แต่ภาพที่ผมพบคือเขาเป็นคนที่เงียบขรึม สุขุม และดูเรียบร้อยกว่าที่คิดมาก ดูเขาเยือกเย็นยิ่งนัก ทำให้นึกถึงภาพของ “ยอดกระบี่” ตามสไตส์ของหนังสือของโกวเล้งมิมีผิด นี่กระมังที่เขาเรียกว่า “ขุนเขาเย็นยะเยือก”

 

ในบรรดาคอร็อคเฮปวี่เมทัล หลายคนคงรู้จัก วงดนตรีดอนผีบินวงดนตรีใต้ดินที่โด่งดังราวเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว เนื้อหาเน้นศิลปะสร้างสรรค์ อิสระ การสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม  การใช้ชีวิตและจิตวิญญาณ เจ้าของรางวัลสีสันอะวอร์ด ปี ๒๕๔๑ และ รางวัลลูกโลกสีเขียว ปี ๒๕๔๘

ในอดีตเมื่อคราวผมยังหนุ่มแน่น เมื่อจบใหม่ๆ ราวๆ ปี ๒๕๓๔ ที่ยังชื่นชอบเพลงร็อค แบบหนักๆ อย่าง ดิโอฬารโปรเจค นั้น ผมชอบหาเพลงร็อคหนักๆ แบบนี้มาฟังอยู่เสมอ และหนึ่งในนั้นก็มีวงดนตรี ดอนผีบิน อยู่ด้วย ครานั้นผมพลิกอ่านเรื่องราวของดอนผีบินด้านในของปกเทป แล้วแทบไม่เชื่อว่าเป็นศิลปินคนอำเภอท่าวังผาที่เป็นบ้านเกิดของผมเอง แต่นั่นก็เป็นความปิติเล็กๆ ที่เห็นว่าคนบ้านเราก็ใช่ย่อยนะนี่

จากนั้นผมก็ไม่เคยได้ยิน ได้ฟังเรื่องราวของดอนผีบินอีกเลย (ทั้งๆ ที่เขามีผลงานใต้ดินมาอย่างต่อเนื่อง) อาจเป็นเพราะผมเริ่มเปลี่ยนแนวเพลงที่ฟังไปก็ได้ แล้วในปี ๒๕๔๐ ผมก็มีโอกาสได้เข้าไปเก็บข้อมูลที่บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าเมี่ยนที่อยู่ไกลกลางหุบเขา รถที่ไปเกือบไม่ถึงเพราะถนนเป็นดินโคลน กว่าจะพาพวกเราไปถึงหมู่บ้านได้ก็เรียกว่าลุ้นกันหลายรอบทีเดียว แต่ระหว่างทางเข้าไปสู่หมู่บ้าน ผมก็รู้สึกแปลกใจว่ากลางป่าเขาเช่นนี้ทำไมมีป้ายที่เป็นรูปวาดสวยๆ อยู่ตลอดรายทาง และเป็นเนื้อหาเชิงการกระตุ้นสำนึกรักธรรมชาติ พอเข้าหมู่บ้าน เห็นป้ายชื่อหมู่บ้าน ป้ายชื่อเจ้าของบ้านแต่ละหลัง ล้วนแล้วแต่ฝีมือการเขียนและวาดภาพประกอบที่สวยงามมาก ผมจึงอดใจถามคนแถวนั้นไม่ได้ว่าเป็นฝีมือใคร ก็ทราบมาว่าฝีมือ อ.สมบัติ แก้วทิตย์ หัวหน้าวง ดอนผีบินซึ่งมาเป็นครูสอนที่นี่ ได้มาสอนศิลปะให้แก่เด็กๆ และสร้างสำนึกในการใช้ชีวิตที่เกื้อกูลกับสิ่งแวดล้อม

และเมื่อผมมาทำงานประชาสังคม และฮักเมืองน่าน ผมก็เริ่มได้ยิน ได้ฟัง ได้เห็นผลงานของ อ.สมคิด แก้วทิตย์ และกลุ่มอนุรักษ์ภูสัน มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และผลงานเพลง แต่ผมก็ไม่เคยเจอตัวเป็นๆ เลยสักครั้ง คุณสำรวย ผัดผล บอกว่าเขาชอบเก็บตัว ไม่ชอบเปิดตัวให้คนรู้จักนัก ชอบเก็บตัวอยู่ตามเขามากกว่าอยู่ในเมืองหรือพบปะผู้คน

จนกระทั่งเมื่อคราหลังน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี ๒๕๔๙ ผมจึงได้มีโอกาสได้พบ อ.สมคิด แก้วทิตย์ในการเตรียมจัดงาน สืบชะตาหลวง : พลิกฟื้นชีวิตหลังวิกฤตน้ำท่วม ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๙ ผมก็ได้มีโอกาสรู้จัก อ.สมคิด แก้วทิตย์ เป็นทางการเป็นครั้งแรก ภาพของ ดอนผีบิน ในห้วงคำนึงของผม กับท่าทีที่ผมได้สัมผัส ค่อนข้างต่างกันมาก ผมคิดว่า ดอนผีบิน น่าจะเป็นประเภทที่แบบเฮปวี่เมทัลหนักๆ (คุ่นๆ) แต่ภาพที่ผมพบคือเขาเป็นคนที่เงียบขรึม สุขุม และดูเรียบร้อยกว่าที่คิดมาก ดูเขาเยือกเย็นยิ่งนัก ทำให้นึกถึงภาพของ ยอดกระบี่ ตามสไตส์ของหนังสือของโกวเล้งมิมีผิด นี่กระมังที่เขาเรียกว่า ขุนเขาเย็นยะเยือก

แล้วเมื่อเร็วๆ นี้ผมก็ได้มีโอกาสฟังความคิดของ อ.สมคิด แก้วทิตย์ แบบชัดๆ อีกครั้งในรายการ ปราชญ์เดินดินผมรู้สึกทึ่งในความคิดและปรัชญาการใช้ชีวิตของเขามาก และอดชื่นชมมิได้ และก็เป็นปลื้มมากๆ

ขอบคุณ ดอนผีบินศิลปิน ผู้สร้างศิลปะการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีคุณค่าและความหมายยิ่งนัก

ภาพประกอบจาก http://www.donpheebin.com

ด้วยจิตคารวะ

พ่อน้องซอมพอ

๗ พ.ย.๒๕๕๑

 

"ดอนผีบิน" มาจากชื่อหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งทางตอนเหนือของจังหวัดน่าน แต่ก่อนกาล บริเวณที่ราบสูงแห่ง นั้นเคยเป็นสมรภูมิรบล้างเผ่าพันธุ์สมัยล้านนาหลายร้อยปีก่อน จากอดีตสู่ปัจจุบันดินแดนนี้ได้กลายเป็นตำนานเล่าขานของชาวบ้าน ปากต่อปากว่าในคืนวันเพ็ญจะมีแสงวนเวียนลอยร่อง บริเวณนั้นบางครั้งก็ได้ยินเสียงร้องครวญคราง เรื่องราวนี้ก็ระบือรือไกลว่าเป็น ดินแดนแห่ง "ดอนผีร่องลอย" (ที่มา: http://www.donpheebin.com/story/donpheebin-story.php)

 

ติดตามเรื่องราวของ ดอนผีบิน ได้ที่นี่ ดอนผีบินและกลุ่มอนุรักษ์ภูสัน ได้ที่นี่ ภูสันตะวันลับฟ้า