เอกชนบี้รัฐเร่งเบิกเงินพยุงจีดีพี

เลี้ยบ-เอกชน ประสานเสียง กระทุ้งรัฐบาลเร่งเบิกจ่าย ชี้เลิกหวังรายได้ท่องเที่ยว-ส่งออก

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า จากเศรษฐกิจโลกที่ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายนอกประเทศ ขณะที่ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบทางอ้อมในเรื่องของการส่งออกและการท่องเที่ยว ดังนั้น ภาครัฐบาลควรที่จะสร้างความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะงบประมาณที่เกี่ยวกับธุรกิจเอสเอ็มแอล (กองทุนหมู่บ้าน) ที่รัฐบาลตั้งไว้ 1.5 หมื่นล้านบาทก็ควรจะเร่งเบิกจ่าย ขณะเดียวกันโครงการเมกะโปรเจ็กต์ ราคา พืชผลการเกษตร ก็ควรเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชน  

ด้านพันเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พันธวณิช จำกัด ผู้ให้บริการ
ตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์และบริการประมูลออนไลน์ภาครัฐ กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการของรัฐบาลในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี พ.ศ. 2552 และงบประมาณที่ยังคงค้างท่ออยู่ แต่ก็ต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด เพราะ
จากปัจจัยลบทั้งวิกฤติการเงินสหรัฐและสถานการณ์การเมืองภายในประเทศน่าจะส่งผลให้ปี 2552 ในไทยเกิดวิกฤติการเงินรุนแรงกว่าปี 2540 ซึ่งไทยคงหวังรายได้จากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกไม่ได้ "มองว่ารัฐบาลควรเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2552 จำนวน 180,000 ล้านบาท เพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบและสร้างสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจไทยผ่าน  4  มาตรการ อาทิ  ให้หน่วยจัดเก็บภาษีเป็นรายเดือนแทนรายไตรมาสเพื่อให้เงินหมุนเวียน  และให้ภาครัฐควรเร่งรัดให้หน่วยงานเจ้าของงบประมาณดำเนินการใช้งบประมาณตามแผน  ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังควรติดตามดูแลการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามระเบียบอย่างน้อย 90% ทั้งนี้เพื่อสร้างความโปร่งใสเป็นธรรม

                                                                                                      ไทยโพสต์  มติชน 17 ตุลาคม 2551

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สรุปข่าวประจำวันของห้องสมุดกรมบัญชีกลาง



ความเห็น (0)