สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ตค.ที่ผ่านมาเป็นวันครบรอบ 1 ปีการมรณภาพของ “หลวงปู่ปัญญานันทภิกขุ” วันอาทิตย์นี้ “หลวงพ่อเจ้าอาวาส” ท่านจึงเล่าถึงเรื่องความก้าวหน้าต่างๆ ใน “การสืบสานเจตนารมย์ทางธรรม” ของหลวงปู่ฯ ซึ่งท่านบอกว่าเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันของทั้งพระและญาติโยม เพราะการทำงานทุกอย่างต้องอิงอาศัยซึ่งกันและกัน ร่วมไม้ร่วมมือกัน ผลงานจึงจะออกมาเป็นที่ประจักษ์
บรรยากาศรอบตัวของวันนี้ ทำให้ผู้เขียนเรียนรู้ว่า คนแต่ละคนเข้าวัดด้วยความคิด ความเชื่อ และจุดมุ่งหมายที่ต่างกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วย่อมส่งผลต่อการปฏิบัติที่แตกต่างกันด้วย บางคนที่มุ่งหวังเพียงแค่เรื่องของ “ทาน” ไม่ได้คิดเรื่อง “ศีล สมาธิ ปัญญา” เมื่อใส่บาตรแล้วก็จับกลุ่มคุยกัน เดินไปมาขวักไขว่ ส่วนคนที่ต้องการรักษาศีล ฝึกทำสมาธิ ก็จะนั่งสงบนิ่งฟังธรรม และตั้งใจสวดมนต์
สิ่งที่ผู้เขียนยังต้องฝึกฝนอีกมากคือ การทำใจให้สงบท่ามกลางความเคลื่อนไหวรอบกาย ... เมื่อหลับตาลงตั้งใจฟังธรรมก็สงบได้มากขึ้น เมื่อดึงใจให้จดจ่ออยู่กับบทสวดมนต์ตรงหน้าก็สงบได้มากขึ้น มีหลายครั้งที่ว่อกแว่กไปบ้าง ก็ต้องพยายามดึงใจกลับ คงต้องใช้เวลาฝึกอีกนานทั้งในวัด และนอกวัด …
วันอาทิตย์ที่ 19 ตค.ที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จะมีพิธีทอดกฐิน และพิธีเททองหล่อพระประธาน ซึ่งจะนำไปประดิษฐาน ณ อุโบสถกลางน้ำ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ปลาทูแม่กลอง
12 ตุลาคม 2551