เมื่อวานนี้  อ่านหนังสือในเน็ตจนเพลิน  อ่านแล้วเก็บรูปภาพไว้  หวังว่าจะมาเล่าสู่กันอ่าน  มีข้อมูลดีๆมากมาย  เข้าเรื่อง  อ่านมากรู้มากจริง 

ความจริงแล้ว  ข่าวบางข่าวครูอ้อยก็เคยรู้เรื่องแล้วล่ะ  แต่อยากอ่านเป็นภาษาอังกฤษ  ด้วยติดนิสัยที่เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษ  ที่จะเก็บไปเป็นสื่อการเรียนรู้ของนักเรียนด้วย 

โดยคิดหาความชำนาญในการสอน  ด้วยการโพสต์ลงในบันทึกนี้ก่อน....คิดเป็นระบบดีไหมคะ

*****

แต่น่าเสียดาย  คิดเป็นระบบจัดเกินไป  โลภมาก และลาภหาย

จริงๆ ดังคำโบราณว่า  เพราะว่า  มัวแต่เก็บรูป  ตกแต่งรูป 

พอเมื่อเช้านี้  หันมาหาข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ  หา 2 เครื่องแล้ว  ก็ยังหาไม่พบ 

ต้องขออภัย  ต้องการจะอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ  แล้วแปลเป็นไทยด้วย  ให้ได้เรียนภาษาอังกฤษกันด้วย  เลยอดหมดเลย.....

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....ทำอะไร  ทำในจุดเล็ก  แต่ชำนาญกันก่อน

*****

เรื่องที่น่าสนใจวันนี้  คือ  เรื่องอาหาร

เท่าที่ทราบกันแล้วว่า  อาหารให้แคลอรี่แก่ร่างกาย

อาหารบางชนิด  ให้แคลอรี่มากเกินกว่าร่างกายเราต้องการ 

เราก็จะอ้วน

*****

Diet100

*****

เรื่องที่ครูอ้อยอ่านมาก็คือ.....คนส่วนใหญ่  รู้กันดีแล้วว่า  อาหารที่พวกเขาซื้อมา  กำลังจะกินเข้าไปนี้  เป็นอาหารที่ให้แคลอรี่แก่ร่างกายในปริมาณเท่าไร  

แต่.....อาหารบางชนิด  ประเภทเดียวกัน แต่ผลิตจากอาหารที่แตกต่างกัน  ปริมาณแคลอรี่ที่ให้  ก็แตกต่างกันด้วย 

อะไรทำให้เรารู้...เราต้องอ่านที่ฉลาก  ที่กล่อง  ที่วัสดุห่อหุ้มของอาหารนั้น  ให้ดี  จะมีปริมาณแคลอรี่ น้ำตาล  เขียนติดไว้ 

อ่านมาถึงตรงนี้...จึงทำให้ครูอ้อยคิดว่า  แล้ว  กล้วยแขก  นมเย็น  โรตี   เราจะรู้ได้อย่างไรว่า  อาหารพวกนี้มีจำนวนแคลอรี่เท่าไร....ดังนั้น  ..ครูอ้อยต้องเลือกซื้อ  เลือกกินอาหารก่อนกินแล้วล่ะ 

มิน่าเล่า  ผู้หญิงที่ หุ่นดี เขาเลือกกินแบบนี้นี่เอง 

ต่อไปนี้  ครูอ้อยจะเลือกกิน  อ่านที่ฉลากก่อนกินแล้วล่ะ 

*****

แต่บ้านเรา  อาหาร  ไม่ได้เขียนแคลอรี่ไว้  ลำบากเราแล้วสิ 

ครูอ้อยต้องคิดเอาเองว่า...กล้วยแขก  มีกี่แคลอรี่  ควรกินได้ครั้งละกี่ชิ้น 

นมเย็น มีแคลอรี่เท่าไร ควรดูดได้ทีละ กี่อึก 

โรตีมีกี่แคลอรี่  ควรใส่ไข่  ใส่นมใส่น้ำตาลไหม.....