ชุดดำในมุมมืด
ณ บาลายแห่งหนึ่ง
คืนนี้อากาศเย็นสบาย บริเวณรอบนอกเงียบสนิท พื้นแผ่นดินมองเห็นชัดเจน เพราะคืนนี้เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวง
“วิว...ๆ...ๆ...ๆ” เสียงลมพัดในยามค่ำคืน ที่พัดพาไออุ่นมาเยือนหนุ่มนักศึกษาสามคนที่กำลังติวหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ ณ มุมหนึ่งของบาลาย
หนุ่มนักศึกษาที่ว่านั้นได้แก่ อิสมาแอล ฟาริด และอามีน ทั้งสามคนเป็นเป็นเพื่อนสนิทกัน พวกเขาทั้งสามคนเป็นเด็กที่มาจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งสามคนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิด ระหว่างเรียนอยู่นั้นพวกเขาได้หางานทำเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ ช่วงกลางคืนพวกเขาจะสอนอัลกุรอานให้แก่เด็กๆบนบาลายซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ทเท่าไหร่นัก ซึ่งพวกเขามาอยู่ที่นี่ยังไม่ถึงเดือน
“ข้อนี้ทำไงว่ะ? ข้าไม่เข้าใจ” ฟาริดหันไปถามอิสมาแอลถึงเนื้อหาที่สร้างความมึนงงและปวดหัวพอสมควร
“มา ข้าจะอธิบายให้” อิสมาแอลติวหนังสือให้เพื่อนๆจนเพื่อนๆเข้าใจในเนื้อหา
ระหว่างที่พวกเขากำลังติวอยู่นั้น ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงๆหนึ่งดังมาจากหน้าบาลาย ทั้งสามคนตกใจรีบลุกขึ้นแล้วก็เดินไปที่ประตูบาลายที่กำลังปิดอยู่ ทั้งสามคนไม่กล้าที่จะเปิดประตู แต่ดีที่ประตูนั้นเป็นประตูเก่าและมีช่องที่ถูกแมลงเจาะเป็นรูเล็กๆหลายๆรู ทั้งสามคนรีบมองไปยังเบื้องหน้าอย่างใจจดใจจ่อผ่านรูเล็กๆดังกล่าว เมื่อหนุ่มนักศึกษาเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของพวกเขาก็ยิ่งทำให้หัวใจของพวกเขาเต้นเป็นถี่ขึ้นเรื่อย จนทำให้สีหน้าของแต่ละคนซีดเหมือนไก่ต้ม เมื่อทุกคนเหลือบไปเห็นหนุ่มร่างสูงมาในชุดดำล้วนกำลังแบกปืนเอ็ม 16 อยู่ ยิ่งไปกว่านั้นปืนที่เขาแบกอยู่นั้นจ่อมาที่บาลายที่พวกเขาอยู่ ทุกคนรีบถอยไปยังที่เดิมอย่างช้าๆ แล้วก็หลบอยู่หลังตู้หนังสือ
“มันเป็นใครว่ะ? แล้วมาจ่อบาลายเราทำไม? ข้ารู้สึกกลัวแล้วล่ะ” เสียงอามีนสั่นเป็นการบ่งบอกถึงความกลัว
“นั่นซิ ข้าก็ไม่รู้ว่ามันเป็นใคร อีกอย่างเราก็ไม่เคยไปทำให้ใครเดือดร้อน” อิสมาแอลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างอามีนเท่าไหร่นัก
“ปิดไฟซิว่ะ” ฟาริดออกข้อเสนอ
“ปิดไฟเขาก็รู้ซิว่าพวกเราอยู่ เดี๋ยวมันก็กราดพวกเราหรอก” อิสมาแอลค้านคำพูดของเพื่อน
“เราโดดหนีไปทางหน้าต่างดีไหมว่ะ?” อามีนออกข้อเสนอให้เพื่อนๆปฏิบัติ
“จะบ้ารึไง โดดไปเดี๋ยวโดนงูกัดหรอก” ฟาริดค้านคำพูดของเพื่อนหลังจากที่ตนถูกเพื่อนค้านมาแล้วครั้งหนึ่ง
ข้างๆบาลายที่พวกเขาอยู่นั้นเป็นหญ้ารก ซึ่งอยู่ตรงกับหน้าต่างบานดังกล่าว ความสูงของหญ้าสูงถึงเอวของพวกเขา
“เอาอย่างนี้แล้วกัน เราออกทางประตูด้านหน้าโดยอาศัยจังหวะที่เขาเผลอ” อิสมาแอลเสนอ
“เออ ประตูหน้าก็ประตูหน้า เราไม่มีทางเลือกแล้วนิ” อามีนพูดออกมาเหมือนตนเองจนมุม
ทั้งสามคนย่องเดินอย่างช้าๆไปยังประตูด้านหน้า แล้วก็อาศัยช่วงที่หนุ่มร่างสูงดังกล่าวเผลอ แล้วก็เปิดประตูอย่างช้าๆพร้อมกับวิ่งไปยังสถานที่จอดรถมอเตอร์ไซค์ อิสมาแอลรีบเข็นรถไปยังหลังบาลายอย่างรวดเร็ว แล้วก็สตาร์ทเครื่องเมื่อรู้สึกว่าพวกเขาได้ห่างจากชายดังกล่าว และรู้สึกว่าเสียงสตาร์ทรถคงจะไม่ได้ยิน พวกเขาใช้เส้นทางหลังบาลายโดยที่ไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของพวกเขาคือที่ไหน อิสมาแอลบิดรถอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดชีวิต
“เราจะไปไหนกันดีว่ะ?” ฟาริดขึ้นเสียงถามเพื่อนๆ
“ไปหาตำรวจซิว่ะ” อิสมาแอลรีบตอบทันที
คืนนั้นพวกเขาไปยังสถานีตำรวจที่อยู่ห่างจากบาลายประมาณ 2 กม. เพื่อรายงานให้แก่ตำรวจ แต่ตำรวจไม่อยู่ พวกเขาตามหาจนทั่ว เผื่อว่าจะมีตำรวจเฝ้าเวรอยู่ตรงจุดอื่น แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเจอตำรวจ
สุดท้ายก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ซึ่งเป็นการตัดสินใจครั้งสุดท้าย เสียงดังกล่าวเป็นเสียงของฟาริด
“เรากลับกันดีกว่าไหม? ป่านนี้มันคงจะไปแล้วล่ะ เพราะเราออกมานานแล้วนี่”
“เออ...ก็ดีเหมือนกันแอล เราไปดูก่อนดีกว่า เผื่อมันจะไปอย่างที่ฟาริดคิดไว้ก็ได้” อามีนขึ้นเสียงแสดงความดิดเห็น
อิสมาแอลรีบเลี้ยวรถกลับ แล้วก็กลับมายังบาลายอย่างช้าๆ พอใกล้ถึงที่บาลายซึ่งรู้สึกว่าเสียงรถดังกล่าวคงจะไม่เข้าหูของหนุ่มร่างสูงดังกล่าว อิสมาแอลก็เหยียบเบรกและดับเครื่องอย่าง
รวดเร็ว
ทั้งสามคนเดินกลับบาลายอย่างช้าๆ โดยที่ปล่อยให้อิสมาแอลเข็นรถอยู่คนเดียว
พอถึงที่บาลาย ทั้งสามคนแอบอยู่ตรงเสาหลังบาลาย ตาทั้งหกดวงจ้องไปยังสถานที่ที่หนุ่มดังกล่าวอยู่แล้วก็ทำให้พวกเขาตกใจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นหนุ่มดังกล่าวยังอยู่ที่เดิม แต่ไม่ได้จ่อปืนมายังบาลายเหมือนเดิม
“ทำไงดีว่ะ?” หัวใจอามีนตอนนี้ไม่อยู่กับที่แล้ว เขารู้สึกกลัวมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ
“ก็ต้องรอจนกว่ามันจะไปดิ” ฟาริดกล่าว
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงรถบรรทุกสิบล้อผ่านหน้าบาลายของพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นรถสิบล้อก็สร้างความอึ้งผสมกับตะลึงให้แก่พวกเขาอีกครั้ง เมื่อสิบล้อดังกล่าวจอดใกล้ๆกับชายคนนั้นอยู่ สักพักคนขับรถก็ลงจากรถเพื่อทำธุระส่วนตัวโดยที่เขาไม่มีทีท่าถึงความกลัวแม้แต่นิดเดียว พวกเขารู้สึกไม่ค่อยดีเพราะกลัวว่าเจ้าของรถจะถูกยิง แต่ไม่เห็นทีท่าว่าหนุ่มร่างสูงคนนั้นจะสนใจเลย ไม่นานรถสิบล้อคันดังกล่าวก็เคลื่อนตัวออกจากเบื้องหน้าของพวกเขา
“มันยังไงกันว่ะ?” อิสมาแอลเริ่มสงสัย
“หรือว่ามันอาจจะสำนึกผิด แล้วก็ไม่ฆ่าใครก็ได้” สูตรเดาของฟาริด
“ข้าว่า รีบขึ้นบาลายแล้วไปนอนดีกว่าไหม?” อามีนเสนอ
ทั้งสามคนรีบวิ่งขึ้นบันไดบาลายโดยอาศัยจังหวะที่หนุ่มร่างสูงคนนั้นเผลอตัว พวกเขา
ล็อคประตูหน้าต่างทุกบานและปิดไฟทุกดวงแล้วก็รีบนอนโดยไม่ได้สนใจหนุ่มร่างสูงดังกล่าว แต่ลึกๆแล้วพวกเขารู้สึกหวาดระแวงไม่ปลอดภัยในชีวิต
“เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน” อิสมาแอลพูดในใจ
รุ่งเช้า
“เอ้า! มันไปไหนแล้วว่ะ?” อามีนรู้สึกแปลกใจเมื่อเบื้องหน้าบาลายของพวกเขากลับไม่มีอะไรเลย หรือว่าพวกเขาอาจจะโดนผีหลอก
เพื่อความแน่ใจพวกเขาทั้งสามคนก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ชาวบ้านฟัง เมื่อชาวบ้านได้ยินดังกล่าวก็พากันหัวเราะ จนทำให้พวกเขากลับมึนงงอีกรอบ สักพักก็มีชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาว่า
“คนที่พวกเอ็งเจอเมื่อคืน คือ Khon Ba
เขียน : เปาซัน ดอเลาะ
เนื้อเรื่องชวนติดตามมากครับ เล่นเอาคนอ่านต้องติดตามตลอด แต่ไม่นึกจะจบแบบนี้ ขอยกนิ้วให้ครับ และหวังจะมีงานเขียนให้อ่านอีกนะครับ
นี่แหละแววของการเริ่มต้นเป็นนักเขียน จบได้ซะใจจริงๆ
สนุกดีค่ะ..
คำศัพท์บางคำก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
แต่เนื้อเรื่องชวนให้ติดตาม..สรุปแล้ว
คนอ่านก็เป็น Khon Ba..ฮาๆ ๆ ๆ
ขอบคุณ
1. นักเขียนอิสระ
2. คนผ่านมา
3. ทิกเกอร์
ที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เจ้าหญิงอ่านแล้วนึกว่า อะไร..
แต่ไม่ขอเป็นคนบ้าน่ะ
جزاكم الله خيرا
ณ.ปัตตานี
ที่แสดงความคิดเห็น
เป็นคนบ้าก็ได้ครับ
บ้าการอ่าน
หรือบ้าการเขียน
บ้าอ่านไม่เป็นไรนะครับ