เหตุการณ์สำคัญ ต่อจากตอนที่แล้วค่ะ เป็นที่น่าภาคภูมิใจแทนชาวชลบุรี ที่มีส่วนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเราค่ะ พบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ
1. ในหนังสือชลบุรี ภาคต้นของกรมศิลปากร พิมพ์ พ.ศ.2483 หน้า 7-10 ได้บรรยายถึงชลบุรีสมัยกู้ชาติไว้ ดังนี้
เมื่อกรุงศรีอยุธยาถูกกองทัพพม่าล้อมใน พ.ศ.2309 กรมหมื่นเทพพิพิธพยายามเกลี้ยกล่อมชาวหัวเมืองตะวันออก ตั้งแต่ เมืองจันทบุรีตลอดถึงปราจีนบุรีเข้ากองทัพด้วยหวังว่าจะยกไปช่วยกรุงศรีอยุธยารบพม่า ชาวชลบุรีก็เต็มใจ สนับ สนุนพาสมัคร พรรคพวกเข้ากองทัพกรมหมื่นเทพพิพิธเป็นอันมากจนแทบจะทิ้งให้ชลบุรีเป็นเมืองร้าง ขณะนั้น พระยา แม่กลอง (เสม)เป็นข้าหลวงออกไปเร่งส่วยหัวเมืองชายทะเล ฝั่งตะวันออก พักค้างอยู่เมืองชลบุรี ไม่ยินดีเข้าร่วมมือ ใน กรม หมื่นเทพพิพิธ พยายามรักษาเงินส่วยที่เก็บรวบรวม ได้มานั้นแอบแฝงหลบภัยอยู่ในชลบุรี ครั้งกรมหมื่นเทพพิพิธ ยกกองทัพไปตั้งมั่น ที่เมืองปราจีนบุรี บอกเข้าไปยังกรุงให้กราบบังคมทูลขออาสาเป็นผู้ ป้องกันพระนคร ฝ่ายพระเจ้า แผ่นดิน ทรงพระราชดำริเห็นว่ากรมหมื่นเทพพิพิธ ทำการซ่องซุมกำลังโดยบังอาจ แล้วยังทนง เอื้อมเข้า ไปขอป้องกันกรุง ด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูง ชรอยจะมีความไม่สุจริตเคลือบแฝงอยู่ด้วยจึงโปรดให้กองทัพออกไปปราบกรมหมื่น เทพพิพิธ กลับ ต่อสู้กองทัพกรุงรบบุกบั่นผลัดกันแพ้ชนะ จนกำลัง ย่อยยับลงทั้งสองฝ่าย ครั้นพม่าล้อมกรุงกระชั้นชิดมั่นคงแล้ว ได้ทราบ ว่ากรมหมื่นเทพพิพิธยังตั้งทัพประจัญอยู่ที่เมืองปราจีนบุรี พม่าจึงส่งกองทัพออกไปตีเพราะทัพกรมหมื่นเทพพิพิธ บอบช้ำ อยู่แล้วถูกกองทัพพม่าซ้ำเติมจึงพาลแตกเอาง่ายๆ ผู้คนล้มตายมากต่อมากที่ยังเหลือก็กระจัดพรัดพรายไม่เป็นส่ำ เหตุ การณ์ ครั้งนั้นได้ทำให้เมืองฉะเชิงเทราและเมืองชลบุรีต้องร้างอยู่ชั่วคราว ฝ่ายสมเด็จพระเจ้าตากสิน เมื่อครั้งดำรง พระยศ เป็น พระยากำแพงเพ็ชรทรงพาพรรคพวกออกไปหากำลังทางหัวเมือง ภาค ตะวันออก เดินทางผ่านเมืองชลบุรี ซึ่ง ขณะนั้นว่างร้างเสียแล้ว เสด็จเลยไปประทับแรมบางละมุง และเสด็จต่อไปยังเมืองระยอง ในระหว่างประทับอยู่ที่ เมือง ระยองกรมการเมืองระยองมีขุนราม หมื่นซ่อง เป็นหัวหน้า คิดประทุษร้ายยกพวกลอบมาปล้นค่ายใน เวลากลางคืน สมเด็จพระเจ้าตากสินต่อสู้ป้องกัน ปราบพวกคิดร้ายแตกกระจายไปแต่พวกนั้นยังไม่เลิกพยายามที่จะคิดกำจัด จึงแยก ออกเป็น 2 หน่วย ขุนรามหมื่นซ่อง คุมหน่วยหนึ่ง ไปตั้งระหว่างทางจากระยอง ไปเมืองจันทบุรี นายทองอยู่นกเล็ก คุม หน่วยหนึ่ง เล็ดลอดมาตั้งซ่องสุมอยู่บางปลาสร้อย เมืองชลบุรี ทั้งสองหน่วยนี้คงจะมุ่งหมาย ช่วยกัน ตีกระหนาบ กองทัพ สมเด็จพระเจ้าตากสิน แต่สมเด็จพระเจ้าตากสินรีบเสด็จไปทำลายกำลังขุนรามหมื่นซ่องเสียก่อนแล้วเสด็จวกกลับมา เมือง ชลบุรี เพื่อจะปราบนายทองอยู่ นกเล็ก ให้สิ้นฤทธิ์ (บริเวณที่ตั้งค่ายของสมเด็จพระเจ้าตากสินครั้งนั้น บัดนี้เรียกเป็น ชื่อ หมู่บ้าน และชื่อสะพาน คือ บ้านในค่ายและ สะพานหัวค่าย) ฝ่ายนายทองอยู่ นกเล็กยอมอ่อนน้อมแต่โดยดี จึงโปรดให้ ช่วย รักษาเมืองชลบุรี เพื่อราษฎรจะได้ทำมาหากินเป็นกำลังให้แก่บ้านเมืองและคอยช่วยปราบพวกสลัดซึ่งเวลานั้น ชุกชุม ที่สุด ข้อสำคัญอีกประการ หนึ่งก็คือถ้าใครสมัครเข้ากองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินให้นายทองอยู่ นกเล็ก ช่วยสนับสนุน อย่ากีดกัน เมื่อทรงจัดที่ชลบุรีเสร็จแล้วสมเด็จพระเจ้าตากสินเสด็จยกทัพไปเมืองระยอง แล้วต่อไปยังเมืองจันทบุรี ตั้ง รวบรวมกำลังอย่างรีบร้อน ฝ่ายนาย ทองอยู่ นกเล็กชั้นต้นก็ปฏิบัติตามพระบัญชา แต่ต่อมากลับเหลวไหลด้วยเป็นใจ พวกสลัดและคอยขัดขวางมิให้ใครๆ ไปสมัครเข้ากองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินโดยสะดวก ครั้นสมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงตระเตรียมกำลังได้เพียงพอสำหรับ ยกกลับไปปราบพม่าที่ยึดกรุงเก่าแล้วเคลื่อนกองทัพ ออกจากเมืองจันทบุรี ตรวจ กวาดล้างสลัดทะเลฝั่งตะวันออกตลอดมา ถึงชลบุรี ได้ความว่า นายทองอยู่ นกเล็กและพวก กลับประพฤติการร้าย หากำลัง โดยทุจริต มิได้คิดปลูกเลี้ยงชาวเมืองให้เป็นปึกแผ่นตามสมควรแก่หน้าที่ตามที่ทรงมอบหมายไว้ จึงโปรดให้ปลด นาย ทองอยู่ นกเล็ก และพวกออกหมดแต่จะทรงพระกรุณาให้ผู้ใดรักษาเมืองแทนต่อจากนายทองอยู่ นกเล็กยังไม่ได้ ความ มาปรากฎเมื่อตอนสิ้นรัชกาล สมเด็จพระเจ้าตากสินว่า พระยาชลบุรี (บุตรเจ้าพระยาจักรี (หมุด) ต้นสกุลสมุทรานนท์ สมุหนายก อัครมหาเสนาบดีคนแรกสมัยกรุงธนบุรี) เป็นผู้รักษาเมือง ข้อน่ายินดีสำหรับชาวชลบุรี ในครั้งนั้นก็คือ ได้มี ส่วนเข้ากองทัพทำการรบ กู้ชาติไทยเป็นประวัติอันเพียบพร้อมด้วยเกียรติยศอันสูงสุด ที่บุตรหลานชาวชลบุรี จะพึงระลึก ถึงด้วยความปลาบปลื้มและช่วยกันรักษาไว้ให้เป็นคุณแก่ชาติบ้านเมืองทุกเมื่อ
2. เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2435 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถทรงมีพระประสูติกาล ประสูติพระโอรส ณ
พระตำหนักบนเกาะสีชังพระราชทานนามว่า "เจ้าฟ้าจุฑาธุชราชดิลก" และขนานนามที่ เกาะสีชังว่า "พระราชวังจุฑาธุช ราชฐาน" ขนานนามพระอารามซึ่งทรงพระราชศรัทธาสร้างขึ้นใหม่ว่า "วัดจุฑาธุชธรรมสภา" เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2447 ได้ตั้งการพระราชพิธีโสกันต์ตามสมควรแก่พระเกียรติยศเจ้าฟ้า พระนามพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนามว่า "สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย" (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมขุนเพ็ชรอินทราชัย)
คนชลบุรีแวะมาเยี่ยมแล้วครับ
เอ๊ะ พูดว่าคนชลบุรีไม่ได้นี่นา
เพราะผมเกิดที่ปราจีนบุรี
แล้วโตที่สระแก้ว
ไปเรียนที่กรุงเทพ
กลับมาเรียนที่ปราจีน
ไปเรียนต่อที่ฉะเชิงเทรา กับ กรุงเทพ
และล่าสุดอยู่ที่ชลบุรี
แต่ถ้านับตามกฎหมายแล้ว ผมเป็นคนชลบุรีแล้วครับ อยู่มา 8 ปีแล้ว
สวัสดีครับ
ยินดีที่รู้จักน้อง
เมืองชลน่าอยู่เนอะ
ปราจีนก็ร่มรื่น เมืองไทยน่าอยู่ที่สุดในโลกอยู่แล้ว
จริงไหมคะ