"สุชาติ" รับรื้อแผนใช้งบแสนล้าน-ตีกรอบเบิกจ่ายใน 9 เดือน

คลังจี้แบงก์ชาติกดดอกเบี้ยอาร์พี ดูแลสภาพคล่องในระบบ เผยแผนการใช้งบแสนล้านยังไม่ลงตัว ต้องรื้อบางโครงการใหม่ "โอฬาร" นัดหารือใหม่อีกรอบ วางกรอบต้องเบิกจ่ายภายใน 9 เดือน ชงเข้า ครม.วันที่ 18 พฤศจิกายน

ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยขอให้ดูแลสภาพคล่องในระบบให้เหมาะสม เพราะสภาพคล่องที่มีอยู่ขณะนี้ไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ระบบเศรษฐกิจที่แท้จริง เนื่องจาก ธปท. ได้ดูดซับสภาพคล่องไว้กว่า 4.5 แสนล้านบาท จาก 9 แสนล้านบาท และส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่สถาบันการเงินหันมาปล่อยกู้ หรือลงทุนในตลาดซื้อคืนพันธบัตร (อาร์พี) ซึ่งได้ผลตอบแทนถึง 3.75% สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก  ช่วงนี้ธนาคารพาณิชย์ไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ เพราะกลัวว่าจะมีความเสี่ยงสูง จึงนำเงินฝากที่จ่ายดอกเบี้ยเพียง 2-3% มาปล่อยกู้ หรือซื้อพันธบัตรในอาร์พีได้ดอกเบี้ยสูงกว่า
จึงอยาก
ให้ ธปท.ดูแลอัตราดอกเบี้ยอาร์พีให้เหมาะสม ซึ่งตามหลักช่วงเศรษฐกิจตกต่ำดอกเบี้ยเงินฝากควรจะสูงกว่าในตลาดอาร์พี เพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้สถาบันการเงินหันไปปล่อยสินเชื่อมากขึ้นด้วยดร.สุชาติกล่าวและว่า การที่สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อทำให้เศรษฐกิจยิ่งมีปัญหา เพราะภาคเอกชนจะหยุดประกอบกิจกรรมทางธุรกิจหรือลดขนาดกิจกรรมลง หากลดไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจหดตัว  นอกจากนี้ สถาบันการเงินไม่ควรทำให้เกิดความตื่นตระหนก เช่น การส่งหนังสือทวงหนี้หรือตัดวงเงินสินเชื่อเบิกเกินบัญชี (โอดี) เพราะจะทำให้เกิดผลทางจิตวิทยาตามมา และยิ่งทำให้เอกชนหรือประชาชนเกิดปัญหา ซึ่งการขยายเวลาค้ำประกันเงินฝากเต็มจำนวนออกไป 3 ปี ก็เป็นการช่วยไม่ให้แบงก์เร่งทวงหนี้ได้อีกทางหนึ่ง

ดร.สุชาติกล่าวถึงการใช้งบกลางปีจำนวน 1 แสนล้านบาท ว่า ในส่วนของ 10 โครงการนั้น เป็นเพียงกรอบข้อเสนอเท่านั้น แต่จะเป็นโครงการใดบ้าง ดร.โอฬาร ไชยประวัติ รองนายกรัฐมนตรี จะพิจารณาอีกครั้ง ก่อนเสนอ ครม.พิจารณาวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้  โครงการที่ผมเสนอไปทั้ง 10 โครงการ เช่น การเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ 6% การเพิ่มทุนให้เอสเอ็มอีแบงก์ 2,000 ล้านบาท ทำให้เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยก็ได้อีก 2 หมื่นล้านบาท  โครงการถนนปลอดฝุ่นกว่า 3 หมื่นล้านบาท เป็นเพียงกรอบข้อเสนอ ต้องสรุปอีกครั้ง คาดจะมีการหารือสัปดาห์นี้ ทุกอย่างยังเปลี่ยนแปลงได้ดร.สุชาติย้ำ 

ดร.อำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า การจัดสรรงบกลางปี 1 แสนล้านบาท เห็นว่าต้องคำนึงถึงความสมดุลทั้งการลงทุนด้านคนและด้านกายภาพ ต้องเร่งรัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2552 โครงการที่เสนอต้องอยู่ในกรอบนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา

น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม 1 แสนล้านบาท ให้รัฐสภาพิจารณาในการประชุมสภา สมัยสามัญ ช่วงปลายเดือนมกราคม 2552 ซึ่ง ดร.โอฬารได้ให้กรอบการเสนอโครงการว่า ต้องเป็นโครงการที่เบิกจ่ายได้ภายใน 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.52) โดยจะมีการประชุมเวิร์กช็อปพิจารณาคัดเลือกโครงการที่เหมาะสมต่อไป

6  พฤศจิกายน  2551  คม ชัด ลึก