ช่วงนี้ กระแสแนวคิดทางการเงินของทั้งโลก เริ่มเปลี่ยนทิศ ไหลกลับทิศทาง

แนวคิดอย่างหนึ่ง ที่ครองโลกมาตลอด 30 ปีที่ผ่านมา คือลัทธิบูชา superfluidity ทางการเงิน

superfluid หมายถึงของเหลวที่ไหลโดยไม่มีแรงเสียดทาน สามารถไหลไปมาได้อย่างง่ายดายรวดเร็ว

พอเอามาใช้กับเรื่องเงินๆทองๆ ก็จะหมายถึงการที่เงินทองสามารถมีสภาพคล่อง ไหลเข้าออกที่ต่างๆได้อย่างสะดวก เปลี่ยนรูปแบบไปมาได้ง่าย

ไหลไปตรงไหนแล้ว ต้องสามารถตระหนักรับรู้ได้ทันควัน

ตัวอย่างที่ผมนึกออก

  • ระบบบัญชีของสถาบันการเงินต้อง mark-to-the-market กับมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุน
  • ตลาดหุ้นรังเกียจหุ้นที่ไม่สภาพคล่อง หาทางเฉดหัวบริษัทออกไปด้วยมาตรการตั้งแง่รังเกียจ เช่น ต้องซื้อขายเฉพาะช่วงเวลาเฉพาะที่กำหนดไว้เท่านั้น
  • กฎระเบียบที่เอื้อให้การไหลของทุนสามารถทำง่ายเพียงปลายนิ้วคลิก
  • การทำ short sale เพื่อเร่งให้เกิดการสุกงอมของราคา คือแทนที่ราคาจะค่อย ๆ ไหลไปเอง ก็มีการติดเครื่องเทอร์โบให้ เป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้อีกทางหนึ่ง

แต่แนวคิดเหล่านี้ เริ่มมีสัญญาณว่า เริ่มเปลี่ยน

การเปลี่ยน คงไม่ได้เกิดในวันสองวัน แต่หากวิกฤติการเงินทั่วโลกยืดเยื้อต่อ มาตรการที่ตรงกันข้ามกับแนวคิด superfluidity จะเริ่มถูกงัดมาใช้แบบ "ชั่วคราว" บ่อยขึ้น

ตัวอย่าง

  • หลายวันก่อน ช่วงวันแดงเดือด ที่หุ้นดาวโจนส์ตก และเลือดคนไทยตก เห็นข่าวว่า NYSE มีผู้เสนอให้ใช้มาตรการห้ามทำ short sale
  • มีบางประเทศ เช่น สวิส งัดมาตรการว่า งดใช้ระบบการบันทึกบัญชีแบบ mark-to-the-market "ชั่วคราว"
  • ไทยเคยงัดมาตรการชะลอความเร็วการไหลของเงินทุน (ที่หุ้นตกแรงมากในวันเดียวทำลายสถิติ)