คนนอกคอก

คิดจะทำอะไร คิดจะอยู่อย่างไร จะกินอะไร
ตื่นเช้าขึ้นมา ก็นั่งคิด
นี่แหละหนอชีวิต ของฉัน ฮื้อ..ฮือ ๆ

มีสมองกับสองแขน เนื้อก็แน่นก็หนั่น
ไม่เล่นหวยการพนัน ไม่เล่นแชร์ ไม่ฝากเงิน
ไม่มีแหวนนาฬิกา มีแต่กำไลถูกๆ
สิ่งที่ฉันพันผูก ก็คือลูกของฉัน

มีชีวิตเจ็บปวด มีเรื่องราวเจ็บแปลก
มีคอกฉันก็แหก ไม่อยากอยู่ในนั้น

ไม่รู้โกง ไม่รู้กิน ฉันชอบบินคนเดียว
ชอบเดินทางท่องเที่ยว ชอบภูเขา ชอบทะเล

ชอบดูหนังสือตามแผง ของแพงฉันไม่สน
ชอบคบคนบางคน เกลียดสังคมชนชั้น

แล้วคุณเป็นคนอย่างไร อยู่เพื่อทำอะไร
อยู่เพื่อหวังสิ่งใด หรืออยู่ไปอย่างนั้น

ฉันขอคิด ขอสร้าง แม้จะตายอย่างหมา
คุณรู้ไหมรู้ไหมเงินตรา มันทำให้คนฆ่ากัน
ใครมีเหลือเผื่อแผ่ ใครย่ำแย่อย่าหยัน
ใครอิ่มหมีพีมัน คิดถึงกันบ้างเน้อ

(ที่มา : คาราวาน)

เป็นบทเพลงของคาราวาน ซึ่งผมชอบมาก เคยอ่านแนวคิด คุณสุรชัย จันทิมาธร(หน้าหงา) ในเรื่องนี้ แกบอกในทำนองว่า "ถ้าว่าแกนอกคอก คนอื่นก็อยู่ในคอกสิ" ส่วนตัวแล้ว ไม่ได้คิดว่า"อยู่ในคอก"ไม่ดี ตรงข้าม! ทุกสังคม ทุกครอบครัว หรือ แม้แต่อยู่คนเดียว ก็ต้องมีกฎ-กติกา มีระเบียบวินัย มีกฎหมาย หรือ ศาสนาเป็นกรอบ...เป็นคอก แต่ถ้าเอาแต่อยู่ในคอก นานไป...มักขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ผลคือ ไม่เกิดสิ่งใหม่ ไม่เกิดนวัตกรรม ไม่เกิดความรู้ หรือ ไม่เกิดเทคโนโลยี

ความคิดใหม่ๆ ที่จะทำให้สังคมก้าวต่อไปได้ ต้องเหนือความปกติ เหนือธรรมดา วันวาน...ถ้าไม่มีคนบ้า ซึ่งเพ้อเจ้อว่าจะบินได้เหมือนนก เราคงไม่มีเครื่องบินในวันนี้ หรือ ในสมัยก่อน ถ้าไม่มีใครกล้าขัดแย้งกับศาสนา "สิ่งมีชีวิตมาจากสิ่งมีชีวิตด้วยกันเอง มิใช่มาจากพระเจ้า  รวมทั้ง สิ่งมีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง..." ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คงไม่มาถึงปัจจุบัน

"คนนอกคอก" แปลกแยกจากคนส่วนใหญ่เสมอ บางคราว โดยเฉพาะในระยะแรก ต้องทนกับความเจ็บปวด จากการไม่ยอมรับ แต่การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ต้องการคนเหล่านี้ "ความต่างทำให้งอกงาม"

อาชีพครูอย่างผม เห็นนักเรียนคนใดอยู่แต่ในคอก ก็ยุลูกเดียวล่ะครับ"ให้นอกคอก"

สำหรับพวกที่นอกคอกแล้ว ก็ได้แต่ยินดีและชื่นชม