เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดชลบุรี

    

เหตุการณ์สำคัญ ต่อจากตอนที่แล้วค่ะ

          1.
ในหนังสือชลบุรี ภาคต้นของกรมศิลปากร พิมพ์ พ.ศ.2483 หน้า 7-10 ได้บรรยายถึงชลบุรีสมัยกู้ชาติไว้ ดังนี้
              
เมื่อกรุงศรีอยุธยาถูกกองทัพพม่าล้อมใน พ.ศ.2309 กรมหมื่นเทพพิพิธพยายามเกลี้ยกล่อมชาวหัวเมืองตะวันออก     ตั้งแต่  เมืองจันทบุรีตลอดถึงปราจีนบุรีเข้ากองทัพด้วยหวังว่าจะยกไปช่วยกรุงศรีอยุธยารบพม่า ชาวชลบุรีก็เต็มใจ     สนับ     สนุนพาสมัคร พรรคพวกเข้ากองทัพกรมหมื่นเทพพิพิธเป็นอันมากจนแทบจะทิ้งให้ชลบุรีเป็นเมืองร้าง ขณะนั้น     พระยา     แม่กลอง (เสม)เป็นข้าหลวงออกไปเร่งส่วยหัวเมืองชายทะเล ฝั่งตะวันออก พักค้างอยู่เมืองชลบุรี  ไม่ยินดีเข้าร่วมมือ     ใน     กรม หมื่นเทพพิพิธ พยายามรักษาเงินส่วยที่เก็บรวบรวม ได้มานั้นแอบแฝงหลบภัยอยู่ในชลบุรี  ครั้งกรมหมื่นเทพพิพิธ     ยกกองทัพไปตั้งมั่น ที่เมืองปราจีนบุรี บอกเข้าไปยังกรุงให้กราบบังคมทูลขออาสาเป็นผู้ ป้องกันพระนคร ฝ่ายพระเจ้า     แผ่นดิน ทรงพระราชดำริเห็นว่ากรมหมื่นเทพพิพิธ ทำการซ่องซุมกำลังโดยบังอาจ  แล้วยังทนง เอื้อมเข้า ไปขอป้องกันกรุง     ด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูง ชรอยจะมีความไม่สุจริตเคลือบแฝงอยู่ด้วยจึงโปรดให้กองทัพออกไปปราบกรมหมื่น เทพพิพิธ กลับ     ต่อสู้กองทัพกรุงรบบุกบั่นผลัดกันแพ้ชนะ จนกำลัง ย่อยยับลงทั้งสองฝ่าย  ครั้นพม่าล้อมกรุงกระชั้นชิดมั่นคงแล้ว ได้ทราบ     ว่ากรมหมื่นเทพพิพิธยังตั้งทัพประจัญอยู่ที่เมืองปราจีนบุรี  พม่าจึงส่งกองทัพออกไปตีเพราะทัพกรมหมื่นเทพพิพิธ บอบช้ำ     อยู่แล้วถูกกองทัพพม่าซ้ำเติมจึงพาลแตกเอาง่ายๆ ผู้คนล้มตายมากต่อมากที่ยังเหลือก็กระจัดพรัดพรายไม่เป็นส่ำ เหตุ     การณ์ ครั้งนั้นได้ทำให้เมืองฉะเชิงเทราและเมืองชลบุรีต้องร้างอยู่ชั่วคราว     ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าตากสิน เมื่อครั้งดำรง     พระยศ เป็น พระยากำแพงเพ็ชรทรงพาพรรคพวกออกไปหากำลังทางหัวเมือง ภาค ตะวันออก เดินทางผ่านเมืองชลบุรี ซึ่ง     ขณะนั้นว่างร้างเสียแล้ว เสด็จเลยไปประทับแรมบางละมุง  และเสด็จต่อไปยังเมืองระยอง     ในระหว่างประทับอยู่ที่ เมือง     ระยองกรมการเมืองระยองมีขุนราม หมื่นซ่อง เป็นหัวหน้า  คิดประทุษร้ายยกพวกลอบมาปล้นค่ายใน     เวลากลางคืน     สมเด็จพระเจ้าตากสินต่อสู้ป้องกัน ปราบพวกคิดร้ายแตกกระจายไปแต่พวกนั้นยังไม่เลิกพยายามที่จะคิดกำจัด     จึงแยก     ออกเป็น 2 หน่วย ขุนรามหมื่นซ่อง คุมหน่วยหนึ่ง ไปตั้งระหว่างทางจากระยอง ไปเมืองจันทบุรี นายทองอยู่นกเล็ก     คุม     หน่วยหนึ่ง  เล็ดลอดมาตั้งซ่องสุมอยู่บางปลาสร้อย  เมืองชลบุรี     ทั้งสองหน่วยนี้คงจะมุ่งหมาย ช่วยกัน ตีกระหนาบ กองทัพ     สมเด็จพระเจ้าตากสิน แต่สมเด็จพระเจ้าตากสินรีบเสด็จไปทำลายกำลังขุนรามหมื่นซ่องเสียก่อนแล้วเสด็จวกกลับมา เมือง     ชลบุรี เพื่อจะปราบนายทองอยู่ นกเล็ก ให้สิ้นฤทธิ์ (บริเวณที่ตั้งค่ายของสมเด็จพระเจ้าตากสินครั้งนั้น บัดนี้เรียกเป็น ชื่อ     หมู่บ้าน และชื่อสะพาน คือ บ้านในค่ายและ สะพานหัวค่าย) ฝ่ายนายทองอยู่ นกเล็กยอมอ่อนน้อมแต่โดยดี จึงโปรดให้ ช่วย     รักษาเมืองชลบุรี     เพื่อราษฎรจะได้ทำมาหากินเป็นกำลังให้แก่บ้านเมืองและคอยช่วยปราบพวกสลัดซึ่งเวลานั้น ชุกชุม     ที่สุด  ข้อสำคัญอีกประการ     หนึ่งก็คือถ้าใครสมัครเข้ากองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินให้นายทองอยู่ นกเล็ก ช่วยสนับสนุน      อย่ากีดกัน เมื่อทรงจัดที่ชลบุรีเสร็จแล้วสมเด็จพระเจ้าตากสินเสด็จยกทัพไปเมืองระยอง แล้วต่อไปยังเมืองจันทบุรี  ตั้ง     รวบรวมกำลังอย่างรีบร้อน ฝ่ายนาย     ทองอยู่ นกเล็กชั้นต้นก็ปฏิบัติตามพระบัญชา แต่ต่อมากลับเหลวไหลด้วยเป็นใจ      พวกสลัดและคอยขัดขวางมิให้ใครๆ ไปสมัครเข้ากองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินโดยสะดวก ครั้นสมเด็จพระเจ้าตากสิน          ทรงตระเตรียมกำลังได้เพียงพอสำหรับ ยกกลับไปปราบพม่าที่ยึดกรุงเก่าแล้วเคลื่อนกองทัพ ออกจากเมืองจันทบุรี   ตรวจ     กวาดล้างสลัดทะเลฝั่งตะวันออกตลอดมา ถึงชลบุรี ได้ความว่า  นายทองอยู่ นกเล็กและพวก กลับประพฤติการร้าย หากำลัง     โดยทุจริต มิได้คิดปลูกเลี้ยงชาวเมืองให้เป็นปึกแผ่นตามสมควรแก่หน้าที่ตามที่ทรงมอบหมายไว้  จึงโปรดให้ปลด นาย     ทองอยู่ นกเล็ก และพวกออกหมดแต่จะทรงพระกรุณาให้ผู้ใดรักษาเมืองแทนต่อจากนายทองอยู่  นกเล็กยังไม่ได้ ความ     มาปรากฎเมื่อตอนสิ้นรัชกาล สมเด็จพระเจ้าตากสินว่า        พระยาชลบุรี (บุตรเจ้าพระยาจักรี  (หมุด)  ต้นสกุลสมุทรานนท์     สมุหนายก อัครมหาเสนาบดีคนแรกสมัยกรุงธนบุรี) เป็นผู้รักษาเมือง ข้อน่ายินดีสำหรับชาวชลบุรี ในครั้งนั้นก็คือ ได้มี     ส่วนเข้ากองทัพทำการรบ กู้ชาติไทยเป็นประวัติอันเพียบพร้อมด้วยเกียรติยศอันสูงสุด ที่บุตรหลานชาวชลบุรี จะพึงระลึก     ถึงด้วยความปลาบปลื้มและช่วยกันรักษาไว้ให้เป็นคุณแก่ชาติบ้านเมืองทุกเมื่อ

          2.
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2435 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถทรงมีพระประสูติกาล ประสูติพระโอรส ณ
    
พระตำหนักบนเกาะสีชังพระราชทานนามว่า "เจ้าฟ้าจุฑาธุชราชดิลก" และขนานนามที่ เกาะสีชังว่า  "พระราชวังจุฑาธุช     ราชฐาน"  ขนานนามพระอารามซึ่งทรงพระราชศรัทธาสร้างขึ้นใหม่ว่า "วัดจุฑาธุชธรรมสภา" เมื่อวันที่ 18 มกราคม  พ.ศ.     2447     ได้ตั้งการพระราชพิธีโสกันต์ตามสมควรแก่พระเกียรติยศเจ้าฟ้า พระนามพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนามว่า     "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย" (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมขุนเพ็ชรอินทราชัย)

เป็นที่น่าภาคภูมิใจแทนชาวชลบุรี ที่มีส่วนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเราค่ะ พบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ