ภูมิศาสตร์
อารยธรรมอินเดียได้ถือกำเนิดในดินแดนที่เรียกขานกันว่า อนุทวีปอินเดีย ซึ่งมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลกว่าประเทศอินเดียในปัจจุบันเราพอจะกำหนดพรมแดนธรรมชาติของอนุทวีปนี้ได้พอสังเขป ดังนี้คือ
ทิศเหนือ มีเทือกเขาหิมาลัย (The Himalayas) วางตัวทอดยาวไปยังทิศตะวันตกและตะวันออก
ทิศตะวันตก ทิศตะวันออก ทิศใต้ ของอนุทวีปมีทะเลเป็นพรมแดนธรรมชาติอันได้แก่ ทะเลอาหรับ อ่าวเบงกอล และมหาสมุทรอินเดียตามลำดับ
จากลักษณะทางธรรมชาติเช่นนี้ ทำให้ดูเหมือนว่า อินเดียนั้นอยู่อย่างโดดเดี่ยว โดยเฉพาะเทือกเขาหิมาลัยทางตอนเหนือนั้นดูเหมือนจะปิดกั้นอินเดียจากโลกภายนอก หรือแม้แต่กับเอเชียด้วยกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วประชาชนในอนุทวีปนับตั้งแต่โบราณกาลได้ใช้ช่องเขาทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอนุทวีป เป็นเส้นทางคมนาคมเพื่อค้าขาย และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม จนกระทั่งการเดินเรือได้เจริญขึ้นเส้นทางเหล่านี้จึงค่อย ๆ ลดบทบาทลง ช่องเขาเหล่านั้นได้แก่ ช่องเขาโบลัน (Bolan Pass) ช่องเขา
ไคเบอร์ (Khyber Pass) เทือกเขาทางตอนเหนือนี่เองที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญ 2 สาย ของอนุทวีปอินเดีย อันได้แก่ แม่นํ้าสินธุ ที่อยู่ทางทิศตะวันตก และแม่น้ำคงคาทางทิศตะวันออก บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำทั้ง 2 สายนี้ ก็คือศูนย์กลางของการกำเนิดอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ของอินเดีย ดังจะกล่าวต่อไปภายหน้า ภายในพรมแดนธรรมชาติข้างต้นนั้น อนุทวีปอาจพอแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ อินเดียเหนือและอินเดียใต้โดยมีเทือกเขาวินธัย (Vindya) เป็นเส้นแบ่ง 2 ส่วนออกจากกันทั้งสองส่วนมีความแตกต่าง
กันทั้งในแง่ภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรม
อินเดียเหนือ ประกอบไปด้วยที่ราบลุ่มแม่น้ำที่เหมาะสมแก่การเกษตรกรรม เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของดิน และยังอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ถ่านหิน และเหล็ก ในบริเวณแคว้นพิหาร ทำให้ตอนเหนือเหมาะเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรม
อินเดียใต้ สภาพภูมิศาสตร์จะเป็นที่ราบสูง ค่อนข้างแห้งแล้ง ไม่เหมาะกับการทำเกษตรกรรมอย่างไรก็ตามก็ยังมีแม่น้ำสายสั้น ๆ ที่ทำให้เกิดที่ราบชายฝั่ง ที่ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมอินเดียอีกแห่งหนึ่งนอกเหนือจากการอธิบายสภาพภูมิศาสตร์ในลักษณะข้างต้นแล้ว เรายังพอจะอธิบายสภาพภูมิศาสตร์ของอินเดียโดยอธิบายตามศูนย์กลางการกำเนิด หรือแหล่งความเจริญทางวัฒนธรรม ดังนี้
1. เขตตะวันตกเฉียงเหนือ ดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือของอนุทวีปอินเดีย ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของประเทศปากีสถาน ซึ่งมีแม่น้ำสินธุเป็นแม่น้ำสายหลัก ประกอบไปด้วยสาขาต่าง ๆ จึงทำให้ดินแดนแถบนี้ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีช่องเขาไคเบอร์และโบลัน ในเทือกเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือที่สามารถใช้เดินทางเข้าออกอนุทวีปอินเดียได้ (ดูเหมือนว่าจะเป็นเส้นทางเดียวที่จะติดต่อกับอนุทวีปอินเดียได้ ในสมัยโบราณ) สภาพภูมิศาสตร์เช่นนี้มีผลสำคัญดังนี้คือ ทำให้แถบลุ่มน้ำสินธุกลายเป็นศูนย์กลางของการกำเนิดอารยธรรมดั้งเดิมของอินเดีย นั่นคือ อารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ (Indus Civilization) ดังจะกล่าวต่อไปภายหน้า นอกจากนี้ช่องเขาดังกล่าวยังเป็นเส้นทางที่ชนเผ่าต่าง ๆ เดินทางเข้ามาในอนุทวีปอินเดียด้วยจุดประสงค์ต่าง ๆ กันไม่ว่าจะค้าขาย สงคราม ปล้นสดมภ์ อย่างไรก็ตามการคมนาคมในสมัยนั้นมิได้สะดวกสบาย จึงทำให้บางครั้งเมื่อชนกลุ่มต่าง ๆ อพยพเข้ามาแล้วไม่อยากจะเดินทางกลับ ต่างพากันตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตลุ่มแม่น้ำสินธุ หรือบางครั้งก็อพยพต่อไปจนถึงบริเวณตอนกลางของอินเดียเหนือ หรือบางทีก็มุ่งหน้าสู่เขตตะวันออกของอนุทวีปเลยทีเดียว
ดังนั้นดินแดนแถบตะวันตกเฉียงเหนือนี้ จึงเปรียบเหมือนแหล่งรวมของประชากรเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ
วัฒนธรรมต่าง ๆ ที่ผสมผสานกัน ไม่ว่าจะเป็น คนพื้นเมืองดั้งเดิม เปอร์เซีย กรีก อารยัน ฯลฯ จนกระทั่ง
ทำให้ในสมัยต่อมาคนในแถบลุ่มแม่น้ำคงคามองดินแดนนี้ว่าเป็นดินแดนไม่บริสุทธิ์ ใครก็ตามที่เดิน
ทางเข้าไปในดินแดนแถบนี้จะผิดกฎของวรรณะ
2. เขตลุ่มแม่น้ำคงคา และสาขา ดินแดนในเขตนี้นับว่าเป็นศูนย์กลางของการกำเนิดอารยธรรมอินเดีย(ตามความเข้าใจโดยทั่วไป)อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นระบบการปกครอง วรรณะ ศาสนาต่าง ๆ ของอินเดีย ล้วนแล้วแต่ถือกำเนิดและเจริญงอกงามในเขตนี้แทบทั้งสิ้น แม่น้ำคงคาซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลัก มีความเหมาะสมทั้งในแง่เกษตรกรรม และพาณิชยกรรม คือสามารถเดินเรือได้ไปจนออกอ่าวเบงกอลก่อให้เกิดความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ อันเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้เกิดความงอกงามทางวัฒนธรรม
นอกจากนี้บริเวณนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ นั่นคือ ถ่านหิน และเหล็ก ในบริเวณแคว้นพิหารในปัจจุบัน ถ่านหินนั้นจัดได้ว่าเป็นถ่านหินที่มีคุณภาพดี ซึ่งจะมีผลต่อการผลิตเครื่องมือ และอาวุธที่มีคุณภาพอันจะส่งผลให้เกิดอาณาจักรขนาดใหญ่ อย่างเช่น แคว้นมคธในภายหลัง
3. เขตตอนใต้ หมายถึง ดินแดนที่อยู่ใต้เทือกเขาวินธัย (Vindya) ลงไป ศูนย์กลางการกำเนิดอารยธรรมทางใต้นั้น กระจัดกระจายอยู่ตามที่ราบชายฝั่งทั้งทางตะวันตกและตะวันออก เช่น แคว้นมหาราษฎร์ทางตะวันตก แคว้นทมิฬนาดูทางตะวันออก เป็นต้น รูปแบบทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นทางตอนใต้นั้นเชื่อว่าได้รับอิทธิพลจากทางตอนเหนือ แล้วนำไปประยุกต์ปรับปรุงพัฒนา จนกระทั่งบางอย่างได้กลายเป็นวัฒนธรรมของอินเดียโดยรวม (ดังจะกล่าวต่อไปข้างหน้า)
หากจะเปรียบเทียบความสำคัญของทั้ง 3 เขตแล้วอาจกล่าวได้ว่า 2 เขตแรกจะเป็นเขตที่มีความสำคัญในแง่ของการเกิดและเจริญเติบโตทางวัฒนธรรมของอินเดียมากกว่าเขตที่ 3 และนอกจากนี้ในแง่ของอำนาจทางการเมืองตั้งแต่สมัยโบราณ เชื่อกันว่าหากผู้ใดได้ครอบครองอินเดียเหนือ (2 เขตแรก) ก็เหมือนได้ครอบครองอินเดียทั้งหมด ดังปรากฏในมหากาพย์มหาภารตะยุทธ ที่มีสงครามแย่งชิงกุรุเกษตร ซึ่งคือ 2 เขตแรกนั่นเอง