก ก็ต้องเดินเล่นในห้องนั่นแหละเพื่อผ่อนคลาย หรือเดินที่ไหนก็ได้ที่ชอบ สบายๆ ไม่ต้องอะไรมาก"

 ขอบคุณครับ