สมเด็จพระปิยมหาราชกับการเลิกทาส
พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ถือว่ายิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ชาติไทย เป็นการเปลี่ยนสภาพสังคมและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยไปสู่การเริ่มต้นแห่งประชาธิปไตย ให้สิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชน จนประเทศไทยก้าวไปสู่ความเจริญขึ้นเป็นลำดับ จนสามารถยกระดับฐานะของประเทศให้เสมอด้วยอารยประเทศ พระราชกรณียกิจนั้น คือ “การเลิกทาส”
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักเป็นอย่างดีว่า ทาส คืออุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านสังคม การเมืองและเศรษฐกิจ เพราะการมีทาสเป็นการส่งเสริมให้คนไม่รู้จักทำมาหากินและไม่รู้จักการแก้ปัญหาในทางที่ถูก นอกจากนี้การมีทาสยังเป็นเครื่องถ่วงความเจริญของบ้านเมือง และเป็นเหตุของความหายนะได้เพราะพลเมืองที่เป็นทาสนั้นไม่มีโอกาสจะได้รับการศึกษาเล่าเรียน จึงเป็นบุคคลที่ไม่อาจจะนำมาใช้ประโยชน์แก่บ้านเมืองและทำให้ประเทศไม่อาจเจริญก้าวหน้าได้ และด้วยสัจธรรมของพระองค์ที่ได้ทรงตั้งปณิธานไว้ว่าจะทำนุบำรุงประชาราษฎร์ ซึ่งเปรียบเสมือนลูกหลานให้ได้รับความสุขสมบูรณ์ มีสิทธิ์เสมอภาคกัน ทุกคนในผืนแผ่นดินไทยควรมีสิทธิในผลประโยชน์ที่ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง จึงจะยุติธรรม การเป็นทาสควรสิ้นสุดลง มิใช่ว่าจะต้องเป็นทางกันจนตลอดชีวิตอันไม่ใช่วิสัยของอารยชน พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริที่จะให้เลิกทาส โดยทรงดำเนินกุศโลบายอย่างสุขุมรอบคอบและเป็นไปตามลำดับอย่างค่อยเป็นค่อยไปมิให้คนทั้งหลายเดือดร้อนและเกิดความเสียดายแก่ผู้เป็นเจ้าของทาสทั้งปวงจนไม่รู้สึกว่าได้มีการเลิกทาสเกิดขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีเวลาเตรียมตัว ด้วยการประกาศใช้พระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุ ทาส ลูกไทย ในวันที่ 21 สิงหาคม 2417 และค่อยกำจัดความเป็นทาสของไทยทีละน้อยด้วยการออกพระราชบัญญัติทาสรัตนโกสินทร์ศก 124 ในที่สุดได้ประกาศให้บรรดาลูกทาสเป็นไทยทั้งหมดด้วยพระราชบัญญัติลักษณะทาสรัตนโกสินทร์ศก 130 ตรงกับวันที่ 11 มกราคม 2454 ซึ่งเป็นวันที่ทาสได้ถูกยกเลิกหมดสิ้นจากราชอาณาจักรไทย คงเหลือไว้แต่เพียงประวัติศาสตร์แห่งความทรงจำ และพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ นอกจากนี้พระองค์ได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อช่วยไถ่ถอน และพระราชทานทุนทรัพย์เพื่อให้ลูกทาสได้ทำมาหากินต่อไปและพระองค์ยังทรงคำนึงถึงความก้าวหน้าที่จะให้ลูกทาสได้มีความรู้เมื่อพ้นการเป็นทาส จึงได้จัดตั้งโรงเรียนสำหรับลูกทาสขึ้นมา พระองค์ทรงมีพระอุตสาหะเพียรพยายามเพื่อ “เลิกทาส” เป็นเวลาถึง 37 ปี จึงได้บรรลุผลสมดังพระราชประสงค์
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเป็นเวลานานแล้ว แต่พระราชกรณียกิจที่ทรงบำเพ็ญตลอดรัชสมัยของพระองค์นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงและตราตรึงอยู่ในความทรงจำของปวงชนชาวไทยอยู่เป็นนิจนิรันดร์ เมื่อถึงวันที่ 23 ตุลาคมของทุกปีซึ่งเป็นวันสวรรคตของพระองค์ท่าน และถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาติ คือ “วันปิยมหาราช” ประชาชนชาวไทยต่างนำพวงมาลามาสักการะพระบรมรูปทรงม้าอันเป็นอนุสรณ์ที่มีความหมายอันล้ำลึกต่อคนไทยทั้งชาติ
ข้อมูล :- กองบัญชาการทหารสูงสุด
เรียบเรียง :- อังคณา สุริยกุล ณ อยุธยา
ไปถวายบังคมมา จึงนำข้อมูลบางส่วนที่เกี่ยวกับพระองค์ท่าน เพื่อความระลึกถึงร่วมกันค่ะ
บันทึกนี้ดีมาก ขอบคุณ
ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาเยี่ยมชม
ดีจัง ได้ไปถวายบังคม อยากไปมั่ง แต่ติดค่าย English Camp (ทั้งๆ ที่เป็นครูภาษาไทย) เอาเป็นว่าได้อ่านและระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของท่านก็แล้วกันนะคะ
วันหลังจะเชิญมาค่าย English Camp บ้าง เป็นครูอังกฤษ(ตัวจริง)ค่ะ ขอบคุณที่อ่านะคะ