ข้อเสนอแนวคิดการพัฒนางานในตำแหน่ง ของสงบ
ข้อเสนอแนวความคิด/วิธีการเพื่อพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ชื่อเรื่อง จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรในด้านการผลิตและจัดการ สินค้าเกษตร
หลักการและเหตุผล
สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา ได้มอบหมายให้ฝ่ายยุทธศาสตร์และสารสนเทศ เป็นแกนหลักในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการเกษตร ( ปี 2549-2552 ) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของเกษตรกร รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มอาชีพ กลุ่มส่งเสริมการเกษตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชน การจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรในด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตร ครั้งนี้ ได้ยึดแผนยุทธศาสตร์ของกรมส่งเสริมการเกษตร แผนยุทธศาสตร์ วิสัยทัศน์ ของสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยาเป็นแนวทาง วิสัยทัศน์คือ “ มุ่งส่งเสริมเกษตรกรให้พึ่งตนเอง และประกอบอาชีพการเกษตรได้อย่างยั่งยืน สนับสนุนพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ สู่ตลาดสากล” ได้นำยุทธศาสตร์หลักด้านการพัฒนาพืชเศรษฐกิจของจังหวัดพะเยา “ที่ดอนปลูกยางพารา ที่นาปลูกข้าวหอมมะลิ”และได้นำแนวทางในการส่งเสริมการเกษตรที่มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ การดำเนินการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ที่สอดคล้องกับแผนบริหารราชการแผ่นดิน 4 ปี แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี ของกลุ่มจังหวัด นโยบายของรัฐบาล รวมทั้งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานและปฏิทินการจัดทำแผนงาน / โครงการเพื่อเสนอของบประมาณ ปี 2549 -2552 มาประกอบแนวคิดดังกล่าว
สภาพทั่วไปของ จังหวัดพะเยา มีพื้นที่ทำการเกษตร 1,390,771 ไร่ หรือร้อยละ 35.13ของพื้นที่ทั้งจังหวัด ประชากรทั้งหมด 507,190 คน เกษตรกรจำนวน 324,601 คน หรือ
ร้อยละ 64 ของประชากรทั้งหมด มีครัวเรือนทั้งสิ้น 153,220 ครัวเรือน เป็นครัวเรือน เกษตรกรจำนวน 69,634 ครัวเรือน หรือร้อยละ 45.47 ของครัวเรือนทั้งหมด มีรายได้มวลรวม 8,704 ล้านบาท ( ข้อมูลสำนักงานจังหวัดพะเยา ) ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มพัฒนาอาชีพและยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนและเครือข่ายทั้งสิน 726 กลุ่ม สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยาได้รับมอบหมายให้พัฒนาและส่งเสริมพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดตามลำดับได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลำไย ลิ้นจี่ และ ยางพารา ซึ่งสภาพการผลิตและการจัดการสินค้าเกษตรของเกษตรกร มีปัญหาผลผลิตมีคุณภาพต่ำ ระยะเวลา ปริมาณผลผลิต ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เนื่องจากเกษตรกรขาดความรู้ ทักษะในด้านผลผลิตและจัดการสินค้าเกษตรของตนเองอย่างไม่เป็นระบบและครบวงจร โดยเฉพาะศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุข้าวชุมชนที่ไม่สามารถกระจายพันธุ์ได้ตามเงื่อนไข เนื่องจากเกษตรกรผู้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวขาดความมั่นใจในคุณภาพ มาตรฐานของเมล็ดพันธุ์ เกษตรกรไม่สามารถจัดการผลผลิตที่เหลือได้และไม่ได้สร้างเครือข่ายในการบริหารจัดการร่วมกันอย่างมีระบบ ซึ่งทำให้เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการไม่มั่นใจในการเข้าร่วมโครงการ
ผู้เสนอแนวความคิด ได้เสนอเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรในด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรกำหนดเป้าหมายแผนยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรด้วยตนเอง ใช้ศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนในจังหวัดพะเยา จำนวน 9 กลุ่ม / เครือข่ายของ ปี 2547 /2548 เป็นแนวทางนำร่อง ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดำเนินการบริหารจัดการร่วมกัน โดยคาดหวังว่าเมื่อดำเนินการตามแนวความคิดดังกล่าวแล้วจะก่อให้ประโยชน์ต่อเกษตรกรและงานส่งเสริมการเกษตร ดังนี้
1. เกษตรกรในโครงการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มีความรู้ความสามรถกำหนดแผนยุทธศาสตร์ เป้าหมาย ในการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรสู่ตลาดสากล สามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบและเกิดเครือข่าย
2. เกษตรกรมีความมั่นใจในการประกอบอาชีพการเกษตร เนื่องจากมีข้อมูลด้านการผลิตและการจัดการสินค้าเกษตร เพื่อวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจกำหนดแผนยุทธศาสตร์การผลิตและการจัดการสินค้าเกษตรด้วยตนเองและสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายบริหารจัดการร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทำให้มีอาชีพที่มั่นคง พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ชุมชนน่าอยู่
3. เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ มีผู้นำเกษตรกรเป็นศูนย์ข้อมูลบุคคลรับและถ่ายทอด ให้บริการข้อมูล ข่าวสาร ไปเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้แก่เกษตรกร ประกอบการตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงเป้าหมายในการพัฒนายิ่งขึ้น
บทวิเคราะห์/แนวคิดในการพัฒนาหรือปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
แนวความคิด การจัดทำแผนยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกรในด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรของเกษตรกร มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกร ผู้นำองค์กร ผู้นำเครือข่ายอาชีพและผู้นำอาสาสมัครเกษตรและอาสาสมัครยุวเกษตรที่สมัครใจเข้าร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและจัดการสินค้าด้วยตนเองในปี 2547 -2549 ซึ่งผู้เสนอแนวคิดได้รับมอบจากสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา ให้การขับเคลื่อนพัฒนาเสริมสร้างเพิ่มขีดความสามรถให้แก่ผู้นำดังกล่าวพร้อมทั้งสนับสนุนส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพของเกษตรกรสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชนและได้จัดสัมมนาผู้นำเกษตรกร เพื่อหาแนวทางการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรและหาช่องทางการตลาดของเกษตรกร ตามยุทธศาสตร์ของกรมส่งเสริมการเกษตร ด้านเสริมสร้างและพัฒนาความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ภาคเกษตร เพื่อมุ่งสู่ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมของภาคเกษตร โดยใช้กระบวนการกลุ่ม ในปี 2549 ได้รับมอบหมายงานเพิ่มเติม ให้ดำเนินการโครงการคาราวานแก้จน เชื่อมโยงยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาความยากจน ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และของจังหวัดพะเยา (ศตจ.พย.) ซึ่งการดำเนินการยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาความยากจน ให้ความสำคัญกับภาคประชาชนหรือเกษตรกรเป็นผู้ตัดสินใจ เน้นให้ชุมชนจัดทำแผนพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง สนับสนุนให้ท้องถิ่นเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงานและจัดแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานในระดับพื้นที่ ตำบล อำเภอ จังหวัด และได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบโครงการฝึกอบรมอาสาสมัครเกษตรและอาสาสมัครยุวเกษตร ตามระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรและอาสาสมัครยุวเกษตรของหน่วยงานกระทรวงเกษตรในจังหวัดพะเยา ได้จัดเวทีให้ผู้นำอาสาสมัครเกษตรฯ ได้แสดงความคิดเห็น เสนอแนวทาง ความต้องการพัฒนาด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรของตนเอง เงื่อนไขปัญหาของเกษตรกร ผู้นำเกษตรกรมีความรู้น้อย ประสบการณ์ด้านการผลิตได้ดำเนินการตามแนวทางของบรรพบุรุษ ผลิตพืชเชิงเดี่ยว ผลผลิตมีคุณภาพต่ำ ไม่ตรงตามความต้องการของชุมชนและของตลาด ปัญหาดังกล่าวเกษตรกรขาดความรู้ ขาดทักษะ ขาดข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย ไม่ทันต่อเหตุการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ที่จะนำมาประกอบการตัดสินใจในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรตั้งแต่ระบบการผลิต การแปรรูปเพิ่มมูลค่าและการตลาดแบบครบวงจร
จากผลการปฏิบัติงานและวิเคราะห์สถานการณ์แนวทางพัฒนางานและปรับปรุงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จำเป็นต้องมีการพัฒนาตัวเกษตรกร ผู้นำเกษตรกร ผู้นำอาสาสมัครเกษตรกลุ่ม/องค์กร/เครือข่ายอาชีพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ให้มีความรู้ มีทักษะ สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการให้บริการทางการเกษตรของหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของหน่วยงานเกี่ยวข้อง สร้างกระบวนการเรียนรู้ในด้านการบริหารจัดการระบบกลุ่มและเครือข่าย เพื่อพัฒนาองค์กรเกษตรกรให้เข้มแข็ง ผ่านศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล โดยเฉพาะให้เกษตรกรแกนนำกลุ่ม / องค์กร /เครือข่ายอาชีพ ของศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชน จังหวัดพะเยา ที่ผลิตข้าวหอมมะลิ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกผู้สนใจเข้าร่วมกำหนดจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรด้วยความสมัครใจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ ให้มีคุณภาพได้มาตรฐานของเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อกระจายพันธุ์ในพื้นที่ตามเงื่อนไขของศูนย์ฯ และขยายเครือข่ายตามโครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพข้าวหอมมะลิจังหวัดพะเยาสู่ตลาดสากล
จังหวัดพะเยาได้สนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้บริการชุมชน โดยจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนมาเป็นเวลาหลายปีปัจจุบันได้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนทั้งจังหวัดจำนวน 56 ศูนย์ เป็นศูนย์ฯ ที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียวจำนวน 11 ศูนย์ และ ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเจ้า หอมมะลิและ กข. 15 จำนวน 45 ศูนย์ กำหนดพื้นที่ในการผลิตศูนย์ละ 200 ไร่ สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ได้ไร่ละประมาณ 600 กิโลกรัม ผลผลิตรวมประมาณ 6,480 ตัน ในปี 2550-2552 จังหวัดพะเยามีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผลผลิตข้าวหอมมะลิ เป็นพื้นที่ 150,000 ไร่ ดังนั้นศูนย์ฯ จะต้องผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้บริการแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิไร่ละ 10 กิโลกรัม สามารถกระจายพันธุ์ได้ 1,500 ตัน มีเมล็ดพันธุ์คงเหลือจากการกระจายพันธุ์อีกประมาณ 4,980 ตัน เกษตรกรไม่สามารถกระจายพันธุ์ได้ตามเป้าหมาย มีสาเหตุเกษตรกรไม่มั่นใจในคุณภาพ มาตรฐานของเมล็ดพันธุ์ และผลผลิตข้าวเปลือกที่เหลือจากการกระจายพันธุ์ ไม่สามารถจำหน่ายได้ เนื่องจากมีคุณภาพต่ำ ไม่ได้มาตรฐานตามความต้องการของตลาด เกษตรกรไม่มีการรวมกลุ่มสร้างเครือข่าย กำหนดแผนยุทธศาสตร์ด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรผลผลิตข้าวเปลือกร่วมกัน จึงมีแนวคิดที่พัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกร ผู้นำองค์กร ผู้นำอาสาสมัครเกษตรในศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนที่สมัครใจเข้าร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ ด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตร อำเภอ / กิ่งอำเภอละ 1 ศูนย์ โดยมีการรับสมัครและขึ้นทะเบียนผู้สนใจ นำร่องในระดับอำเภอและพัฒนาเป็นเครือข่ายเป็นศูนย์บริหารจัดการด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรร่วมกันในระดับจังหวัด เพื่อประสานความร่วมมือ ภาครัฐและเอกชน เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เวทีเจรจา ด้านกระจายพันธุ์ ด้านแลกเปลี่ยนสินค้าที่จำเป็นระหว่างชุมชนและด้านการตลาดแบบครบวงจรแก่ผู้นำองค์กรและผู้นำเครือข่ายอาชีพ ซึ่งได้มีการเลือกตั้งในรูปแบบคณะทำงานในการขับเคลื่อนโดยเกษตรกร ผู้นำอาสาสมัครเกษตร ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ และ ระดับจังหวัด แนวคิดดังกล่าว มีความสอดคล้องกับแผน ยุทธศาสตร์ พันธกิจ วิสัยทัศน์หรือนโยบายการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้
1. สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย พ.ศ. 2546 – 2550
ประด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ การสรางสังคมแหงการเรียนรูตลอดชีวิต พัฒนาคนใหมีความรูคูคุณธรรมและจริยธรรม เตรียมความพรอมใหสอดคลองกับการพัฒนาและ การแขงขันของประเทศ
ประเด็นยุทธศาสตรที่ 3 การปรับโครงสรางเศรษฐกิจใหสมดุลและแขงขันได ด้านการปรับโครงสรางภาคเกษตรและการพัฒนาขีดความสามารถในการดําเนินยุทธศาสตรชาติ
2. สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ของกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2549 – 2552 ประกอบด้วยเป้าประสงค์ การพัฒนา ยุทธศาสตร์การพัฒนา โครงการและตัวชี้วัดเพื่อประเมินผล
เป้าประสงค์ของการพัฒนา ต้องการให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงพอเพียงต่อการดำรงชีวิตอย่างต่อเนื่องและชุมชนเข้มแข็งที่จะรวมตัวกันดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ โดยดำเนินการพัฒนาความรู้ความสามรถของเกษตรกรและองค์กรเกษตรกรทั้งการผลิตและการจัดการสินค้าเกษตร ให้บริการทางการเกษตร ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนตลอดจนพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้ชำนาญการและจิตสำนึกในการทำงานร่วมกับเกษตรกร โดยในการทำงานใช้หลักบูรณาการและการบริหารจัดการบ้านเมืองที่ดี มีวัตถุประสงค์ที่ต้องการ 6 ประเด็น ซึ่งประเด็นที่สอดคล้องกับแนวคิดประกอบด้วยประเด็น
ประเด็นที่ 1 เกษตรกรมีความรู้ความสามรถในการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
ประเด็นที่ 2 องค์กรเกษตรกร / ชุมชน มีความสามารถในการดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบและเกิดเครือข่าย
ประเด็นที่ 3 เกษตรกรได้รับข้อมูลข่าวสารและบริการทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ทั่วถึง ทันสมัย และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอาชีพการเกษตร
ประเด็นที่ 4 เกษตรกร ชุมชน และทุกภาคส่วน เกิดการเรียนรู้และมีเครือข่ายในการพัฒนา
3. สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ของ จังหวัดพะเยา ปี 2549 -2552
วิสัยทัศน์ของจังหวัด “พะเยาเป็นเมืองน่าอยู่ ประชาชนมีรายได้พอเพียงกับรายจ่ายที่จำเป็นมีโอกาสพัฒนาตนเองให้อยู่ดีมีสุข ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ ” มีเป้าประสงค์
1. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี
2. หมู่บ้าน / ชุมชนในจังหวัดพะเยาน่าอยู่
3. หมู่บ้าน / ชุมชนคิดเป็น ทำเป็น สามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้อย่างเป็นกระบวนการ
4. จังหวัดพะเยาเป็นพันธมิตรที่สามารถสร้างศักยภาพเครือข่ายของกลุ่มจังหวัดและ GMS การพัฒนาจังหวัด
4. สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์หลัก ของสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา
วิสัยทัศน์สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา “ มุ่งส่งเสริมเกษตรกรให้พึ่งตนเอง และประกอบอาชีพการเกษตรได้อย่างยั่งยืน สนับสนุนพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ สู่ตลาดสากล” ยุทธศาสตร์หลัก “ที่ดอนปลูกยางพารา ที่นาปลูกข้าวหอมมะลิ” และบทบาทหน้าที่ของฝ่ายยุทธศาสตร์และสารสนเทศ ที่ได้รับมอบหมายเป็นแกนนำจัดทำยุทธศาสตร์แผนงานโครงการ ในการพัฒนาการเกษตร ของจังหวัดและสอดคล้องกับคำสั่งมอบหมายงานในหน้าที่ได้แก่โครงการเพิ่มขีดความสามารถของอาสาสมัครเกษตร
เกษตรและอาสาสมัครยุวเกษตรของจังหวัดพะเยาพัฒนากลุ่มอาชีพเกษตรกรยากจนตามโครงการคาราวานแก้จนและศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศตจ. พย.
การดำเนินงานตามแนวความคิด จัดทำแผนยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถของเกษตรกร
ในด้านการผลิตและจัดการสินค้าเกษตร ผู้เสนอแนวคิด มีเป้าหมายนำร่องเพิ่มขีดความสามารถให้สมาชิกเกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์และผู้นำอาสาสมัครเกษตร ของศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนจังหวัดพะเยา 9 กลุ่ม / เครือข่าย ของปีการผลิต 2547 /2548 โดยการปฏิบัติจริงในพื้นที่ เป็นการพัฒนาองค์ความรู้ของเกษตรกรเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาการจัดทำแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายในการผลิตและจัดการสินค้าเกษตรของตนเอ