ม.หอการค้าไทยเตือนปี"52 ปัญหาหนี้นอกระบบอาจรุนแรงมากขึ้น หลังราคาสินค้าทะยานตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน-ดอกเบี้ยสูง กดดันรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ห่วงเป็นบ่อเกิดปัญหาอาชญากรรม-ภัยสังคม
ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในวันลอยกระทง ซึ่งสำรวจประชาชนจำนวน 1,194 ราย ระหว่างวันที่ 27-31 ต.ค. 2551 ว่า คาดว่าลอยกระทงปีนี้ จะมีเงินสะพัด 8,800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 โดยร้อยละ 72.3 มีการวางแผนไปลอยกระทง แต่อีกร้อยละ 27.7 ไม่ไปลอยกระทงเพราะเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ดี
ขณะเดียวกัน ประชาชนร้อยละ 56.6 เชื่อว่าบรรยากาศยังสนุกเหมือนเดิมและส่วนใหญ่ยังมีการสังสรรค์
อีกร้อยละ 39.2 เห็นว่าจะสนุกมากขึ้น ประชาชนร้อยละ 47.8 เห็นว่าต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น
การใช้จ่ายเงินแต่ละคนจึงเพิ่มขึ้นจาก 817 บาท เป็น 1,150 บาท ส่วนใหญ่ยังใช้เงินเดือนในการจับจ่ายใช้สอย ยกเว้นคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ใช้เงินออมมากกว่าเงินเดือน สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจของคนเมืองที่ไม่ดีนัก ทั้งนี้ สิ่งไม่ดีที่ต้องการให้ลอยไปกับกระทง อันดับแรกคือความขัดแย้งทางการเมือง ตามด้วยปัญหาเศรษฐกิจ อาชญากรรม ยาเสพติด นักการเมืองฉ้อโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น ปัญหาก่อการร้ายและสิ่งแวดล้อม ส่วนพรที่ต้องการ
ในวันลอยกระทง คือ ขอให้สุขภาพแข็งแรง เศรษฐกิจดีขึ้น ให้มีผู้บริหารประเทศที่เก่งและเป็นคนดี และขอให้คนไทยกลับมารักกันเหมือนเดิม
นอกจากนี้ ยังได้สำรวจความคิดด้านเศรษฐกิจ ประเด็นที่ต้องการให้รัฐบาลแก้ไข อันดับแรกคือเศรษฐกิจ การเมือง และอาชญากรรม เมื่อแยกเป็นภาคพบว่าคน กทม.และปริมณฑล อีสาน กังวลเรื่องปัญหาเศรษฐกิจมากกว่าปัญหาการเมือง แต่ภาคกลาง เหนือ และใต้ กังวลปัญหาการเมืองมากกว่าเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 65.2 ระบุว่าซื้อของในปริมาณลดลง แต่หาเงินซื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งร้อยละ 70 ให้เหตุผลจากราคาสินค้าแพงขึ้น รายได้ลดลง เศรษฐกิจชะลอตัว “ในผลสำรวจพบสิ่งน่ากังวลในเรื่องหนี้นอกระบบที่อาจเพิ่มขึ้นในปี 2552 เนื่องจากช่วง 3 เดือน
ที่ผ่านมามีประชาชนถึงร้อยละ 64.2 ประสบภาวะรายได้ไม่พอกับรายจ่าย เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น ภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง ราคาน้ำมัน ซึ่งในจำนวนร้อยละ 47 ต้องดึงเงินออมมาใช้ อีกร้อยละ 35.8 ต้องกู้ยืม และขอความช่วยเหลือจากญาติหรือขายทรัพย์สินอีกร้อยละ 17 และระบุว่าช่วงเดือนธันวาคมถึงปีใหม่จะใช้จ่ายลดลง จากร้อยละ 43.7 ของกลุ่มตัวอย่าง เป็นร้อยละ 72.1 จากที่เคยระบุว่าใช้จ่ายเท่าเดิมร้อยละ 45.1 ลดเหลือร้อยละ 16.5 ส่วนกลุ่มที่ยังใช้จ่ายเท่าเดิมทั้งปัจจุบันและอนาคตเพียงร้อยละ 11 โดยในแง่ของปริมาณส่วนใหญ่ร้อยละ 53.9 ระบุซื้อลดลง
ก็อยากเตือนผู้ผลิตอย่าเตรียมของไว้ขายมากนัก” นอกจากนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังกล่าวอีกว่า ได้จัดทำการสำรวจหนี้นอกระบบว่าเพิ่มขึ้นอย่างไร รอบพิเศษในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งปกติหนี้นอกระบบจะเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของหนี้ทั้งระบบประมาณ 8 ล้านล้านบาท หากอัตราเพิ่มรวดเร็วถึงร้อยละ 30 ถือว่าน่าวิตก อาจเป็นบ่อเกิดของอาชญากรรมและภัยสังคม โดยประชาชนร้อยละ 68 ยังเห็นว่าประเทศไทยมีบรรยากาศที่มืดมน แต่หาทางออกได้ แต่อีกร้อยละ 22.9 เห็นว่ามืดมนและไม่มีทางออก อีกร้อยละ 8.7 เห็นว่าสับสน จนหาทิศทางไม่ได้ เพียงร้อยละ 0.4 ที่เห็นว่าสดใส
โดยคนไทยร้อยละ 87 เสนอทางออกโดยลดความขัดแย้ง สร้างความสามัคคี สร้างจิตสำนึกและทัศนคติให้คนไทยรู้จักสามัคคี และรัฐบาลต้องเจรจากับพันธมิตร แต่อีกร้อยละ 13 ไม่เห็นว่ามีทางออก เพราะทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน และไม่มีผู้บริหารประเทศที่ดี
7 พศจิกายน 2551 กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ แนวหน้า
ดิฉันไม่ขัดแย้งกับใคร แต่ใจก็คิดว่าคงไม่ไปลอยกระทง เพื่อประหยัด กลัวคนร้ายในงานลอยกระทงด้วย คิดว่าคงมีอัตรายหลายอย่าง