ถอดบทเรียนการดำเนินงานบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติด
และการดำเนินงานโครงการ To Be Number One จังหวัดน่าน ปี ๒๕๕๑
เป้าหมาย
๑. มีผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดรักษาในระบบสมัครใจอย่างน้อย ๓๐ ราย ตามเป้าหมายของกระทรวง
๒. ผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดรักษาครบกำหนดตามเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕
๓. สถานบำบัดได้รับการประเมินผ่านการรับรองมาตรฐาน HA จากสถาบันธัญญารักษ์และพรพ.เพิ่มขึ้นอย่างน้อย ๓ แห่ง
๔. เกิดชมรมเครือข่ายเพื่อนใจวัยรุ่นในสถานศึกษาอย่างน้อยอำเภอละ ๑ แห่ง (เน้นคุณภาพ)
สิ่งที่ทำได้ดี
๑. สามารถประสานกับ ศตส.จ./ศตส.อ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการค้นหาผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการบำบัดได้เกินเป้าหมาย
๒. การผลักดันรูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ระบาดซ้ำซากในพื้นที่บ้านดอยติ้ว จนเกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดขึ้นในการดำเนินงานของ ศตสอ. และสามารถนำผู้ป่วยเข้าสู่การบำบัดในระบบสมัครใจ ซึ่งได้มีการขยายรูปแบบไปยังพื้นที่ อ.เวียงสา, นาน้อย และเมือง
เงื่อนไขสำคัญ คือ การผลักดันให้ ศตส.อ.เป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับอำเภอ ทั้งด้านป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษา ซึ่งหลายอำเภอทำได้ดี แต่หลายอำเภอต้องอาศัยการผลักดันต่อเนื่อง
Best Practiceรูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติด “ดอยติ้ว Model”
๓. การพัฒนาคุณภาพสถานบำบัดยาเสพติดในรูปเครือข่าย โดยใช้โรงพยาบาลเวียงสาเป็นพี่เลี้ยง ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน และมีสถานบำบัดจำนวน ๗ แห่ง ได้ส่งแบบประเมินตนเองเพื่อขอรับการประเมินรับรองจากสถาบันธัญญารักษ์และพรพ. ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินรับรอง
Best Practice รพ.เวียงสา, รพร.ปัว, รพ.ทุ่งช้าง, ศูนย์วิวัฒน์พลเมืองจังหวัดทหารบกน่าน
เงื่อนไขสำคัญ คือ การพัฒนาเครือข่ายการช่วยเหลือกันทางด้านวิชาการระหว่างสถานบำบัด โดยให้ รพ.เวียงสา เป็นพี่เลี้ยง
๔. การพัฒนาแกนนำเครือข่ายเพื่อนใจวัยรุ่นในโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอๆ ละ ๑ แห่ง ร่วมกันระหว่างสาธารณสุขและสพท.๑, ๒ ทำให้เกิดการขับเคลื่อนกิจกรรมศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
Best Practice ชมรม To Be Number One ตำบลสบสาย อำเภอท่าวังผา
เงื่อนไขสำคัญ คือ การริเริ่มสร้างสรรค์ของพื้นที่เอง มีบุคลากรสาธารณสุขที่จริงจังและให้การสนับสนุนต่อเนื่อง นำกลุ่มเยาวชนจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับงานประจำที่ทำ เช่น จิตอาสา, การดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง เป็นต้น รวมทั้งการเชื่อมต่อกับงานสภาเด็กและเยาวชน โดยการหนุนเสริมของอบต.
สิ่งที่ทำได้ไม่ดี
๑. การค้นหาผู้ป่วยยังมีปัญหา ทั้งในแง่ตัวผู้รับผิดชอบ และกระบวนการ เพราะยังขาดเจ้าภาพที่แท้จริง
๒. การจัดค่ายบำบัดรักษาในระดับจังหวัด เกิดความยุ่งยากในการสร้างการยอมรับและนำตัวผู้ป่วยเข้าสู่ค่าย และอำเภอไม่ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดค่าย ทำให้การดูแลติดตามหลังการบำบัดรักษาไม่ดี
๓. การดูแลช่วยเหลือความเป็นอยู่หลังการบำบัดรักษา
๔. การพัฒนาและสนับสนุนชมรม To Be Number One ยังทำได้ไม่ดี
จะทำให้ดีกว่านี้
๑. ผลักดันต่อเนื่องให้ ศตส.อ.เป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับอำเภออย่างแท้จริง ทั้งด้านป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษา โดยเสนอให้บรรจุวาระให้แต่ละอำเภอได้หมุนเวียนนำเสนอผลการดำเนินงานในการประชุมประจำเดือน ศตส.จ.
๒. สนับสนุนรูปแบบการแก้ไขปัญหาแบบ “ดอยติ้ว Model” ไปยังพื้นที่อื่นที่มีปัญหาการแพร่ระบาดซ้ำซาก
๓. การพัฒนาคุณภาพของสถานบำบัดในรูปแบบเครือข่ายช่วยเหลือกันต่อเนื่อง
๔. สนับสนุนแกนนำเครือข่ายเพื่อนใจวัยรุ่นในโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอๆ ละ ๑ แห่ง ในการขับเคลื่อนกิจกรรมศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น และจัดเวทีแลกเปลี่ยนรู้ต่อยอดกัน รวมถึงนำเอา Best Practice ชมรม To Be Number One ตำบลสบสาย อำเภอท่าวังผา มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย
เยี่ยมเลยค่ะ..เคยทำงานด้านบำบัดผู้ป่วยยาเสพติดมาสามสี่ปีค่ะ..สิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการบำบัดรักษาคือการจะทำอย่างไรไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปเสพซ้ำน่ะค่ะ
เป็นกำลังใจในการทำงานต่อไป มีข่าวสาร ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพดีๆมาแบ่งปันกันอีกนะคะ
สวัสดีค่ะ
ด้วยความขอบคุณครับ