เมื่อวานได้มีโอกาสไปฟังสัมมนาเรื่อง "Organization Culture and Culture Change in Thai's Organization and Organization Behavior Modification" ซึ่งคิดว่ามีประโยชน์มากค่ะ สำหรับการทำ KM สำหรับองค์กรไทยหลายๆ องค์กร

              เริ่มต้นที่ความแตกต่างของคำว่า ค่านิยม กับคำว่า วัฒนธรรม ค่านิยมเป็นความคิด ความเชื่อของกลุ่มบุคคลที่เหมือนกัน ซึ่งเมื่อสะสมเป็นระยะเวลานานก็จะกลายเป็นวัฒนธรรม ซึ่งจะแสดงออกเป็นพฤติกรรมออกมา ดังนั้นถ้าเราต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม เราควรจะต้องเริ่มต้นการการเปลี่ยนแปลงความคิด ความเชื่อของบุคคล เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในซึ่งจะส่งผลในระยะยาว ซึ่งจะดีกว่าการที่เราควบคุมหรือมุ่งที่จะปรับเปลี่ยนที่พฤติกรรมของบุคคล จะต้องทำให้เขารู้สึก By in เหมือนเด็กที่ไม่ยอมอ่านหนังสือ พ่อแม่ควรจะบอกให้เด็กทราบและทำให้เขารู้ถึงประโยชน์ของการอ่าน เราจะต้องทำให้เขาอ่านหนังสือด้วยใจที่รักและอยากจะอ่าน ไม่ใช่อ่านเพราะถูกบังคับ

               เมื่อเขา By in ในสิ่งที่เราป้อนข้อมูลแล้ว เขาจะแสดงพฤติกรรมนั้นออกมาได้ในระยะเวลานาน เมื่อนานเข้าก็ต้องมีการแผ่ขยายไปยังคนอื่น ขยายวงกว้างขึ้นทั่วทั้งองค์กร ทุกคนปฏิบัติเหมือนๆกัน นานๆเข้าก็จะกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร เมื่อมีคนใหม่เข้ามา เขาก็จะเรียนรู้และซึมซับวัฒนธรรมองค์กรตามแนวทางที่เราต้องการ

               ในการทำ KM หลายๆองค์กรที่ประสบปัญหา ไม่สามารถทำให้คนมา share ร่วมกัน หรือปัญหาต่างๆ อาจกล่าวได้ว่าวัฒนธรรมองค์กรของท่านเองเป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการทำ KM

               ดังนั้นเราจึงควรเริ่มต้นที่การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์จริงๆต่อการทำงานต่อการพัฒนาองค์กรให้แก่บุคลากรในองค์กร  เพื่อให้บุคลากรรับทราบและเข้าใจอย่างถูกต้อง

               และที่ขาดไม่ได้จะต้องมีการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง อย่าได้ขาด!!! อย่าเบื่อ อย่าเหนื่อยที่จะต้องพูดเรื่องเดิมๆซ้ำๆ  ต้องเข้าใจและยอมรับว่าคนลืมง่าย ต้องสื่อสาร ต้องบอกให้เขาจำจนขึ้นใจ  

               จากนั้นผู้บริหาร หัวหน้างานจะต้องยึดหลักว่า "อยากให้เขาทำกับเราอย่างไร เราจะต้องทำอย่างนั้นกับเขาก่อน" ดังนั้นถ้าอยากให้พนักงาน Share และแบ่งปันความรู้ ขวนขวายหาความรู้ ท่านผู้ต้องนำคนอื่นจะอยู่เฉยได้อย่างไร....ท่านเองก็จะต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างและเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านเรียนรู้ และแบ่งปันความรู้ให้แก่องค์กร ให้แก่เพื่อนร่วมงาน จะต้องทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำเมื่ออยู่ต่อหน้า แบบผักชีโรยหน้าเท่านั้น แต่จะต้องทำจนเป็นนิสัย

               "ใครทำดีย่อมได้ดี"  เป็นอีกหลักหนึ่งที่ต้องมี เมื่อใครทำดีอย่างที่เราต้องการ เราก็ต้องให้รางวัลต้องสนับสนุน เพื่อให้เป็นแบบอย่างให้คนอื่น และเพื่อให้คนอื่นรู้ว่าถ้าคุณทำดี ทำแบบนี้คุณก็จะได้สิ่งดีๆตอบแทนไป  และจะต้องให้เขา By in กับสิ่งดีๆที่เขาได้รับด้วยตัวเขาเอง ด้วย

               อย่าลืมที่จะวัดผลสิ่งดีๆที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาบอกเล่าประกาศก้องให้ทั่วองค์กร ว่านี่แหละผลดีของการทำ KM สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่บอกเล่ากันมา

โอ้ว!!! in ค่ะ in ....คิดว่า 2 อย่างนี้ควรมาคู่กันจริงๆ Culturechange VS KM เนื้อคู่กันโดยแท้