ผมว่าอคตินี่มันเป็นมิจฉาทิฏฐิที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งเลยนะครับ เพราะอคติจะเป็นสิ่งผลักให้เราแสดงท่าทีต่อคน สัตว์ สิ่งของอย่างไร รัก ชอบ ชัง กลัว หรือขลาดเขลา ก็จะแสดงออกในลักษณะที่แตกต่างกันไปตามแต่อคติที่เป็นเจ้าเรือนในขณะนั้น

 

บังเอิญ
ผมเริ่มปฏิบัติงานที่นี่เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑ ถึงวันนี้ก็นับได้เกือบ ๒ สัปดาห์แล้วละครับ  เป็น ๒ สัปดาห์ที่มีเหตุการณ์บังเอิญเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับผมชนิดไม่เคยเกิด ๒ เหตุการณ์

เหตุแรก
ผมเดี้ยงตั้งแต่วันแรกๆ ที่มาพักที่นี่แล้วละครับ ปวดอย่างที่สุดและปวดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องบริเวณใต้สะโพกขวา (ก้นกบ ?) ลองปล่อยให้ปวดดูเกือบสัปดาห์ ไม่ได้ทานยาอะไร จะใช้บ้างก็ทายาบรรเทาปวดแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย  ปวดมากขึ้นทนไม่ไหวเลยถามพรรคพวกเพื่อนฝูงว่ามีหมอที่ไหนในเมืองขอนแก่นดี เด่น ดัง ทางด้านกระดูก กล้ามเนื้อ และ/หรือการเจ็บปวด

คลีนิคอยู่ถนนศรีจันทร์เพื่อนบอกอย่างนั้น วันก่อนเลยได้ไปใช้บริการกับคุณหมอท่านก็ให้ลองนั่งยอง นั่งคุกเข่า โยกซ้าย โยกขวา แอ่นหน้า แอ่นหลัง นอนยกขาซ้าย นอนยกขาขวา นอนคว่ำหน้า ฯลฯ แล้วก็วินิจฉัยว่า อาการแบบนี้มีสาเหตุมาจาก ๓ ประการ เล่นกีฬาชนิดที่มีการเคลือนไหวช่วงเอวอย่างเร็ว ได้แก่ เทนนิส แบตมินตัน วอลเลย์บอล กอล์ฟ ฯลฯ หนึ่ง การยกของหนักผิดท่าผิดจังหวะหนึ่ง และการนั่งขัดสมาธิทำงานเป็นเวลานานหนึ่ง

ในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมไม่ได้เล่นกีฬาและไม่ได้ยกของหนักแน่ๆ หรือจะเป็นเพราะผมชอบนั่งกับพื้นเขียนหนังสือด้วยโต๊ะญี่ปุ่นแน่ๆ ก็ทำให้สงสัยว่าแล้วคนญี่ปุ่นเขาไม่เจ็บปวดกันหรือ ? หรือว่าคนญี่ปุ่นเขาน้ำหนักน้อยกว่าผม ก้นกบเลยรับน้ำหนักไหว ?

คุณหมอถามว่าจะฉีดยาด้วยไหมเผื่อจะระงับปวดและหายเร็วขึ้น
หมอบอกด้วยว่าอาการแบบนี้โดยทั่วไปประมาณ ๓ สัปดาห์จะหาย คนเราถึงคราวจะเจ็บปวดก็เป็นได้ง่ายๆ เนอะ
ผมไม่คุ้นกับการฉีดยาครับ ตลอดชีวิตผมฉีดยาสักกี่ครั้งเชียว ล่าสุดเมื่อหลายปีก่อนโน้นได้ฉีดยาก็เพราะเจ้าตูบมันกระโดดงับขาเอา ผมได้ใช้บริการฉีดยาป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้าที่แผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลรามาธิบดีตลอดจนครบรายการ (คุณพยาบาลบอกว่าผู้ป่วยมักจะมาฉีดกันไม่ครบตามนัด) แน่นอนครับว่า ประสบการณ์ฉีดยาแต่ละครั้งของผมมันเจ็บ-ปวดเสียจริงนะครับ

คราวนี้ก็มิได้แตกต่าง ฉีดปุ๊ป ก็ปวดปั๊ปเลยแหละครับ ประสบการณ์ครั้งแรกของการฉีดยาที่บั้นท้ายสำหรับผม
คุณหมอจัดยามาให้ทานด้วยจำนวนหนึ่ง พร้อมกำชับว่าให้งดนั่งเขียนหนังสือกับพื้น หรือนั่งกับพื้นนานๆ อย่างน้อย ๑ เดือน

เมื่อวันก่อนลองทดสอบดูสิว่าคำวินิจฉัยของคุณหมอจะแม่นจริงไหม ?
ลองนั่งเขียนหนังสือดูเหมือนเดิมประมาณ ๓๐ นาที พอลุกขึ้นจะตายเอาสิครับ ลุกไม่ได้ ต้องหาอะไรเกาะเกี่ยวยึดเสียก่อน
เชื่อหรือยังละทีนี้ว่าตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ระบุไว้หน้าคลีนิคนั้นมิใช่ได้มาเพราะโชค

ชีวิตผมระหว่างนี้ก็เดี้ยงๆ อย่างนี้แหละครับ ลงเยี่ยมบ้าน หรือร่วมประชุมเครือข่ายเฝ้าระวังความรุนแรงต่อเด็กและสตรีระดับอำเภอน้ำพอง ก็ไปกันแบบเดี้ยงๆ นี่แหละครับ ชีวิตระหว่างนี้ก็เลยเป็นชีวิตหลังตั้งฉาก เดินเหมือนคนเสียขาดูมิได้แตกต่างไปจากนักเรียนในศูนย์ฝึก  ก็ถือเสียว่าเป็นบุพฤกษ์สำหรับการทำงานในศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการละกันนะครับ ต้องเดี้ยงเสียก่อนถึงจะได้เข้าใจหัวอกคนพิการ

เหตุสอง
คืนแรกของการนอนที่นี่ก็อบอุ่นเย็นสบายดีครับ
เบื้องต้นพบว่าที่นี่มี ๒ อย่างที่ยังคงคล้ายกับสถานสงเคราะห์บ้านนิคมปรือใหญ่ คือเสียงตุ๊กแก และไฟตกบ่อยมากๆ (โรงไฟฟ้าน้ำพองอยู่ใกล้แค่นี้มิได้ทำให้ผมรู้สึกว่าพิเศษกว่าปรือใหญ่ชายแดนแต่อย่างไร) ใครไม่เคยใช้ชีวิตอยู่บ้านนอกไม่เข้าใจความรู้สึกหรอกครับว่าเสียงกบเสียงเขียดยามเย็นตะวันคล้อยลับขอบฟ้า เสียงตุ๊กแกและเสียงนกแสกยามค่ำคืน เสียงจั๊กจั่นร้องระงมในยามแดดจัดจ้าตอนเที่ยงวัน เสียงครกและกลิ่นควันไฟยามเช้า มันมีความผูกพันและยึดโยงต่อชีวิตคนชนบทอย่างไร

เช้าวันอังคารที่ ๑๔ ตุลาคม มีงูตัวพอประมาณยาวเกือบเมตรเข้ามาในบ้านพัก เรียกบอกอาจารย์คำพอง บ้านหลังติดกันให้มาช่วยด้วย ท่านเรียก "น้องต่าย" มาช่วยจัดการด้วยอีกคน งูเจ้ากรรมเลยถูกฆ่าเสียเมื่อขณะเลื้อยออกนอกบ้านไป (โทษฐานที่เข้าบ้านคน ?) หรือจะเพราะผลกรรมที่ไปฆ่างูตัวนี้ ก็เลยมาสนองให้ผมเดี้ยงไปอย่างนี้นะครับ

เช้าวันพุธที่ ๑๕ ตุลาคม มีแมงป่องตัวดำเมื่อมเงาวับเข้าบ้าน จุดที่พบเป็นจุดเดียวกับเจองูเมื่อวาน ที่ออกแบบมาไว้ให้เป็นห้องครัวหรือห้องเก็บเครื่องใช้ ตู้เสื้อผ้า ชำระล้าง เพราะแมงป่องแม้จะตัวโตน่ากลัวแต่ก็เคลื่อนไหวช้าเลยไม่ต้องเรียกใครช่วย ใช้ช้อนซ้อมคีบออกไปปล่อยที่กองไม้ข้างบ้าน ทั้งผมทั้งแมงป่องต่างก็ไม่เจ็บตัว

เช้าวันพุธที่ ๑๖ ตุลาคม มีคางคกตัวโต ๒ ตัว ปรากฏตัวในครัวอีกแล้วครับท่าน
เฮ้ย !!! นี่มันบ้านอสรพิษหรือเปล่านี่ ท้ายบ้านก็สะอาดดูดีมิได้รกรุงรังอะไร

สัปดาห์ที่ผ่านมายอมรับละครับว่ากลายเป็นคนระแวงและผวาไปเสียแล้วละครับ
ก่อนจะสวมรองเท้าก็ต้องเคาะ ก่อนจะสวมเสื้อผ้าก็ต้องสะบัดแรงๆ ก่อนจะนอนก็ตบหมอนเอาฤกษ์เอาชัยเสียก่อน



ชีวิตคือชีวิต-ชีวิตที่แตกต่าง : เราสามารถเล่นวอลเลย์บอลและร่วมกิจกรรมต่างๆ ด้วยกันได้
ร่วมกันได้ด้วยความแตกต่างที่ได้รับการยกเว้นมิให้เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึง


อคติ
ยอมรับละครับว่าผมมีอคติกับงู แมงป่อง และคางคก
ท่านว่าอคตินั้นท่านว่า หมายถึง ความลำเอียง เพราะเหตุแห่งความกลัว ความโกรธ ความรัก และความเขลา
ผมยอมรับละว่าผมกลัวงูและกลัวตุ๊กแก ถามว่าทำไมถึงกลัว นั่นสิ ทำไมถึงกลัว แล้วทำไมพี่ๆ น้องๆ เขาถึงกล้าละ ?

ผมว่าอคตินี่มันเป็นมิจฉาทิฏฐิที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งเลยนะครับ
เพราะอคติจะเป็นสิ่งผลักให้เราแสดงท่าทีต่อคน สัตว์ สิ่งของ อย่างไร
รัก ชอบ ชัง กลัว หรือขลาดเขลา ก็จะแสดงออกในลักษณะที่แตกต่างกันไปตามแต่อคติืที่เป็นเจ้าเรือนในขณะนั้น

๑๕-๑๖ ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นวันปฐมนิเทศก่อนการฝึกอาชีพที่นี่ครับ
วันแรกเป็นวันประชุมชี้แจงให้ความรู้ วันต่อมาเป็นวันกิจกรรมและกีฬา
ผมมีโอกาสได้พูดหลายๆ เรื่องกับพี่ๆ น้องๆ ที่สมัครเข้ารับการฝึกอาชีพประจำปีนี้ และในจำนวนนั้นสิ่งที่ผมย้ำตลอดว่าเป็นหน้าที่ของผมและพวกเราทุกคนที่จะต้องร่วมกันลดอคติของผู้คนในสังคมที่มีต่อผู้พิการ

แน่นอนว่ามันต้องเริ่มจากเรา
การแสดงออกด้วยท่าทีที่หลากหลาย การเรียกร้อง กดดัน การเปิดพื้นที่การรับรู้ การเสริมสร้างความเข้าใจในการอยู่ร่วมกัน ตลอดจนท่าทีที่ไม่ขอรับการสงเคราะห์ บริจาคช่วยเหลือเช่นลักษณะของผู้น่าสังเวชสงสาร หากแต่มุ่งไปสู่การปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้ออำนวยและไร้อุปสรรคนั่นต่างหากเป็นสิ่งจำเป็นที่ผมและใครๆ ควรเร่งร่วมมือกัน


ชีวิตคือชีวิต-ชีวิตที่แตกต่าง : เพราะเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราสามารถเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกัน
และสร้างสรรค์สังคมไปด้วยกันได้ เราสามารถเติมเต็มให้แก่กันได้ ไม่แยกเขา ไม่แยกเรา
ไม่ถือความต่างเป็นข้อจำกัดหากแต่เลือกยึดเป้าหมายในการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้ง


ในช่วงแรกของการปฐมนิเทศผมมุ่งเน้นอย่างที่สุดให้ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการแสดงท่าทีไม่ขอรับการช่วยเหลือเช่นผู้แพ้  ในชีวิตการเป็นนักสังคมสงเคราะห์ของผมเคยยึดไม้ค้ำยันของผู้รับบริการที่อ้างว่าตัวเองพิการ ๒ รายครับ

อยากพิการ อยากให้หน่วยงานใดๆ ที่มีอำนาจรับรองเอกสารว่าตัวเองพิการ เพื่อจะได้รับการช่วยเหลือและใช้สิทธิบางประการ  แน่นอนครับว่าไม่แปลกครับ ในฤดูกาลเกณฑ์ทหาร มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่วิ่งเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยให้ตัวเองพิการเพื่อจะได้เป็นข้ออ้าง ยินยอมที่จะให้ผู้มีอำนาจออกหนังสือรับรองให้ตัวเองพิกลพิการอย่างไรก็ได้

ผมว่าการแสดงท่าทีลักษณะอย่างนี้น่ากลัวครับ
เพราะถ้าอย่างนั้น การเข้ารับการฝึกอาชีพอาจมิใช่เป้าหมายเพื่อการประกอบอาชีพ
เป็นหน้าที่ของผม เป็นหน้าที่ของครูฝึกอาชีพ และพี่เลี้ยงทุกท่านจะได้ร่วมกันสอดแทรกแนวคิดดังกล่าวตลอดหลักสูตร



ทั้งโดราเอม่อนและพระเอกครึ่งท่อนของผม
อาจเป็น ๒ ชีวิตแรกที่ผมจำเป็นต้องนำเสนอเรื่องราวเพื่อเปิดพรมแดนการรับรู้


โดราเอม่อน

เคยคิดสงสัยกันไหมครับว่าโดราเอม่อนมือกลมๆ เท้ากลมๆ อย่างนั้น เขาใช้ชีวิตประจำวันอยู่อย่างไร
โดราเอม่อนชอบกินขนมโดรายากิ แล้วมือกลมๆ อย่างนั้น ไม่มีนิ้วเหมือนใครเขา จะหยิบจับขนมได้อย่างไร
ยิ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าวิเศษด้านหน้าด้วยเล่าเขาจะหยิบจับมันได้อย่างไร หรือเมื่อต้องแสดงตนด้วยลายพิมพ์นิ้วมือด้วยละจะทำอย่างไร

ผมไม่สงสัยแล้วครับวันนี้
เพราะตอนนี้ ผมพบโดราเอม่อนแล้วครับ
เป็นโดราเอม่อนที่มีสุขภาพจิตดีเยี่ยม ยิ้มแย้ม และชอบเล่นกีฬา มีรอยสัก และเจาะหูเสียด้วยสิครับ
ว่าจำเพาะกีฬานั้นเล่า ชอบเตะฟุตบอลอย่างที่สุด และชอบที่จะเป็นผู้เตะจุดโทษและเตะมุม
แน่นอนครับว่า เพราะข้อจำกัดด้านร่างกาย ทำให้โดราเอม่อนจะเหนื่อยง่ายกว่าคนอื่นเขา ต้องนั่งพักอยู่เนืองๆ


ชีวิตคือชีวิต-ชีวิตที่แตกต่าง : เพราะเราเลือกเกิดไม่ได้
แต่เราควรสามารถเลือกใช้ชีวิตอยู่ได้ในโลกใบนี้ด้วยความสุขตามสมควรแก่อัตภาพ


โดราเอม่อนของผมไม่มีนิ้วมือเช่นกัน โดราเอม่อนของผมมีเพียงขาขวาเท่านั้นที่สมบูรณ์
ที่หดหายไปล้วนแล้วแต่เป็นมาเพราะกำเนิด การเคลื่อนไหวอย่างทันใจและไม่เป็นทางการของโดราเอม่อนของผมมิได้แตกต่างไปจากจิงโจ้  ปิ๊งแรกที่เห็นผมเรียกชื่อในใจตามสภาพที่ปรากฏว่า "จิงโจ้" แต่ก็เหมือนกับจะเป็นการตีตรา เลยขอเปลี่ยนเป็น "โดราเอม่อน" ในมิติของความมหัศจรรย์

โดราเอม่อนในการ์ตูนมีความวิเศษมหัศจรรย์อย่างไร โดราเอม่อนที่อยู่กับผมก็วิเศษได้ไม่แตกต่างกัน

ถ้าเราไม่ให้โอกาสตัวเองได้เข้าถึงเรื่องราวหรือสิ่งที่แตกต่าง รวมถึงการมีจิตประกอบด้วยอคติเสียแล้ว ก็เท่ากับเราได้ปิดกั้นตัวเองและพลาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ที่แตกต่าง ได้พบเห็นสิ่งมหัศจรรย์ในชีวิตแต่ละวัน การปิดกั้นตัวเอง (โดยเฉพาะกับผู้มีอำนาจและหน้าที่) จึงเท่ากับเป็นการปิดกั้นคนอื่นโดยปริยาย



ชีวิตคือชีวิต-ชีวิตที่แตกต่าง : เราสามารถอยู่ร่วมกันได้บนโลกของความแตกต่างครับ

 
อย่าสังเวช อย่าสงสาร
ถ้าจะสนับสนุนบ้างก็คือการให้โอกาสและเอื้อเฟื้อตามสมควร ทั้งของใช้และกายอุปกรณ์
ถ้าจะสนับสนุนบ้างก็คือการเปิดใจกว้างยอมรับข้อจำกัดและความแตกต่างเฉพาะเพียงด้านกายภาพ


เป็นหน้าที่ของผมที่จะได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้มีกายอุปกรณ์ตามสมควรแก่ความเป็นไป
เป็นหน้าที่ของผมที่จะได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตว่าโดราเอม่อนของผมนั้น
เขาอาบน้ำอย่างไร เขาแต่งตัวอย่างไร เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างไร และเขาเรียนหนังสืออย่างไร
เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องเปิดพรมแดนการรับรู้ เพื่อก้าวผ่านอคติ
ช็อต ต่อ ช็อต !!!!


โปรดอย่ารอคอย แต่โปรดติดตามด้วยความระทึกในดวงหทัยพลัน
(ฮา)