ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

วาทะประทับใจ จาก ดังตฤณ ฉบับ ความรักหลากสี

 

วิธีถอนพิษรัก

 

อาการที่ ถูกต้อง ของการ ถอนพิษรัก นั้น ไม่ใช่ความพยายาม "ตัดใจ"

เพราะใจเป็นสิ่งที่ไม่มี คมมีด ชนิดไหน ๆ ตัดได้ขาด

พฤติกรรมทางจิตที่ถูกต้องคือ "สละออก"

 ซึ่งเป็นอาการที่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย

เนื่องจากเคยชินที่จะ "เอาเข้าตัว" กันทั้งนั้น

 

ซึ่งนั้นแหละ คือการเพาะชำ นิสัย หวงทุกข์

หวงยางเหนียว ยึดติดกับปฏิกูลทางอารมณ์โดยแท้

 

ถ้าหวงทุกข์ จะลุกเดิน ไม่เพลินแน่

ถ้าอยากแก้ อย่าแพ้รัก ก็จักหาย

อย่ากอดทุกข์ จงทิ้งขว้าง ให้ห่างกาย

ก็คลี่คลาย เป็นสุข สนุกเอง

  

 

แต่ละคนมีพลัง หรือ ศักยภาพในการ สละออก แตกต่างกัน

และศักยภาพดังกล่าวนี้ ไม่ใช่มีกัน ด้วยความบังเอิญ

กับ ไม่ใช่ ความสามารถเฉพาะทาง

จิตที่ดี ที่สามารถสลัดขยะ หรือ ปฏิกูลทางอารมณ์

ออกได้ง่ายนั้น

 

คือ จิตของผู้ที่เคยชินกับการสละออก เป็นประจำอยู่แล้ว

ไม่เฉพาะเรื่องรักใคร่ หรือเรื่อง เงิน ๆ ทอง ๆ อย่างใดอย่างหนึ่ง

 นี่เป็นการมองภาพกว้าง ภาพรวม ถ้าอ่านเกมของจิตออก

จะเห็นความสัมพันธ์ทั่วถึงกันหมด

 

ไม่มีใครฝึกเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการ ตัดรัก

แต่ทุกคน สามารถ ฝึกที่จะเป็น ผู้เชี่ยวชาญ

ในการ สละอารมณ์ ส่วนเกิน กันได้ทุกแง่

  

เปลี่ยน มโนกรรม (กรรมทางความคิด)

จากมืด เป็นสว่าง ชีวิตจะสว่างเอง

 

จิตที่สว่าง ย่อมอบอุ่นเป็นสุข

 

มีแต่ใคร ๆ วิ่งมาหา มีแต่ความอิ่ม เต็ม เบิกบาน

มีแต่ อยากได้ อิสระ ให้ตนเอง และ ใคร ๆ ทั้งโลก

  

ความรักมักเล่นตลก

..ตอนต้องการส่วนใหญ่ไม่มา..

..แต่ บางทีมา ตอนไม่ต้องการ..

 

เหมือนความรักจะเป็นเครื่องยืนยันว่า

ของจริง คือทุกข์

ความสุข แค่ ของปลอม

  

ธรรมชาติ อาจกะเกณฑ์ ให้เรา เจอทุกข์เสียก่อน

เพื่อใช้ความทุกข์นั้น เป็นบันได ก้าวขึ้นสู่ความสุข

ที่เหนือ กว่า ความรัก

และเมื่อถึง จุด ของความนิ่ง จริง ๆ

ถึงจะยอมเปิดตัว..คนรัก ที่แท้.. ให้กับเรา

 

 

 ความรัก กับ สัจจธรรม

 

 "การสูญเสีย เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักร

ไม่มี อะไร อยู่กับเราตลอดไป 

ไม่มี อะไร จาก เราไป ตลอดกาล

ถ้าเรา คลี่เวลา ออก เป็นเส้นตรง

 และ สามารถเห็นได้จริง ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคตพร้อมกัน

เราคงเห็น ตัวเองได้ของรัก แล้วเสียของรัก

หัวเราะ แล้ว ร้องไห้ พบแล้ว พลัดพราก

ย้อนเวียน กลับไป กลับมา

 

สลับกัน เป็น สาย โซ่ ยืดยาว"

 

 

บทสรุป คือ รักแท้ น่ะมีจริง แต่ที่จริงกว่านั้น คือกิเลส

ิเลสมาก ก็ทุกข์มาก

กิเลส น้อย ก็ทุกข์น้อย

 

ดังที่พระพุทธองค์ ตรัสว่า

 "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์"

  

ขอบคุณ ข้อคิด ประทับใจ จาก ดังตฤณ

อ่านฉบับเต็มที่   http://www.dungtrin.com/watha_love/index2.html