GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

นิราศปักษ์ใต้

ค่ำคืนนี้มีจันทร์สวยส่องสกาว เมฆขาวๆ (สุรพล สมบัติเจริญ)

วันอาทิตย์ที่ ๒๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙ ผมเดินทางออกจากที่พัก มุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายคือปักษ์ใต้บ้านเรา ๑๗.๓๐ น. รถเคลื่อนตัวออกจากสายใต้ เหตุผลอะไรที่ทำให้ผมเดินทางโดยรถโดยสาร ทั้งที่สนามบินใกล้กว่า ผมตอบตัวผมเองว่า ผมไม่กล้า นอกจากนั้น ผมไม่ชอบที่จะดูก้อนเมฆ อีกอย่างหนึ่ง กำหนดการนัดหมายของผมไม่ใช่ภายในเวลา ๒-๓ ชั่วโมง หากแต่เป็นวันรุ่งขึ้นของอีกวันหนึ่ง

จริงๆแล้ว เมื่อวันที่ ๙ - ๑๓ เดือนเดียวกัน ผมก็ไปล่องใต้มาครั้งหนึ่งแล้ว โดยไปกับอาจารย์ยุพดี มีเป้าหมายคือ นำนักศึกษา ศึกษาธรรมชาติภาคใต้ นอกจากการศึกษาจากหน้ากระดาษเพียงอย่างเดียว เส้นทางเดินทางคือแถบทะเลฝั่งอันดามันวกกลับที่สงขลาสู่อ่าวไทย ตั้งแต่เพชรบุรี ประจวบ สุราษฎร์ พังงา ตรัง กระบี่ ฯลฯ สงขลา ประจวบ เพชรบุรี เป็นการเดินทางเพื่อสังเกตอย่างเดียว มิได้มีการแสวงหาความรู้ในเชิงลึก

ระหว่างที่รถเคลื่อนตัวออกจากสายใต้ ทำให้หวนคิดอีกครั้งหนึ่งว่า ชีวิตเรานี่มันแปลกดีนัก ปีพุทธศักราช ๒๕๓๕ - ๒๕๓๘ ผมไปอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเดินทางจาก ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีฯ - นครศรีฯ สุราษฎร์ ชุมพร เดินละไม่ต่ำจาก ๑ ครั้ง ปีพุทธศักราช ๒๕๔๐ - ๒๕๔๓ ผมไปอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี ผมก็เดินทางจากนนทบุรี-ชุมพร จาก ชุมพร-นนทบุรี เฉลี่ยเดือนละ ๑ ครั้ง แต่เมื่อผมไปอยู่ จังหวัดชุมพร ผมก็จะเดินทางไปกรุงเทพฯ และนครศรีฯ อยู่บ่อยๆ หลังจากที่ผมมาอยู่ที่ จังหวัดปทุมธานีตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๕ - ปัจจุบัน ทำให้ผมต้องเดินทางลงใต้บ่อยครั้งจนถึงบ่อยที่สุด ผมต้องเดินทางอยู่อย่างนี้อีกนานไหม แน่นอนละ ผมต้องเดินทางอีกนาน จนกว่าจะไม่มีสิทธิ์ในการเดินทาง ดีนะที่งานของผมมีวันสำหรับชีวิตผมเอง และผมก็มีเวลาให้กับชีวิตผมเองตลอดถึงคนที่ต้องการผม

ระหว่างที่รถเคลื่อนตัวอยู่นั้นเอง ผมก็คิดเรื่อยเปื่อย สิ่งที่ผมหยุดมันไม่ได้คือความคิด แม้ในเวลาที่ผมนอนหลับ ผมก็คิดอยู่ตลอดเวลา ความคิดในเวลานอนหลับคือความฝัน ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ เป็นต้นมา ผมรู้สึกว่า ผมไม่เคยเลยที่ผมจะไม่ฝัน บางครั้งผมรู้สึกตัวว่าผมไม่ฝัน แต่ภาพต่างๆ มันออกมาเป็นความคิดและความคิดออกมาเป็นภาพ บางครั้ง เป็นฝันซ้อนฝันคือฝันว่าผมกำลังฝันอยู่ส่วนฝันที่ฝันอยู่ก็เป็นผมกำลังฝันอีกทีหนึ่ง ผมดูเหมือนกับการถอดความรู้ที่ต้องถอดออกมาหลายปลอกกว่าจะเป็นชุดความรู้ที่ดี แต่คืนนี้ผมไม่ได้ฝันแน่ๆ เพราะผมรู้สึกตัวตลอดเวลา ผมได้ที่นั่ง A4 ผมว่าเป็นที่ที่ดีมากทีเดียว เนื่องจากระหว่างรถเดินทางในยามค่ำคืน ผมจะเห็นบรรยากาศสองข้างทางและดวงดาวบนท้องฟ้าเมื่อรถออกจากกรุงเทพฯและเขตปริมณฑล ผมรู้สึกชีวิตในท้องฟ้าเป็นชีวิตอิสระ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใคร (ในความเป็นจริงดาวแต่ละดวงอาจยุ่งเกี่ยวกัน) สองข้างทางจะมีต้นไม้ตะคุ่มๆอยู่ตลอด ที่ใดเป็นแยกก็จะมีไฟสีเหลืองส่อง ผมพยายามมองหาหลักกิโลเมตร เพื่อจะตอบปัญหาว่า อีกกี่กิโลถึงเพชรบุรี อีกอีกกิโลถึงประจวบ ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ดูเหมือน ๓ ปีมานี้ สงขลา-ปทุมธานี จะใกล้เข้าไปทุกขณะ

เกือบเที่ยงคืน รถไปหยุดพักที่จังหวัดชุมพร ร้านคุณสาหร่าย เพื่อให้ผู้โดยสารได้พักทานอาหารค่ำ น่าจะเป็นอาหารเที่ยงคืน ทำให้ผมนึกทุกครั้งว่า คนเรานี่กินกันตลอดเวลาเลยหรืออย่างไร โชคดีอย่างหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่รถบอกว่า ใครไม่ต้องการกินข้าวกลางคืน จะนำตั๋วไปแลกเป็นเครื่องดื่มก็ได้ ผมจึงชื่นใจ ไม่อยากกินข้าวอีก จะกินอะไรกันนักกันหนา เท่านี้ก็อ้วนพอแล้วมั้ง ผมเดินลงจากรถไปเข้าห้องน้ำ คิดว่า ร้านคุณสาหร่ายน่าจะเป็นร้านเพื่อพักโดยสารรถทัวร์โดยเฉพาะแน่ เพราะห้องน้ำเยอะมากๆ ห้องอาหารก็มีชั้นอีกคือ ห้องวีไอพี เป็นห้องแอร์ มีอาหารอย่างหนึ่ง มีโต๊ะกลมหมุนรอบได้ ส่วนห้องข้างนอกเป็นห้องรถทั่วร์ทั่วไป ตรงกลางจะเป็นที่ขายของที่ระลึกและที่ขายอาหารต่างๆ ก็ดูดีแม้จะแน่นไปหน่อย หลายครั้งผมคิดว่า อาหารที่จัดให้น่าจะเป็นแบบเลือกกินเอง โดยไม่ต้องนั่งร่วมโต๊ะ คือใครอยากกินอะไรก็มีให้กิน เลือกตักได้ตามใจชอบ ระยะเวลาของการเดินทางบอกผมว่า ยังไม่มีบริษัทใดจัดอาหารอย่างนี้ให้ลูกค้า ผมคิดเรื่อยเปื่อย จากนั้นจึงนำตั๋วไปแลกเครื่องดื่ม และเดินเวียนไปเวียนมาเพื่อออกกำลังขาอยู่ข้างๆ รถ รอเวลาที่รถจะออก เมื่อถึงเวลารถออกจากร้านคุณสาหร่าย ผมก็ขึ้นไปนั่ง เมื่อไฟในรถเริ่มปิดลงทีละดวง แต่ละคนเริ่มนำผ้าห่มมาห่มตัวเพราะเครื่องทำความเย็นในรถสร้างบรรยากาศหนาวน่านอนได้ดี เมื่อไฟปิดบรรยากาศในรถก็มืด จะมีแสงสลัวผ่านเข้ามาในรถในคราวที่รถผ่านแสงใสภายนอก ไม่นานเสียงกรนของผู้หลับไหลบางคนก็ดังขึ้น ผมชอบฟังเพลงตลอดระยะเวลาเดินทาง แต่คืนนี้ต้องหยุดฟังแล้ว เพราะไฟในโทรศัพท์ซึ่งมีเพลง mp3 อยู่ เหลือขีดเดียว หากหมดลง ในวันรุ่งขึ้นจะติดต่อผู้มารับที่ท่ารถได้ยาก ๐๕.๐๐ น. ผมก็มาถึงท่ารถ และผมก็เดินทางไปที่บ้านเป้าหมาย เหนื่อยเหมือนกัน แต่ยังไม่อยากนอน อยากไปทำบุญก่อน รถจน ๐๖.๓๐ น. หลังจากอาบน้ำเสร็จ จึงออกไปตลาดซื้ออาหาร ๒ ชุด เงิน ๒๐๐ บาท บวกกับยารักษาโรคที่ถูกจัดเตรียมไว้หลายวันแล้ว นำสิ่งนั้นจัดเป็น ๒ ชุด สมณะใดมาก่อน ก็ใส่สมณะนั้น ไม่นานก็มีสามเณรเดินผ่านมา เราจึงใส่บาตรสามเณรรูปนั้น ดูท่านอ้วนท้วนสมบูรณ์จัง ในใจจึงคิดว่า "คิดข้าวตอนเย็นหรือเปล่าเนี่ย" แต่ก็ไม่กล้าหยอกกลัวถูกทำร้ายด้วยสายตา เราใส่บาตรเสร็จ ๑ ชุด เหลืออีกหนึ่งชุด รอสมณะมา แต่ก็ไม่เห็น จึงหิ้วของเข้าไปในวัด เจอรูปไหนก่อนก็จะใส่รูปนั้น เห็นหลวงปู่ท่านหนึ่งจึงเข้าไปหาที่กุฏิ ถวายของ รับพร และรับน้ำมนต์จากท่าน น้ำมนต์เตือนสติเราว่า จงทำชีวิตให้เย็นๆ จากนั้นจึงเดินทางกลับไปที่พักและนอนๆๆๆๆๆๆ พักผ่อนสบายอารมณ์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ศาสนาและปรัชญา
หมายเลขบันทึก: 21742
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)