กิจกรรมแรกของช่วงบ่ายวันที่สาม วิทยากรให้ดู VCD เรื่อง “ศิลปะของความเป็นไปได้” แล้วให้ทุกคนสะท้อนการเรียนรู้

-
อย่าจริงจังกับชีวิต
-
ผู้นำต้องรู้ศักยภาพของลูกน้อง
-
ผู้นำต้องดึงพลังในตัวลูกน้องออกมา
-
ผู้นำต้องทำให้ทุกคนได้เกรด A
-
การนำต้องให้อำนาจกับคนอื่น
-
ผู้นำต้องนำได้ทุกที่
-
คิดถึงความเป็นไปได้
-
ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้
-
คิดถึงโอกาสมากกว่าชัยชนะ
-
ทุกคนเป็นผู้นำได้ ทุกคนมีพลัง ดึงมันออกมา
-
พลังมีอยู่ในตัวคนทุกคน ให้กำลังใจ หยิบมาใช้ให้เป็นประโยชน์
-
ความสำเร็จขึ้นอยู่กับลูกทีมด้วย
กิจกรรมสุดท้ายของ workshop คือ เรียนรู้และฝึกใช้เครื่องมือ AAR – After Action Review โดยให้ทุกคนตอบคำถามต่อไปนี้
สิ่งที่คาดหวังจากการเข้าร่วม WS
ส่วนใหญ่คาดหวังคล้ายๆ กัน คือ ได้รู้จักกระบวนการ KM ได้เรียนรู้ เข้าใจ และฝึกใช้ KM
สิ่งที่ได้เกินความคาดหวัง
-
เรียนรู้แบบผ่อนคลาย
-
บรรยากาศการฝึกอบรมที่รื่นรมย์
-
ความสนุก ความสามัคคี ลดทิฏฐิในตัว เป็นทีมมากขึ้น
-
บรรยากาศใหม่ๆ สบายๆ ความสัมพันธ์แบบพี่น้องมากขึ้น
-
รู้จักเพื่อนร่วมงานมากขึ้น
-
ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเพิ่มมากขึ้น
-
คุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงาน เห็นความสามารถเพื่อนร่วมงานมากขึ้น
-
ได้คุยกับน้องใหม่ เปิดใจกันมากขึ้น
-
รู้จักพลังความสามารถในตัว “น้องใหม่”
-
เห็นน้องๆ กล้าแสดงออกอย่างมีความสุข เห็น “คลื่นลูกใหม่” เห็นแววความสวยงามของสำนักฯ ในอนาคต
-
ได้แสดงออก พูด เขียน นำเสนอ เห็นมุมมองของคนอื่นๆ ที่ต่างจากเรา
-
ทุกคนตั้งใจอยู่ร่วมกิจกรรมกันครบ เรียนรู้อย่างมีความสุข ชื่นใจ “เริ่มต้นดีสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว” ได้เรียนรู้ทีมงาน เห็นความคิด ทัศนคติมากขึ้น อบอุ่น หายเหงา
สิ่งที่ได้น้อยกว่าความคาดหวัง
-
การเชื่อมโยงสู่กระบวนการถอดบทเรียน
-
เสียดายอีกหลายคนที่สำนักฯไม่มีโอกาสได้มา
-
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นไปตามความคาดหวัง ตามที่ได้เรียนรู้ คงต้องใช้เวลาเพราะเรื่องพฤติกรรมเป็นเรื่องที่ปรับเปลี่ยนกันค่อนข้างยาก
สิ่งที่จะกลับไปทำต่อ
-
พัฒนางานให้เป็นระบบ
-
พูดคุยกันมากขึ้น ผ่อนคลายมากขึ้น
-
หยิบตรงนั้นนิด ตรงนี้หน่อยกลับไปปรับใช้ เดิมจากที่กินข้าวกลางวันด้วยกันส่วนใหญ่คุยกันเรื่องทั่วไป เปลี่ยนเป็น “วง Share” แล้วค่อยๆ ทำให้เป็นระบบมากขึ้น
-
ผลงานจาก "กิจกรรมออกแบบเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้" นำกลับไปปรับให้เหมาะสมอีกที
-
ร่วมมือกัน ทำงานเป็นกลุ่ม เป็นทีม เพิ่มทักษะการเป็นผู้พูด ผู้ฟัง
-
สังเกตความสำเร็จเล็กๆ นำมาเป็นกำลังใจ คติเตือนใจในการทำงานมากขึ้น
-
บอกเล่าสู่คนที่ไม่ได้มาร่วม ws วางแผนทำต่อ maintain บรรยากาศแบบนี้ให้คงอยู่ รับฟังคนอื่นมากขึ้น เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความสามารถ
-
เมื่อกลับไปแล้วอยากให้ทุกคนเป็น “คนเดิมของวันนี้” เป็นกันเอง หัวเราะ และจะทำ KM อย่างกลมกลืน เนียนอยู่กับงานประจำ แรกๆ อาจเริ่มที่รูปแบบความสนุกสนานก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มเรื่องเนื้อหาวิชาการเข้าไป จัดสภาพแวดล้อมทั้งด้านสถานที่และความรู้สึกให้มีบรรยากาศของการเรียนรู้ ทำบรรยากาศให้ไม่มีปัญหา

บรรยากาศของวันที่สาม ทุกคน “สนุกสนานรื่นเริง” กันอย่างเต็มที่ มีเสียงหัวเราะ เสียงแซวกันเป็นระยะๆ ในช่วงของการนำเสนอผลงาน ได้เห็นแง่มุมใหม่ๆ ของหลายคนมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คนที่เคยผู้พูดเปลี่ยนเป็นผู้ฟังมากขึ้น คนที่เคยแต่เงียบฟังก็พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกมากขึ้น บางคนทำได้อย่างลุ่มลึก คมคาย น่าทึ่ง บางคนได้เห็น “ภาวะผู้นำ” ฉายแววอย่างโดดเด่น บางคนที่เคยมองว่าเงียบขรึมกลับดูผ่อนคลายเป็นกันเอง มีมุขตลกขำขันมากมาย ...
สำหรับผู้เขียนแล้วคิดว่าเวทีนี้เป็นเหมือนทางลัดที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ที่จะหันแง่มุมอีกด้านหนึ่งของตนเองเข้าหาผู้อื่น ได้เรียนรู้คนอื่นๆ ในอีกหลายแง่มุมที่อาจไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ความเข้าใจ ความสัมพันธ์ ความร่วมมือ ความเป็นทีมที่ดีต่อกันมากๆ ยิ่งๆ ขึ้นในโอกาสต่อไป

ปลาทูแม่กลอง
14 ตุลาคม 2551
เท่าที่ดู งานKM ครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ก็เพราะทุกคนร่วมมือร่วมใจกันเพื่อให้งานออกมาได้ดี อยากให้มีการจัดงานKMอย่างนี้ทุกปี นะคร๊าบบบบบบบบบ
ขอบคุณ
สำหรับสิ่งดีๆที่มีให้กันและที่กำลังเกิดตามมา
ฉายศรี
ขอบคุณค่ะที่พี่สรุปไว้ จะได้เก็บไว้เป็นความรู้และใช้วิธีการนี้ในการต่อยอดความรู้ให้ผู้อื่นได้
นัน
เวลาอันใกล้นี้จะมีการฉายแสงแห่งพลังความสำเร็จฯลฯ
ตุ้ม