ยูบิควิตัส “Anytime Anywhere” เชื่อมโยงเครือข่ายกับเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้สามารถเข้าถึงได้ "ทุกที่ ทุกเวลา"

  ยูบิควิตัส  (Ubiquitous อ่านว่า “ยู บิค วิ ตัส”)

คำว่า ยูบิควิตัส (Ubiquitous อ่านว่า ยู-บิก-วิ-ตัส) เป็นคำที่ได้ยินในสังคมคอมพิวเตอร์มาระยะหนึ่งแล้วมีรากศัพท์ มาจากภาษาลาติน ความหมายก็คือ "มีอยู่ทุกหน ทุกแห่ง" ซึ่งมีความหมายอย่างกว้างๆว่า ทุกๆที่ทุกๆเวลา หรือในภาษาอังกฤษคือ “All over the place” ซึ่งเป็นกรอบความคิดที่แรงมากๆเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้กลืนเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนในทุกๆที่ทุกๆเวลา โดย นายมาร์ก ไวเซอร์ (Mark Weiser) แห่งศูนย์วิจัย Palo Alto ของบริษัทซีร็อกซ์ สหรัฐอเมริกา ผู้ซึ่งถือกันว่าเป็น "บิดาแห่ง ยูบิควิตัส" ได้จินตนาการไว้ตั้งแต่ปี 1993 ว่า "ในอนาคตอันใกล้นี้ คนเราสามารถที่จะเข้าถึงคอมพิวเตอร์ ได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด (computing access will be everywhere)" ซึ่งความจริงข้อนี้ เริ่มจะเป็นจริงมากขึ้น เมื่อมีการนำการสื่อสาร แบบไร้สาย และอินเทอร์เน็ต มาใช้งานร่วมกันและสาเหตุที่ผมได้นำมาเล่าให้ฟังในคราวนี้เนื่องจากว่าช่วงเวลานี้ถึงจุดที่ความก้าวหน้าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารนั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะทำให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมจริงๆ

ลักษณะเด่นของสังคมยูบิควิตัส  ก็คือ

1. มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายตลอดเวลา
2. คอมพิวเตอร์จะแทรกซึมเข้าไปอยู่ในเครื่องใช้ต่างๆ (anytime anywhere, anydevices)
โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้สึกตัวว่า กำลังใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่ และ
3. บริการของคอมพิวเตอร์สามารถจะ ปรับเปลี่ยนตอบสนอง ได้ตามผู้ใช้แต่ละค

นักอิเล็กทรอนิกส์เราก็คงต้องเริ่ม ทำความคุ้นเคยกับ ระบบคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋ว ที่จะเริ่มเข้ามาฝังตัว (embedded) เข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ในยุคยูบิคอมพ์ ที่นอกจากจะ ทำงานควบคุม เครื่องใช้นั้นๆ ให้ทำงานได้แล้ว ตัวมันยังจะต้อง มีความสามารถ ในการติดต่อสื่อสาร หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล กับเครื่องใช้อื่นๆ ได้ด้วย อาจจะมีเครื่องใช้แปลกๆ ที่ทำงานได้ เกินจินตนาการ เช่น ตู้เย็นอินเทอร์เน็ต ที่สามารถสั่งของ จากร้านค้ามาเติมตู้ได้เอง หากของในตู้เย็นหมด หรือเตาอบไมโครเวฟ อินเทอร์เน็ต ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อดูสูตรอาหารได้ หรือรถยนต์ที่เชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต เพื่อหาเส้นทางวิ่งเองได้ ในแบบที่ลัดที่สุด เดินทางได้รวดเร็วที่สุด ซึ่งเมื่อก่อนอาจจะเป็นแค่ เรื่องเพ้อฝัน ในนิยายวิทยาศาสตร์ เท่านั้น

สังคมยูบิคอมพ์นี้ มาแน่ ไม่ช้าก็เร็ว เราคงต้องหันมารับมือ และดูกันว่า เราพอจะมีส่วน เป็นผู้สร้างเทคโนโลยีได้บ้างหรือไม่ หรือจะเป็นแค่ ผู้บริโภคเทคโนโลยี เพียงอย่างเดียว ซึ่งหากเข้ามาแล้ว จะต้องส่งผลกระทบ ต่อชีวิตประจำวันของเรา ทั้งทางด้านสังคม เศรษฐกิจ ไม่มากก็น้อย อย่างแน่นอน.

        สังคมยูบิควิตัส : Ubiquitous Society         

พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในอดีตนั้นเริ่มมาจากการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่มีขนาดใหญ่มหึมา และเริ่มพัฒนามาเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดที่เล็กลงและประสิทธิภาพสูงขึ้นจากยุคที่สามารถตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน (Desktop) มาจนถึงรุ่นที่เล็กลงจนสามารถพกพาไปกับตัวได้ (Mobile) และในอนาคตนั้นแทนที่คนจะต้องยึดติดกับอุปกรณ์ประเภทใดประเภทหนึ่งในการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะด้าน เช่น ต้องใช้โทรทัศน์ในการดูรายการโทรทัศน์ และต้องใช้โทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสาร แต่ในอนาคตที่อุปกรณ์ต่างๆรอบๆตัวเราเริ่มที่ขีดความสามารถในการประมวลผลข้อมูลและแสดงผลมากขึ้นกว่าเดิมมากทำให้อุปกรณ์เหล่านี้สามารถช่วยทำงานให้เราหลากหลายอย่างมากขึ้น เช่น เราสามารถดูรายการโทรทัศน์หรือฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถือ เราสามารถสั่งซื้อของหรือชำระค่าใช้จ่ายต่างๆได้จากตู้กดเงินอัตโนมัตของธนาคาร ซึ่งแนวการดำเนินชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้นนี้ ในทางทฤษฎีแล้วเรากำลังเดินทางเข้าสู่ยุคของสังคมยูบิควิตัส ที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัยยิ่งขึ้น

ในปัจจุบันแม้จะมีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอยู่รายล้อมรอบตัวเราอยู่แล้ว แต่ก็ยังห่างจากสังคมยูบิควิตัส (Ubiquitous Society) อยู่มากเนื่องจากในเชิงทฤษฎีแล้วไม่เพียงแต่เราสามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและติดต่อสื่อสารระหว่างกันแล้ว อุปกรณ์เหล่านี้ยังสามารถสื่อสารระหว่างกันเองได้โดยอัตโนมัติได้อีกด้วย เช่น ในชีวิตประจำวันเราก็พบเห็นอยู่แล้วที่เครื่องโทรศัพท์สามารถสื่อสารกับหูฟังไร้สายด้วยเทคโนโลยี Bluetooth หรืออุปกรณ์ควบคุมระยะไกล (Remote Control) ที่สามารถสื่อสารกับอุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์ภายในบ้านได้หลายๆชนิด ซึ่งจะเห็นได้ว่าการที่อุปกรณ์เหล่านี้สามารถสื่อสารกันได้แล้วก็ทำให้ชีวิตของเราสะดวกขึ้น

เทคโนโลยียูบิควิตัสทุกที่ ทุกเวลา   เทคโนโลยีในปัจจุบันมีการพัฒนาให้มีความก้าวหน้าไปมาก ศัพท์บัญญัติที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อทำให้เกิดความรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ยูบิควิตัส(Ubiquitous) เป็นเทคโนโลยีที่เกิดจากแนวความคิดที่ต้องการเชื่อมโยงเครือข่ายกับเทคโนโลยีที่มีอยู่เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลาดังคำที่ว่า “Anytime Anywhere” ทั้งนี้หมายความว่า แนวความคิดนี้เป็นแนวความคิดที่จะใช้เทคโนโลยีเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มของผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการในการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีผสมผสานอยู่

บริษัทผู้ผลิตสินค้าได้นำแนวความคิดนี้ในก า ร พัฒ น า แ ล ะ ก า ร ผ ลิต สิน ค้า ที่มีเทคโนโลยีที่รองรับการทำงานในแบบทุกที่ทุกเวลาเป็นลักษณะการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่มีการผสมผสานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์รูปแบบลักษณะการควบคุม และระบบการสื่อสารที่ใช้ในการเชื่อมโยงเพื่อให้สามารถควบคุมการใช้งานผลิตภัณฑ์ทีมีอยู่ได้จากทุกที่ทุกเวลาตามความต้องการยูบิควิตัสเป็นภาษาลาติน (Latin Language) มีความหมายว่า “อยู่ในทุกแห่ง หรือ มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง” สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นใหม่นี้เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารทุกที่ทุกเวลาทำให้เกิดสภาพแวดล้อมใหม่ของการสื่อสารและเป็นแนวทางของสังคมสารสนเทศ เราเรียกว่า ยูบิควิตัสเทคโนโลยี (Ubiquitous Technology)หรือสังคมยูบิควิตั(Ubiquitous Society) หรือ ยูบิคอมบ์ (Ubicomp) มาร์ค ไวเซอร์ (Mark Weiser) แห่งศูนย์วิจัยพาโลอัลโต (Palo Alto) ของบริษัทซีรอก
(Xerox Company) ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ให้คำนิยาม

“ยูบิควิตัสคอมพิวติ้ง(Ubiquitous Computing) ไว้ว่า  “เราสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ทุกหนทุกแห่งทุกสภาพแวดล้อม

ที่สามารถใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับเครือข่ายไม่ว่าจะอยู่ในที่แห่งใด

     จุดเด่นของยูบิควิตัสคือ                                           
1. การเชื่อมต่อกับเครือข่ายไม่ว่าจะมีการเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ต่างๆ
2. การสร้างสภาพการใช้งานโดยผู้ใช้ไม่รู้สึกว่ากำลังใช้คอมพิวเตอร์อยู่
3. การให้บริการที่สามารถเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ทั้งสถานที่อุปกรณ์ และปัจจัยทางกายภาพอื่นๆศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาเทคโนโลยีที่มีอยู่ด้วยการพัฒนาฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์และเทคโนโลยีในผลิตภัณฑ์ของตนเองเพื่อให้เกิดการผสมผสานที่ลงตัวตามแนวความคิดที่สามารถพกพาและควบคุมการใช้งานผ่านระบบสื่อสารในทุกที่ทุกเวลาเพื่อการสนองความพึงพอใจของผู้บริโภค ซึ่งโดยหลักการของการยูบิควิตัสนั้นการควบคุมจะเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ได้ต่อเมื่อมีการบรรจุไมโครชิพ (Microchip) ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลเป็นส่วนประกอบที่สำคัญเพื่อใช้ในการควบคุมการทำงานของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้น เช่น เตาอบ เครื่องซักผ้าตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์มือถือ เป็นต้น ให้สามารถเชื่อมต่อ ควบคุมและสั่งการได้ทุกที่ทุกเวลาทั่วโลก ตัวอย่างของยูบิควิตัสเช่น การควบคุมอาคารอัตโนมัติ (Building Automation) ซึ่งเป็นการควบคุมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายใน หรือ ภายนอกอาคาร ในด้านระบบรักษาความปลอดภัย ลิฟต์ เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ โดยสามารถควบคุมระบบการเตือนภัยเมื่อเกิดมีปัญหาภายในห้องหรือมีผู้บุกรุก การควบคุมการสั่งในการเปิดปิดเครื่องปรับ อากาศและการควบคุมอุณหภูมิภายในห้อง โดยบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนา และ  การสร้างเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นใหม่นี้มีความสามารถ   รองรับกับเทคโนโลยี   ยูบิควิตัสได้จากยูบิควิตัสสู่การทำธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์การทำธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์ (Electronic Commerce หรือ ECommerce)  ตั้งแต่เริ่มแรกจะมีการทำกันในอินเตอร์เน็ตด้วยการสั่งซื้อสินค้าตามเว็บไซต์ต่างๆ และ  ได้มีการพัฒนาการทำ ธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือเราจะเรียกว่า เอ็มคอมเมิรซ์ (Mobile Commerceหรือ M-Commerce) และในปัจจุบันนี้การพัฒนาของการทำธุรกรรมได้ให้ความสนใจกับธุรกรรมอิเลกทรอนิกส์ประเภทใหม่ที่เรียกว่า ยูคอมเมิรซ์ (Ubiquitous Commerce หรือ U-Commerce) สิ่งที่เกิดขึ้นจากยูคอมเมิรซ์ทำให้เกิดการทำธุรกรรม ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าจากซุปเปอร์มาเก็ตโดยสั่งตรงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของซุปเปอร์มาเก็ตยูคอมเมิรซ์ตามหลักการสากลของการทำ

ธุรกรรมอิเลคทรอนิกส์ประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 4 ประการ ดังนี้คือ
1. ยูบิควิตัส (Ubiquitous) เป็นการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ทุกหนทุกแห่งเป็นการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์เครื่องใช้ที่มีไมโครชิพ (Microchip)  เป็นองค์ประกอบที่ทำหน้าที่เป็นไมโครโปรเซสเซอร์ (Micorprocessor) ทำหน้าที่ในการควบคุมที่สามารถรับคำสั่งให้ทำงานได้โดยอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการสั่งงาน เช่น โทรศัพท์มือถือ  เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา เป็นต้น
2. ยูนิเวอร์ซอล (Universal) เป็นระบบการสื่อสารที่มีการเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายทั่วโลก เช่น
โทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาหรือเครื่องปาล์ม      

หรือเครื่องพ็อกเก็ตพีซี เป็นต้น โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตและระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องพรมแดนระยะทางและเวลา
3. ยูนิค (Unique) เป็นระบบการสื่อสารที่มีการเชื่อมต่อที่เป็นรูปแบบเดียวกัน ซึ่งข้อมูลที่ผ่านการติดต่อสื่อสารระหว่างกันจะเป็นข้อมูลที่มีรูปแบบเดียวกันและสามารถรับ-ส่งข้อมูล ในรูปแบบของข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และอื่นๆ จากแหล่งของข้อมูลต่างๆ ในรูปแบบของการดาวน์โหลด(Download) ข้อมูลผ่านระบบการสื่อสารที่กระทำผ่านระบบดาวเทียมวงโคจรสถิต และดาวเทียมวงโคจรต่ำในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันทำให้สามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ทุกแห่งทุกเวลาที่เรียกกันว่าบรอดแบนด์ (Board Band)
4. ยูนิซัน (Unison) เป็นระบบการสื่อสารที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน โดยเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาหรือเครื่องปาล์มหรือเครื่องพ็อกเก็ตพีซี และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรืออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ จะสามารถจัดเก็บข้อมูลภายใต้ระบบเดียวกัน โดยสามารถสื่อสารทำความเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องมีการแปลงแฟ้มข้อมูล (Convert) อีกครั้งหนึ่งเทคโนโลยียูบิควิตัสเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นและเป็นสิ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีผลกระทบกับผลิภัณฑ์และผู้บริโภค บริษัทผู้ผลิตจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีบรรจุในผลิตภัณฑ์ของตนเองให้มีประสิทธิภาพตาแนวความคิดนี้ โดยเทคโนโลยียูบิควิตัสเป็นเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศที่กำลังทดลองใช้เทคโนโลยียูบิควิตัสคือประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้แนวโน้มการใช้งานของทั้งสองประเทศนั้นสามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากในระบบเทคโนโลยีจะต้องเข้าสู่ยุคที่สี่ที่เรียกว่า โฟตเจนเนอเรชั่น (Fourth Generation) ในระบบการสื่อสารอินเตอร์เน็ตที่สามารถดาวน์โหลดข้อความ ภาพ เสียง ข้อมูลและควบคุมการทำงานได้จากระยะไกลโดยไม่มีขีดจำกัดใดๆ ดังนั้นหากรวมกับระบบอีนัม (ENum)ที่เป็นระบบการจัดการเกี่ยวกับการกำหนดตัวเลขของคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระบบอินเตอร์เน็ตที่เป็นเบอร์เดียวทั่วโลกให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแนวทางที่ทำให้เทคโนโลยียูบิควิตัสเกิดขึ้นได้อย่าง  แน่นอนนอกจากนี้ระบบโครงสร้างพื้นฐานของระบบการสื่อสารเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมต่อ  เพราะการรับส่งข้อมูลผ่านระบบสื่อสารที่ดีจะต้องมีระบบโครงสร้างพื้นฐานของระบบการสื่อสารที่ดีมีระบบการทำงานที่สามารถรองรับกับการรับส่งข้อมูล ภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว โปรแกรมประยุกต์และอื่นๆ ได้สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในเทคโนโลยียูบิควิตัสอนาคตของแนวคิดของเทคโนโลยียูบิควิตัสจะมีผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตของผู้บริโภคในชีวิตประจำวันที่จะต้องมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างแน่นอนจากไมโครชิพที่ฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น การสั่งให้สตาร์ทเครื่องรถยนต์และเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนที่จะไปขึ้นรถ หรือสั่งให้รถยนต์หยุดการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อถูกโจรกรรม   หรือ   ตู้เย็นมี   ไมโครชิพบรรจุอยู่ผู้บริโภคก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่าในตู้เย็นมีอะไรอยู่ภายในบ้างและจำเป็นต้องหาซื้อสิ่งใดเพิ่มเติมที่ขาดไปหรือไม่ ทั้งนี้การทำงานแบบนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยี ระบบอินเตอร์เน็ต และระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้บริษัทผู้ผลิตจะต้องดำเนินการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติรองรับเทคโนโลยียูบิควิตัสต่อไป

ที่มา :

http://images.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.thaieasterncluster.com/eastern-cluster/images/global_b.jpg&imgrefurl=http://www.thaieasterncluster.com/eastern-cluster/logistic8.php&h=151&w=202&sz=17&hl=th&start=2&usg=__LCtj9G1sSy-eHzwf_KQ_2opQAU8=&tbnid=kWa5f8ZztBtbcM:&tbnh=78&tbnw=105&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25AA%26gbv%3D2%26hl%3Dth%26sa%3DG

www.thaieasterncluster.com/.../logistic8.php

http://www.pantip.com/cafe/book_stand/hobbyelect/123.html

http://203.155.220.217/csad/pdf/mv22-48/model-ubiquitous-nong-7.pdf

Topic ข่าวไอที     วันจันทร์ ที่ 26 สิงหาคม 2545 - 21:19 น.

          นักวิชาการเตือนสังคมรับมือคลื่นลูกที่สามของไอที


นักวิชาการเตือนทุกฝ่ายตระหนักและสร้างความเข้าใจ รับมือกระแสการถาโถมของคลื่นลูกที่สามของสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศ  หรือ ยูบิควิตัสคอมพิวติ้ง พร้อมกับแนะทางออกลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในการใช้เทคโนโลยี พร้อมกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเทคโนโลยีของชาติให้ชัดเจน 
          ดร.อิทธิ ฤทธาภรณ์ กรรมการบริหารสมาคมเทคโนโลยีไทยญี่ปุ่น (สสท.) กล่าวว่า หากแบ่งการพัฒนาโลกเทคโนโลยีออกเป็นยุคกล่าวได้ว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่สามของโลกไอทีหรือที่เรียกว่า ยูบิควิตัส คอมพิวติ้ง (Ubiquitus Computing) ที่หมายถึงการมีคอมพิวเตอร์อยู่ทุกหนทุกแห่ง (PC anywhere) ทั้งในบ้าน ทั้งที่ทำงาน โรงเรียน ตามถนนหนทาง ผู้คนจะสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้จากทุกสถานที่โดยเชื่อมต่อถึงกันด้วยเครือข่ายคอมพิวเตอร์ตามกระแสแห่งการพัฒนากล่าวได้ว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคยูบิควิตัส ส่วนประเทศไทยเองอาจยังต้องใช้เวลาพัฒนาเทคโนโลยีอีกระยะ อย่างไรก็ดี การเข้าสู่สังคมยุคใหม่มีผลกระทบทั้งทางที่ดีและทางลบต่อสังคมทำให้ผู้ใช้เทคโนโลยีและคนที่อยู่ในทุกสังคมต้องตระหนักและทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้น 
          ข้อดีของยูบิควิตัสคอมพ์ คือการความสะดวกสบายในการดำเนินชีวิต โดยมีเครือข่ายคอมพิวเตอร์เทคโนโลยีสื่อสารบรอดแบนด์ และโทรศัพท์มือถือเป็นกุญแจสำคัญ โดยหลักสำคัญของยูบิควิตัสคือการที่ผู้คนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในโทรศัพท์มือถือสั่งซื้อสินค้า ,รถยนต์พูดได้ที่สามารถเตือนข้อบกพร้องในการขับขี่ หรือใช้อินเทอร์เน็ตที่ติดตั้งกับตู้เย็นในการสั่งอาหาร รวมถึงการสะดวกสบายในการทำงาน การดำเนินชีวิต ส่วนผลลบของยูบิควิตัสคือการสิ้นเปลื้องพลังงานจำนวนมากในการใช้งานเครื่องมือในอนาคต ,ความแตกต่างในการพัฒนาช่องว่างทางด้านดิจิตอล รวมถึงการใช้เงินจำนวนมากเพื่อลงทุนซื้อเทคโนโลยี 
          การตั้งรับยูบิควิตัสสำหรับประเทศไทย  จะต้องตระหนักในลดช่องว่างในสังคมดิจิตอล  หรือ  ความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้มีโอกาสกับผู้ด้อยโอกาส สำหรับประเทศไทยมีช่องว่างดิจิตอลอยู่สองมิติคือช่องว่างในการพัฒนาระหว่างประเทศ และช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน สิ่งเหล่านี้จะต้องระวังไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มคนและไม่ควรทำให้ช่องว่างนั้นถ่างออกมากไปกว่านี้ หนทางที่ดีคือการสร้างความเสมอภาคในการใช้เทคโนโลยี นอกจากนี้ประเทศไทยควรมีการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารควรให้ความชัดเจน เช่น การพัฒนาบรอดแบนด์ เมื่อเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีพื้นฐานที่มีอยู่จะต้องมีการลงทุนและพัฒนาอย่างไร เป็นสิ่งที่รัฐจะต้องตระหนักและให้ความสนใจ
          อย่างไรก็ดีการก้าวเข้าสู่ยุคที่สามของสังคมไอทียังไม่เกิดขึ้นชัดเจนในประเทศใดประเทศหนึ่งอย่าง  สมบรูณ์จึงมีโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับประเทศไทยที่จะตระหนักในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นและเตรียมรับมือเมื่อสังคมโลกก้าวเข้าสู่การเป็นยูบิควิตัสอย่างสมบรูณ์เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องเสียเปรียบต่างชาติและเกิดปัญหาทางสังคม

ที่มา: สำนักข่าวไทย

บทความนี้มาจาก NRCT
http://www.nrct.go.th/2008/
ชื่อ URL ของเรื่องนี้อยู่ที่:
http://www.nrct.go.th/2008/modules.php?op=modload&name=News&file=article&sid=106