การใส่ปุ๋ยในแปลงกล้วยไข่

การผลิตกล้วยไข่ที่กำแพงเพชร ตอนที่ 5

 

การผลิตกล้วยไข่ที่กำแพงเพชร ในตอนที่ 5 นี้จะขอนำการถอดบทเรียนของคุณสมเกียรติ์  พุทธโสภิษณ์   (ปราชญ์ชาวบ้านสาขากล้วยไข่ ) ซึ่งได้เล่าให้ฟังถึงการใส่ปุ๋ยในแปลงกล้วยไข่เกษตรกรชาวสวนกล้วยไข่ มักนิยมใส่ปุ๋ยกล้วยไข่เพื่อเป็นการบำรุงการสร้างลำต้น ใบ หน่อ และผล ซึ่งหากถ้าปล่อยให้ใช้อาหารจากดินเพียงอย่างเดียว การเจริญเติบโตของกล้วยไข่จะช้า ต้นผอม โค่นล้มง่ายและผลไม่ดก เครือมีขนาดเล็ก และคุณภาพผลผลิตต่ำ โดยทั่วไปเกษตรกรชาวสวนจะใส่ปุ๋ย ประมาณ 3 ครั้ง ดังนี้

ระยะการใส่ปุ๋ยครั้งที่1.รองกันหลุมก่อนปลูกแล้วกลบดิน

             ครั้งที่ 1.  ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ รองก้นหลุมก่อนปลูก ปริมาณที่ใส่ 2-3 กระป๋องนม หลังจากนั้นรองก้นหลุมแล้วก็ทำการกลบดินหนาประมาณ 1 ฝ่ามือ จึงจะนำหน่อกล้วยไข่ลงปลูก

 

 

ระยะการใส่ปุ๋ยครั้งที่2.

            ครั้งที่ 2.  ใช้ปุ๋ยสูตร 25-7-7. 15-15-15 ,13-13-21 ,8-24-24  อาจจะต้องใช้สูตรใดสูตรหนึ่งที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น การใส่ครั้งนี้จะใส่หลังจากที่ได้กำจัดวัชพืชครั้งแรก และเริ่มแต่งหน่อ ซึ่งจะอยู่ในระยะประมาณ 1-2 เดือน หลังจากปลูก การใส่ปุ๋ยในระยะนี้เป็นระยะเริ่มตั้งตัว และกำลังต้องการใช้อาหาร ปริมาณที่ใช้ 1-2 กำมือ ต่อต้น วิธีการใส่ของเกษตรกรชาวสวน จะใส่ปุ๋ยห่างจากโคนต้นกล้วยไข่ ประมาณ 1 คืบ โดยรอบเป็นวงกลม ส่วนใหญ่จะใส่เดือนเว้นเดือน

 

                             ระยะการใส่ปุ๋ยครั้งที่3

 

             ครั้งที่ 3. จะใส่ปุ๋ยสูตร 21-0-0,46-0-0 โดยทั่วไปจะใส่ในระยะกล้วยเริ่มตกเครือแล้ว อายุประมาณ 7-8 เดือน ปริมาณที่ได้ 1-2 ช้อนโต๊ะต่อต้น วิธีการใส่ปุ๋ยจะมีทั้งโรยห่างจากโคนต้น ประมาณ 50 ซม.หรือ ขุดหลุม เหวี่ยงซ้าย 1 จุดขวา 1 จุด

 

 

             ในปัจจุบันนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรชาวสวนกล้วยไข่ จะต้องตระหนัก โดยย้อนมาดูถึงความอุดมสมบูรณ์ของดินปลูกกล้วยไข่ หากมีการปลูกซ้ำกันหลายปีจะเห็นได้ชัดคือเกิดหน้าดินแข็ง ไม่มีความร่วนซุย ขาดปริมาณอินทรียวัตถุ  จำเป็นต้องใส่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยพืชสด เป็นการปรับโครงสร้างของดินไปในตัวด้วย

 

 

การกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกกล้วยไข่

 

           การกำจัดวัชพืชที่จะกระทำประมาณ 3 ครั้งต่อปี ครั้งที่1 ก็จะทำพร้อมกันกับการก่นดินและพูนโคน ครั้งที่ 2-3 จะทำเมื่อปริมาณวัชพืชหนาแน่น โดยทั่วไปจะทำก่อนที่ต้นกล้วยจะตกเครือซึ่งแต่ละครั้งจะพยายามไม่ให้กดหน้าจอบลึก สำหรับเกษตรกรที่ไม่อาจหาแรงกำจัดวัชพืชได้ ก็มักจะมีเกษตรกรบางรายใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ในครั้งที่2-3

 

 

         แต่ข้อสำคัญพบว่า บางสวนไม่มีการใช้แรงงานถางหญ้าและพรวนดินด้วยนั้น และใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชเพียงครั้งเดียว จะทำให้หน้าดินแน่นไม่โปร่ง

 

 

           ในปัจจุบันนี้เกษตรกรชาวสวนกล้วยไข่ ได้มีความตระหนักในการตัดสินใจที่จะใช้สารเคมีในสวนกล้วยไข่โดยไม่จำเป็น โดยคำนึงถึงปริมาณสารตกค้างในผลผลิตกล้วยไข่ที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ ผู้บริโภคและสภาพแวดล้อมในชุมชนควบคู่กันไปด้วย ยิ่งการผลิตเพื่อการส่งออกด้วยแล้วจะต้องคำนึงหลัก GAP  เป็นสำคัญ