รมว.คลังคอนเฟิร์มดันขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 6%- ปัด ครม.ไม่เห็นชอบ มั่นใจไม่มีใครกล้าค้าน ทั้ง "สมชาย-โอฬาร" เห็นด้วย ยันต้องถมเงิน 1 แสนล้านบาทให้ถึงประชาชน นายกฯ วอนแบงก์ช่วยผู้กู้ซื้อบ้านรายย่อย 2-3 ล้านบาทเป็นพิเศษ การันตีสภาพคล่องยังแข็งแกร่ง ด้าน "ธนวรรธน์" หวั่นการเมืองฉุดเศรษฐกิจหนัก เตือนรัฐหาเงินอัดเข้าระบบเศรษฐกิจก่อนประชาชนเป็นหนี้นอกระบบ
นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนว่า มั่นใจว่าจะสามารถใช้งบประมาณกลางปี 2552 ที่จัดทำเพิ่มเติมอีก 1 แสนล้านบาท สำหรับการขึ้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการ6% หรือคิดเป็นวงเงินที่ใช้ประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาทได้โดยไม่น่าจะมีใครคัดค้าน ไม่ว่าจะเป็นนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี หรือนายโอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะสรุปรายละเอียดในเรื่องนี้ได้ประมาณปลายสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าต้นสัปดาห์หน้า
รมว.คลังระบุว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ได้มีการเสนอ 10 โครงการเข้าไปให้ ครม.พิจารณานั้น ทั้งหมดเป็นข้อเสนอ และ ครม.ยังไม่ได้มีการแสดงความเห็นคัดค้านแต่อย่างใด โดยยืนยันว่าใน ครม.มีแต่ผู้ที่ให้ความเห็นเพิ่มเติม เช่น นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เสนอให้
นำงบประมาณส่วนหนึ่งมาจัดสรรให้ภาคการท่องเที่ยวด้วย ซึ่ง ครม.ก็รับไว้พิจารณา อย่างไรก็ดี เนื่องจากวงเงินงบกลางปีมีจำกัด จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรการใช้งบกลางปี ที่มีนายโอฬาร ไชยประวัติ
รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งอาจจะมีรายการอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามานอกเหนือจาก 10 โครงการที่เสนอได้อีก
"ยังยืนยันว่าการขึ้นเงินเดือนข้าราชการเป็นข้อเสนอที่ผมเสนอไป ซึ่งผมคิดว่าคงไม่มีใครค้านแน่" นายสุชาติกล่าว
ทั้งนี้ ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า ครม.ยังไม่ได้เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอการใช้งบประมาณกลางปี 1 แสนล้านบาททั้ง 10 โครงการ ทำให้มีการคาดการณ์กันว่างบขึ้นเงินเดือนข้าราชการอาจจะไม่ได้รับการจัดสรร
วันเดียวกัน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับนายธนาคารพาณิชย์และภาครัฐ จำนวน 16 แห่ง ว่าได้เชิญกับตัวแทนนายธนาคาร 16 แห่งมาร่วมประชุม เพราะเห็นว่าเพื่อความรอบคอบ
จากทุกฝ่าย ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจการเงินของโลกที่ส่งผลกระทบไปทุนด้าน โดยเฉพาะภาคการธนาคารได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ที่จะต้องดูแลตัวเอง ดังนั้นทางรัฐบาลจึงเรียกประชุมเพื่อสอบถามคำแนะนำและทางภาครัฐจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้บ้าง "จากการหารือกับตัวแทนธนาคาร ในการปล่อยสินเชื่อที่ไม่มากนัก ซึ่งเวลานี้ประชาชนที่ซื้อบ้านราคา 2-3 ล้านบาทมีปัญหา และขอให้ทางธนาคารพิจารณาเป็นพิเศษ และทางธนาคารรายงานว่าไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล 6-7 ข้อ" นายกฯ กล่าวนายกฯ ระบุว่า สิ่งที่ทางธนาคารยื่นข้อเสนอ เช่น กฎหมายประกันเงินฝาก ที่ออกมาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ฝากเงินรายใหญ่ แต่ความเป็นจริงกฎหมายนี้ไม่เห็นด้วยเท่าไร อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับดังกล่าวได้มีผลบังคับใช้ไปแล้ว ซึ่งทางรัฐบาลได้ยืดระยะเวลาในการบังคับใช้ออกไปอีกเป็นเวลา 3 ปี เพราะติดภาวะเศรษฐกิจขณะนี้
ถ้ามาใช้ทันทีจะมีปัญหาความเชื่อมั่น เพราะคนจะถอนเงินออกจากธนาคารไปลงทุนอย่างอื่นจะทำให้ธนาคาร
ขาดสภาพคล่อง "ในเรื่องของปัญหาสภาพคล่องแม้จะมีปัญหาแต่เป็นเพราะเรื่องของการระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ดังนั้นเมื่อมีการระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ จึงทำให้สภาพคล่องในการปล่อยสินเชื่อถดถอยลงไปด้วย ทางรัฐบาลจึงพยายามเรียนกับทางธนาคารว่า ในการปล่อยสินเชื่อทางธนาคารต้องอยู่ตรงกึ่งกลาง คือหากผู้กู้มีหลัก
มีฐานในการทำงานอย่างชัดเจน ทางธนาคารควรจะปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนกลุ่มนี้" นายกฯ กล่าว
สำหรับปัญหาผลกระทบเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐ ที่มีการคาดการณ์กันว่า ภายในปีหน้าจะอยู่ในสภาวการณ์เผาจริงทางเศรษฐกิจ นายกฯ กล่าวว่า ภายในปีนี้มีการล้มของสถาบันการเงินในสหรัฐและยุโรป ที่ปีแรกไม่กระเทือนเท่าไรนัก แต่เมื่อเริ่มเข้าปีที่ 2 ธนาคารต้องเรียกเงินคืน และกิจการที่ไปทำอยู่ไม่มีการปล่อยเงินต่อ จะทำให้เกิดปัญหาอย่างที่เห็นได้จากสิ่งปลูกสร้างภายในประเทศที่ยังตกค้างค่าก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ
ที่รัฐสภา นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.คลัง เรื่องวิกฤติการเงินและเศรษฐกิจของโลก โดยนายสุรวิทย์กล่าวว่า วิกฤติการเงินในปัจจุบันที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทุกภาคส่วน และวิกฤติดังกล่าวได้แพร่กระจายไปทั่วโลกรวมทั้งไทย และจะได้รับผลกระทบมากขึ้นเนื่องจากสถานการณ์การเมืองภายในประเทศที่มีความขัดแย้งจะยิ่งส่งผลกระทบสภาพเศรษฐกิจมากขึ้นจึงอยากทราบว่ารัฐบาลมีมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากวิกฤติอย่างไรบ้าง
นายสุชาติชี้แจงว่าที่ผ่านมารัฐบาลมีมาตรการป้องกันรับมือกับสภาพเศรษฐกิจหลายๆ เรื่องเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตลาดทุนกระทรวงการคลังไม่มีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากโดยทฤษฎีแล้ว ตลาดหุ้นทั่วโลกก็เหมือนน้ำที่ไม่มีที่ใดสูงกว่าที่ใดมาก แต่จะไหลมาสู่ในระดับที่เท่า ๆ กัน ในส่วนของสถาบันการเงินทางกระทรวงได้ขยายการคุ้มครองเงินฝากออกไปอีก3ปีทำให้มั่นใจได้ว่าธนาคารจะมีเสถียรภาพ ประชาชนมั่นใจไม่ต้องย้ายเงินฝากออกไปฝากนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน
ส่งผลกระทบให้การบริโภคลดลง การลงทุนไม่เพิ่มขึ้น ขณะที่การส่งออกมีแนวโน้มจะลดลงในปีหน้าเหลือเพียงแค่ 10% ดังนั้นทำให้ประเมินว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ที่ประมาณ 4%จึงจะทำให้มีคนตกงานเพิ่มขึ้น ซึ่งหากจะแก้ไขปัญหาจะต้องมีอำนาจซื้อและความต้องการซื้อเพิ่มมากขึ้นและยืนยันว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องนำเงินลงไปให้ถึงประชาชนเพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มงบประมาณกลางปีอีก 1 แสนล้านบาท ทำให้ขาดดุลเพิ่มเติมเป็น 3.4% ต่อจีดีพี และรวมแล้วหนี้สาธารณะไม่เกิน 50% ของจีดีพี และเคยได้ปรึกษากับ รมว.เงา
ของพรรคประชาธิปัตย์แล้ว
นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่า เป็นห่วงเรื่องการยอมรับจากต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน เคยพิจารณาว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแม้เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีคนก่อนได้ทำไว้แต่อยากทราบว่ารัฐมนตรีเพิ่งเข้ามาใหม่จะนินารอย่างไรต่อไป
นายสุชาติชี้แจงว่า ในส่วนของการแต่งตั้งคณะกรรมการ ธปท.จะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป ด้วยความโปร่งใส ในส่วนของการควบรวมเอสเอ็มอีแบงก์กับ บสย.นั้น เพื่อเพิ่มทุนในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ส่วนที่จะถูกฟ้องร้องนั้นจะนำไปพิจารณาในรายละเอียดและกำชับให้ดูแลในจุดนี้เป็นพิเศษ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงในการใช้จ่ายของประชาชน คือเริ่มมีการนำเงินออมออกมาใช้มากขึ้น รวมทั้งความคิดเห็นที่จะมีการชะลอการบริโภคลง แม้จะไม่มาก แต่ก็มีสัญญาณที่ชัดเจนขึ้น และสิ่งที่น่าเป็นห่วงต่อไปคือ เมื่อคนเริ่มขาดสภาพคล่อง ก็จะเริ่มไปกู้ยืมมากขึ้น แต่จากการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อดอกเบี้ยสูง จะมีการกู้ยืมนอกระบบและเป็นหนี้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย "การเมืองขณะนี้เป็นตัวนำทางด้านเศรษฐกิจในประเทศ เพราะสถานการณ์ที่คลุมเครืออยู่ทำให้ขาดความเชื่อมั่น เห็นได้จากพรที่คนขอในวันลอยกระทง ที่ส่วนใหญ่ต้องการให้การเมืองสงบ เศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งส่วนนี้รัฐบาลต้องกระตุ้นเม็ดเงินเข้าสู่ระบบให้เพียงพอ เพราะเมื่อธนาคารพาณิชย์เข้มงวดการให้สินเชื่อภาคประชาชนบวกกับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นแล้ว จะผลักให้คนมีหนี้นอกระบบ แม้ตอนนี้จะมีแค่ 20% ของสินเชื่อในระบบทั้งหมด
8 ล้านล้านบาท ซึ่งหากไม่มีการแก้ปัญหา ปีหน้ามีผลกระทบต่อการบริโภคภาคประชาชนแน่" นายธนวรรธน์กล่าว
นายเกริก วณิกกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส4ปีนี้จนถึงปีหน้าธปท.ต้องการให้ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยดูแลคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้นเนื่องจากอาจถูกระทบจากปัญหาชะลอตัวเศรษฐกิจทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะชัดเจนมากขึ้นในช่วงดังกล่าว "แม้ว่าในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา คุณภาพสินทรัพย์ยังไม่ส่อสัญญาณปัญหา แต่แบงก์จะต้องไม่นิ่งนอนใจเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ และต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีเพื่อปิดความเสี่ยง" นายเกริกระบุ
นายเกริกกล่าวด้วยว่า การระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ภาคธุรกิจขาดสภาพคล่องได้ แต่ ธปท.พร้อมเชิญตัวแทนธนาคารพาณิชย์มาหารือเพื่อช่วยเหลือในการผ่อนคลายเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่อาจจะเป็นอุปสรรคให้มีความคล่องตัวมากขึ้น แต่จะไม่ใช้การบังคับ เพราะธุรกิจหลักของธนาคารคือการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งจะต้องพิจารณาเรื่องความเสี่ยงของลูกค้าเป็นหลัก
นายสมภพ มานะรังสรรค์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ทางการไทยควรหามาตรการตั้งรับปัญหาการขายสินทรัพย์ของนักลงทุนสหรัฐในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวันและฮ่องกง เพื่อนำกลับไปเสริมสภาพคล่องเศรษฐกิจสหรัฐตามนโยบายของนายบารัก โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แม้ไทยจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็ตาม แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่อาจจะถูกถอดการลงทุนอีกต่อจากประเทศดังกล่าว นอกจากนั้น ภาคส่งออกของไทยอาจถูกกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าทั้งภาษีและมิใช่ภาษี โดยเฉพาะประเด็นการยกระดับมาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อปกป้องแรงงานชาวอเมริกันซึ่งเป็นฐานเสียงหลักของพรรคเดโมแครต
7 พฤศจิกายน 2551 ไทยโพสต์