เอาความสดใสมาฝาก ... กับความ "ร่าเริงสดใส สู่ความเกษมศานต์" ... ธรรมะ จากวัดญาณเวศกวัน เนื่องในวันทอดกฐิน 2 พย.51 ค่ะ ... พี่พงษ์ นำมาฝาก
ทำใจให้ร่าเริงสดใส ทุกเวลา ด้วย "ปราโมทย์" คือ ความร่าเริงแจ่มใส สดชื่นเบิกบาน บันเทองใจนี้ เป็นคุณสมบัติสำคัญ ที่ต้องถือว่า ควรมีไว้เป็นพื้นจิต ประจำใจ ตลอดเวลาเลยทีเดียว
ถ้าปฏิบัติธรรมถูกทาง ต้องได้ปราโมทย์ ... ผู้ใดก็ตาม รู้จักดู รู้จักคิด รู้จักพิจารณา ที่เรียกว่า มีโยนิโสมนสิการ พอมองสิ่งทั้งหลาย ก็แยกแยะหยั่งลงไป เห็นความจริงของมันที่มีลักษณะความเป็นไป อย่างที่เรียกว่า ไตรลักษณ์ พอเกิดความเข้าใจ มองเห็นความจีง ก็เกิดปราโมทย์ขึ้นมา
ทำห้าข้อนี้ได้ จิตใจจะดีจริง ... พอเกิด ปราโมทย์แล้ว ก็จะเกิด ปิติ ต่อด้วย ปัสสัทธิ แล้ว สุข ก็ตามมา แล้วก็เป็นสมาธิ "องค์ธรรม 5"
ต้องระวังไว้บ้าง ไม่ให้เขวผิดทางไปเสีย ... ปราโมทย์ ปิติ และ สุข ที่พึงประสงค์นั้น ไม่ต้องพึ่งพา หรือขึ้นต่ออามิส และไม่ต้องอาศัยกิเลส แต่เป็นอิสระ ทำให้จิตใจดีงาม ที่เป็นกุศล มีกำลังเข้มแข็ง
แทรกความรู้วิชาการ ... ไม่ให้เน้น ปราโมทย์ ในแง่ปะปนกับปิติ ที่เป็นสภาวะฝ่ายเวทนา แต่อยากจะให้มองปราโมทย์ ในแง่ที่เป็นอาการแสดงออกของจิต ที่ดีงาม เป็นกุศล
ธรรมชาติของจิตเองนั้น เปล่งปลั่ง ... ในเมื่อจิตเองเป็นสภาวะบริสุทธิ์ และสภาพขุ่นมัวทุกข์โศกเศร้าหมองเป็นของจรมา การพัฒนาชำระล้างจิตใจให้ใสสะอาดผุดผ่อง จึงเป็นไปได้
ประภัสสร สะท้อนสู่ปราโมทย์ ... จิตที่มีปราโมทย์ สดใส ร่าเริง บันเทิง เบิกบานใจ เป็นจิตที่ปลอดโปร่งมีพลัง ไม่ถูกอกุศลครอบงำ หรือรบกวน แต่ช่วยปิดกั้นพวกอกุศลออกไป พร้อมกันนั้น ก็เปิดโอกาสให้กุศลธรรม และความสุขเจริญงอกงาม ก้าวไปในการพัฒนาได้เป็นอย่างดี
ผู้ที่เบิกบานสดใส จะถึงความเกษมศานต์ ... ข้อคิดจาก พุทธดำรัส "ภิกษุพึงอยู่กับธรรมที่จะนำให้ตื่น เธอมีความเพียร มีปัญญาครองตน เป็นผู้ที่ได้ญาณ ตัดกิเลสที่ผูกรัดไว้กับความ เกิด แก่ ได้แล้ว จะได้สัมผัสสัมผัส โพธิสมอันยอดเยี่ยม ในอัตภาพนี้เลยทีเดียว"
ขอให้ทุกท่านสดใส ตลอดไปค่ะ
หลังจากเปลี่ยนหน้าที่การงาน ไม่ได้แวะมาทักทายกับหมอ
นนเลย คิดถึงเลยแวะมาทักทายจ๊ะ สบายดีหรือ แต่เราก็เจอกันที่ทำฟันเน้อ ๆๆๆๆๆๆ
สวัสดีค่ะ