จุดเปลี่ยนของชีวิต"มะเร็งปากมดลูก"

 

 

 

                                                                  จุดเปลี่ยนของชีวิต  “มะเร็งปากมดลูก”

  โดย นางวาสนา   พลศรี

                                                                              พยาบาลวิชาชีพ 7

                                                                      โรงพยาบาลเสลภูมิ

                                                                       จังหวัดร้อยเอ็ด

ภาพหนึ่งที่ปรากฏต่อหน้าและอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้ามาตลอดเจ็ดปี ภาพผู้หญิงที่ดูผอม ซีดเซียว ไม่มีผม มีกลิ่นเหม็นโชยออกมาตลอดเธอนอนอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินแม่ของเธอดูหน้าตาเศร้าหมองยืนอยู่ข้างเตียงมือหนึ่ึ่ง

อุ้มหลานวัยขวบครึ่งอีกมือที่มีแต่ความรักความห่วงใยลูบหน้าลูกสาวซึ่งยากจะคาดเดาความรู้สึกของเธอ สามีที่มีใบหน้าหมองเศร้า  “ ลูกยายเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย” เป็นเสียงที่สั่นเครือดังขึ้นพร้อมน้ำตาไหล  ข้าพเจ้าเอามือลูบหลังยายโดยไม่ได้ปริปากอะไรเลย ต่อมาเดือนเศษๆข้าพเจ้ารับรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเสียชีวิตแล้ว   อายุยังน้อยต่อไปชีวิตครอบครัวเขาเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร “แม่ตายเหมือนแพแตก” ถ้าคำนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ พวกเขาเหล่านั้นจะดำรงชีวิตอย่างไร เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของข้าพเจ้าจนถึงทุกวันนี้  เป็นที่น่าเสียดายถ้าหากผู้หญิงคนนี้ได้รับการดูแลตนเองและสามารถป้องกันตนเองจากโรคร้ายนี้เธอคงไม่จากคนที่เธอรักไปก่อนวัยอันควร

เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตการทำงานของข้าพเจ้าเมื่อศาสตราจารย์กิตติคุณพญ.คุณหญิงกอบจิตต์ ลิมปพยอม      ศาสตราจารย์น.พภิเศกลุมพิกานนท์และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ดได้ริเริ่มนำสิ่งดีมีคุณค่าและมีประโยชน์มหาศาลสู่พี่น้องประชาชนชาวร้อยเอ็ด

จากความเชื่อมั่นและศรัทธรานี่เองเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตการทำงานของข้าพเจ้าที่จะได้นำความรู้ความสามารถมาช่วยพี่น้องประชาชน จากมาตรการการดำเนินงานคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในอดีตที่ผ่านมา ได้ใช้วิธีการคัดกรองวิธีเดียว คือ Pap’s smear เป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันยังเป็นวิธีมาตรฐานอยู่และให้บริการด้วยวิธีนี้นานแล้ว แต่การขยายความครอบคลุมเป็นไปอย่างช้าๆ และไม่ทันกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก ทำให้มีการศึกษาเพื่อหาวิธีการอื่นๆ เข้ามาร่วมในการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยวิธีการตรวจด้วยการใช้น้ำส้มสายชูชโลมปากมดลูกและดูการเปลี่ยนแปลงด้วยตาเปล่า ซึ่งเรียกว่าวิธี VIA (Visual inspection using acetic acid)และการจี้เย็น(cryotherpy) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับการศึกษาและเป็นที่ยอมรับกันว่าเหมาะสมสำหรับการนำมาใช้ในพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัด ซึ่งโรงพยาบาลเสลภูมิเป็นรุ่นที่สองที่สมัครเข้าร่วมโครงการเป็นความโชคดีที่ผู้บริหารระดับสูงได้ให้โอกาสดีๆสำหรับข้าพเจ้า

ที่จะสานฝันตนเองต่อไปเพื่อช่วยผู้ที่เสียโอกาสที่ดีเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเอง  “มะเร็งปากมดลูก”้าพเจ้าพร้อมหัวหน้างานได้รับการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและผ่านการประเมินเชิงสมรรถนะตามเกณฑ์ ทั้งสองชีวิตได้นำแนวคิดเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงและได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี  จึงได้นำเอาความรู้และวิธีการทั้งสองวิธีมาบูรณาการเพื่อให้บริการแก่กลุ่มสตรีในเขตอำเภอเสลภูมิ อำเภอทุ่งเขาหลวง  “ง่าย สะดวก ปลอดภัย รู้ผลภายใน หนึ่งนาที” เป็นจุดเด่นเพื่อนำไปสู่การสร้างกระแสประชาสัมพันธ์  จัดให้มีการประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องและที่สำคัญผู้นำชุมชนไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชนทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข  วิทยุชุมชน และชมรมต่างๆ  ทั้งหมดนี้ได้ร่วมสร้างความเป็นเครือข่ายที่แน่นแฟ้น และมีจิตใจอาสาที่จะช่วยพี่น้องให้พ้นภัยนี้ “ ทำไปเลย เขาไม่เป็นมะเร็ง เราก็สุขใจแล้ว” เป็นคำกล่าวที่ดังขึ้นจากเครือข่าย ซึ่งทำให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจยินดีร่วมทางฝันและมุ่งมั่นที่จะให้พี่น้องสตรีกลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง  การให้บริการมีทั้งเชิงรับและเชิงรุกสลับกันไป ให้บริการพี่น้องที่อยู่ห่างไกลซึ่งไกลสุดจากโรงพยาบาลสามสิบหกกิโลเมตร ยากต่อการเข้าถึงบริการแม้จะเหนื่อยแม้จะลำบากแดดจะร้อนฝนจะตกพวกเราก็จะออกไปหาพี่น้องและการออกหน่วยให้บริการเชิงรุกจะต้องคำนึงถึงบริบท ประเพณีของแต่ละหมู่บ้านเป็นสำคัญตลอดเจ็ดปีที่ดำเนินการมาข้าพเจ้าพบว่ายังมีสตรีกลุ่มเสี่ยงบางส่วนไม่ตัดสินใจเข้ารับการตรวจ ข้าพเจ้าและทีมงานจึงได้มีการศึกษาถึงปัจจัยที่ทำให้สตรีไม่เข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก     จากการศึกษาพบว่าสตรีดังกล่าวมีความรู้สึกว่า อาย  กลัว   กลัวว่าจะเสียค่าใช้จ่ายมากกลัวแพทย์จะบอกว่าตัวเองเป็นมะเร็งปากมดลูกไม่กล้ารับรู้ถ้าหากตัวเองผิดปกติ นอกจากนั้นยังพบว่าสตรีกลุ่มวัยแรงงานอพยพย้ายถิ่นไปประกอบอาชีพต่างถิ่นจะกลับบ้านก็ปีละครั้งหรือนานๆครั้งจึงกลับบ้าน บางรายพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วจึงกลับมารักษาต่อที่บ้าน

ความรู้สึกกลัวอายเป็นสิ่งสะท้อนให้ทีมงานได้ร่วมกันคิดหาวิธีที่จะดูแลทางด้านจิตใจสตรีกลุ่มเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกให้มีความกล้าที่จะเผชิญกับความอาย ความกลัวอย่างมีสติเพื่อให้สตรีได้ให้โอกาสดีๆสำหรับตนเองดังนั้นณห้องประชุมแพทย์แผนไทยพี่น้องสตรีที่อยู่ในห้องประชุม หนึ่งร้อยสิบคนที่ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิตที่จะตรวจภายในและตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก  นักจิตวิทยาที่เป็นเครือข่ายได้ใช้หลักจิตวิทยาในการเยียวยาดูแลด้านจิตใจหนึ่งชั่วโมงผ่านไปได้สอบถามพี่น้องว่าจะตรวจมะเร็งปากมดลูกมั้ย เป็นที่น่าชื่นใจที่ ยี่สิบคนแรกยกมือขึ้นและข้าพเจ้าเลยถามว่าต้องการตรวจตอนนี้เลยมั้ย ทุกคนตอบเสียงดัง“ตรวจ” วันนั้นได้เตรียมความพร้อมโดยมีพยาบาลสามท่านรอให้บริการที่กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชนยี่สิบคนแรกตรวจผ่านไป   คนที่ตรวจแล้วกลับมาที่ห้องประชุมแล้วได้บอกกล่าวสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง ที่ได้รับการดูแลด้วยใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา และเข้าใจ ของ  ผู้ให้  จากความกลัว ความอาย กลายเป็นความประทับใจและได้ชักชวนเพื่อนบอกว่ามันไม่น่ากลัว ไม่น่าอาย อย่างที่คิด  ส่งผลให้อีกหลายๆคนในห้องประชุมตัดสินใจเข้ารับการตรวจ นับรวมได้วันนั้น หกสิบห้าคน และยังสามารถเป็นเครือข่ายชักชวนสตรีอื่นเข้ารับการตรวจในเวลาต่อมา “หมู่(เพื่อน)ไปเว้า(พูด)ให้ฟัง ว่าหมอทำดี ไม่น่ากลัวหรอก ถ้ากลัวก็หายใจเข้าออกลึกๆ คิดตามลมหายใจ แล้วเราก็จะไม่กลัว เลยลองมาดู ” เป็นหนึ่งเสียงที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของเครือข่ายเราสตรีอีกกลุ่มที่ขาดโอกาสคือสตรีในชุมชนเมืองซึ่งทำงานจากวันจันทร์ถึงวันเสาร์  การที่จะเข้าถึงบริการในเวลราชการเป็นการยากพอควรข้าพเจ้าพร้อมเครือข่ายผู้ที่มีจิตใจที่เป็นผู้ให้ได้อาสาที่จะให้บริการพี่น้องประชาชนที่มีโอกาสที่จะเข้าถึงบริการน้อย อีกทั้งจิตกุศลจากผู้บริหารอนุญาตให้เปิดบริการใน วันอาทิตย์   ซึ่งได้รับการตอบรับจากสตรีจำนวนมาก “ขอบคุณ คุณหมอหลายๆเด้อที่เปิดวันอาทิตย์สิบอกหมู่มาตรวจคือกัน”เป็นคำขอบคุณและให้ความหวังที่ทำให้ข้าพเจ้าความรู้สึกปลื้มปิติที่รับรู้ว่าอย่างน้อยเราก็มีเครือข่ายเพิ่มอีกคน      แม้หนึ่งคนที่ตัดสินใจเข้ารับการตรวจก็จะทำให้ข้าพเจ้าและทีมงานได้มีโอกาสส่งผ่านสิ่งดีๆสู่พี่น้องประชาชนของพวกเรา อย่างน้อยก็ได้ช่วยให้เขาเหล่านั้นปลอดภัยจากโรคร้ายไปได้ช่วงหนึ่งของชีวิตขอบคุณเครือข่ายขอบคุณสตรีทุกท่านที่ตัดสินใจเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

ท้ายสุดที่อยากจะส่งผ่านถึงผู้ที่มีโอกาสรับรู้ความรู้สึกของข้าพเจ้าความใส่ใจความเข้าใจความจริงจัง ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเดินออกนอกกรอบจะเป็นอีกหนทางที่จะทำให้ท่านได้ส่งมอบความสุขและโอกาสดีๆให้แก่ตนเองและผู้อื่นตลอดไป